ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวอะไรก็คงไม่ได้ใหญ่สำหรับแฟนกีฬาจักรยานมากไปกว่าการประกาศยุติการสนับสนุนทีมของยักษ์ใหญ่วงการสื่อเมืองผู้ดี Sky ที่ดูเหมือนจะอยู่คู่กับความยิ่งใหญ่ของวงการจักรยานมาตลอดเกือบๆทศวรรษที่ผ่านมา เรียกว่าใครที่เข้ามาปั่นจักรยานแล้วน้อยคนจะไม่รู้ว่าตำนานในช่วงนี้ ต้องพูดถึง Team Sky อย่างไร้ข้อกังขา สร้างมาด้วยความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของ เซอร์แบรดลีย์ วิกกินส์ ตามมาด้วยสุดยอดตำนานแห่งยุค คริสโตเฟอร์ ฟรูม และล่าสุด แกเร็นต์ โธมัส ภาพของชุดปั่นโทนเข้ม เรียบง่าย ตัดกับสีฟ้าสดใส และเส้นบางๆที่สื่อถึง “ความได้เปรียบอันน้อยนิด” หัวใจของการแข่งขันจักรยานยุคใหม่ที่เปลี่ยนโฉมการแข่งจักรยานไปอย่างถาวร คู่ไปกับความสำเร็จของแบรนด์ pinarello ที่เป็นทั้งเสือหมอบในฝัน และความดุดันดูดีครบไปด้วยพิษสงและราศี

แต่การยุติการสนับสนุนนี้ กลายเป็นข้อสั่นสะเทือนยิ่งใหญ่ขนาดนี้เลย จริงหรือ?

มองย้อนกลับไปสักหน่อย ในแวดวงการแข่งจักรยาน เราจะคุ้นชินกับการกำเนิด ตั้งอยู่ และดับไปของทีมจักรยานบ่อยยิ่งกว่าข่าวดาราตั้งครรภ์ เพราะพื้นฐานของทีมจักรยาน จะคงอยู่ได้ด้วยทีมงานเบื้องหลัง นักแข่ง และการดำเนินการของทีมนั้นๆ ภายใต้การสนับสนุนของแบรนด์หรือหน่วยงานต่างๆ เมื่อหมดสัญญาสนับสนุน ก็จะเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนสีกันไปตามผู้สนับสนุนใหม่ มีบ้างเป็นบางครั้งที่มีการเปลี่ยนตัวทีมงาน และดึงนักปั่นที่ผู้สนับสนุนต้องการเข้ามาร่วมทีมเป็นข้อแม้ แต่โดยรวมแล้ว “หัวใจ” ของทีมจริงๆคือ ผู้อำนวยการทีม นักปั่นคนสำคัญ และคณะกรรมการทีมนั่นเอง ไม่ได้ขึ้นกับเมืองหรือผู็สนับสนุนที่พร้อมหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน เรียกว่าในบางปี บางทีมที่ไม่มีผู้สนับสนุนหลัก ก็ลงแข่ง จดทะเบียนกันในชื่อทีมที่แปลว่า “ว่างเปล่า” สะท้อนประชดประชันความเป็นไปนี้เอาเสียเลย บางทีมก็อาศัยชื่อมหาเศรษฐีที่สนับสนุนนั่นแหละมาเป็นชื่อทีม พอมหาเศรษฐีคนนั้น เบื่อเลิกราจากจักรยานไป ทีมก็”ด้เวลากระจัดกระจายย้ายไปหาที่ใหม่ ถึงขนาดว่า ทีมจักรยานบางทีม เกิดมาได้เพราะ ลูกชายอยากเอาใจพ่อที่บ้าจักรยานมากๆ ให้ของขวัญวันเกิดพ่อด้วยการไปสนับสนุน(ซื้อ) ทีมจักรยานมาให้พ่่อ เป็นของเล่นของ โค ตะ ระ มหาคนรวยเจ้าชายแห่งตะวันออกกลาง ก็มีให้เห็น

Team Sky แท้ที่จริงแกนหลังของทีมก็คือ สมาคมจักรยานอังกฤษ (สหราชอาณาจักร) นั่นแหละ แต่เม็ดเงินสนับสนุนทีมก้อนโตมาจาก sky หล่อเลี้ยงให้ทีมอยู่ได้ ไปถึงฝันที่ต้องการ ถ้าผมยกตัวอย่างขำๆนะครับ มันก็คือสมาคมกีฬาสองล้อแถวหัวหมาก อยากสร้างฝันพานักปั่นไทยไปชนะตูร์เดอฟร็องซ์ ก็สร้างทีม แผนทีม เจ้าหน้าที่ทีม และมองหางบประมาณหลักพันล้านที่นึกไม่ออกว่าจะเอามาจากไหนดี ก็มาได้เงินสนับสนุนทีมจาก “เสี่ย ต.” แห่งช่องโทรทัศน์ช่องหนึ่ง เซ็นต์สัญญา จดทะเบียนทีมภายใต้ชื่อ “ทีมเวิร์คพุ้ย” ผ่านไปเกือบครบสิบปี เสี่ย ต. เปลี่ยนใจเลิกสนับสนุนกีฬานี้ ก็ไม่ต่อสัญญา และเป็นข่าวที่เราพบเห็นนี่เอง

มาดูโลกของความเป็นจริง นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลย หากเรามองย้อนไปราวๆ สองทศวรรษ ในยุคที่จักรยานอเมริกันกำลังบูมได้ที่ มีนักปั่นอเมริกันนายหนึ่ง ที่ไปสร้างผลงานได้อย่างสุดเด่นในการแข่งถึงยุโรป จนก่อเกิดเป็นความหวังในการพุ่งทะยานไปสู่ฝันที่น่าจะเป็นจริงของแดนมะกัน ภายใต้การนำของผู้อำนวยการระดับเทพในเวลานั้น “โยฮะน บรูนีลล์” สร้างทีมขึ้นมาให้กับพ่อ แลนซ์ อาร์มสตรอง ได้รับการสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าเวลานั้นมันต้องนึกถึงทีม Motorolla และยิ่งใหญ่จริงๆเป็นช่วงต้นกับทีม “สำนักงานไปรษณีย์สหรัฐฯ” ใช่ครับคุณฟังไม่ผิด มันคือทีมไปรษณีย์นั่นแหละ US Postal Service หรือ USPS คือทีมที่ผงาดขึ้นมาอย่างโดดเด่น ใช้จักรยาน Trek สร้างระบบการทำทีม นักปั่น และแผนการแข่งพลิกวงการโลกจักรยานในเวลานั้น (ไม่นับเรื่องสารกระตุ้นที่สะท้านวงการกีฬาโลก) และไม่นานก็ประกาศเลิกสนับสนุน เป็นอันให้ต้องหาผู้สนับสนุนใหม่ ไปตกลงที่การเข้ามาร่วมของ Discovery Channel ช่องสารคดีใหญ่เมืองมะกัน ช่วงนั้นใครเป็นแฟนจักรยาน และแฟนสารคดีจะได้เห็นสารคดีจักรยานบ่อยพอๆกบซีรีส์ตามล่าหากุ้งมังกรเสียอีก และในบั้นปลาย ทีมก็ได้สร้างส่งต่อถึงการกำเนิด Alberto Contador หนุ่มน้อยที่ไม่มีใครรู้จัก ขึ้นมาเป็นตำนานของยุคต่อมา

แตกต่างจากทีมใหญ่ๆของยุโรปอย่าง FDJ หรือ Lotto แม้แต่ทีมเล็กลงมาในระดับดิวิชั่นรอง Fortuneo เหล่านี้ได้รับการสนับสนุนหลักโดยหน่วยงานที่มั่นคงถาวร เป็นพันธะผูกพันระยะยาวๆ อย่างกองสลากแห่งชาติฝรั่งเศส หรือกองสลากเบลเยี่ยม และ สภาการกีฬาเมืองเบรตานจ์ เป็นแบ็คหลัก แม้จะมีการเปลี่ยนมือผู้สนับสนุนร่วมหรือหลักไปบ้าง แต่ก็ถือว่ายังอยู๋ภายใต้โครงสร้างเดิมๆ

หรือมองมาที่ทีม Jumbo (ยัมโบ้ ชื่อห้างค้าแบบเมกะสโตร์ของเนเธอแลนด์)แท้ที่จริงย้อนประวัติกลับไปยาวๆ นี่คือทีมจักรยานเก่าแก่ ที่มีสมาคมจักรยานดัทช์เป็นแกนหลัก ตั้งแต่การสนับสนุนของ Rabobank ธนาคารใหญ่ของชาติตน จนถึงจุดล่มสลายของการสนับสนุน เปลี่ยนไปเป็นทีม “ว่างเปล่า” หรือคำว่า Blanco  อยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะรอดพ้นดวงร้ายไม่ต้องยุบทีม เมื่อได้การสนับสนุนจาก Belkins และไม่นานต่อมาก็ได้การสนับสนุนจากJ Jumbo เป็นปีแรกร่วมกับสลากกินแบ่งชาติดัทช์ภายใต้ชื่อ LottoNL Jumbo 

ดังนั้นมามองไปที่นิทานเรื่อง”สกายสตอรี่” นี่ไม่ใช่เรื่องอะไรที่น่าตกใจเลยแม้แต่น้อย เราก็แค่รอดูกันว่าในปี 2020 จะมีใครเข้ามาสนับสนุนต่อก็เท่านั้น แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายแบบนั้นเสมอไป

เพราะงบประมาณในการทำทีมระดับมหาศาลของทีมนี้ โอกาสจะได้ผู้สนับสนุนที่ได้เงินเพียงพอไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ทีมที่ผมยกตัวอย่างมาข้างบนนั้น เป็นทีมที่ใช้งบไม่ได้มากนัก (เทียบกันแล้ว) ทำให้สามารถสร้างทีมที่ยั่งยืนนานได้ การต้องมองหาผู้สนับสนุนใหม่ ก็อาจส่งผลถึงความไม่มั่นคงในแง่การจัดการทีมได้ ไม่มากก็น้อยอาจมีการเปลี่ยนแปลงในบางเรื่อง อันนี้คงต้องขึ้นอยู๋กับสถานการณ์ในเวลานั้น หากมีคนแย่งกันสนับสนุน ทางทีมก็ยังคงยืนกรานความชัดเจนของแนวทางทำทีมที่ต้องการได้ แต่หากต้องวิ่งหาผู้สนับสนุนต่างๆ โอกาสที่ต้องปรับแผนของทีมให้เข้ากับเจ้าของเงินก็ไม่ใช่จะไม่มี

จำทีม Giant Alpecin ทีมสัญาติเยอรมันกันได้หรือไม่ ทีมนี้กำเนิดมาโดยการเป็นทีมที่มีนักปั่นและทีมงานหลักเป็นดัทช์เกือบทั้งหมด แต่หลังจากสิ้นสุดช่วงของ Skil Shimano, Argos Shimano และ Giant Shimano ก็ส่งผลให้ทีมต้องมองหาผู้สนับสนุนหลักมาช่วย เพราะลำพังเงินของแบรนด์จักรยาน Giant ไม่น่าเพียงพอต่อการอยู่รอดของทีมและทีมงาน ในที่สุดแชมพู Alpecin ก็เข้ามาทำทีมร่วม ด้วยข้อแม้คือ ต้องย้ายสัญชาติทีมไปอยู่ที่เยอรมัน และผลักดันทีมงานรวมถึงนักแข่งเยอรมันเป็นหลัก ส่งผลให้ทีมมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเวลานั้น

ส่วนเรื่องของยี่ห้อรถนั้น ยิ่งไร้ความจีรังไปกันใหญ่ เพราะแฟนๆจักรยานทราบกันดีว่าเรื่องของการใช้รถอะไรขี่ อยู่ที่เงินในการสนับสนุนนั่นแหละ เห็นได้ชัดเจนจากการย้ายไขว้แบรนด์รถของสามค่ายใหญ่ในปีหน้า BMC, Cervelo และ Giant เรียกว่าเล่นเอาสนุกสนานกันไปเมื่อทีม BMC Racing Team ประกาศเลิกทำ ทำให้ทีมต้องหาผู้สนับสนุนใหม่ ไปรอดตายได้ด้วยการมาเป็น CCC Polti สัญชาติโปแลนด์ และย้ายไปขี่จักรยาน Giant  ส่วน BMC แบรนด์รถดังแม้จะเลิกทำทีมแต่ก็ยังต้องการสนับสนุนทีมชั้นสูงจึงไปสนับสนุนทีม Dimension Data ที่ขี่ Cervelo มาอย่างยาวนาน ทำให้ Cervelo ต้องวิ่งไปหาทีม Sunweb ให้ขี่รถของตน และเป็นเหตุให้ giant ที่เรียกว่าแทบจะเป็นเจ้าของทีมดั้งเดิมแต่กาลก่อนต้องระเห็ดไปสนับสนุน CCC อย่างที่กล่าวมา

ในอีกทางหนึ่ง ในบางกรณี ยี่ห้อรถก็มีความสัมพันธ์เชิงลึกซึ้งกับทีมงานหรือนักปั่น ทั้งในแง่พันธะผูกพัน และผลประโยชน์ ดังจะเห็นว่าทีม FDJ คงจะแทบไม่มีทางเปลี่ยนไปขี่รถยี่ห้ออื่น ต้องขี่ LaPierre จักรยานสัญชาติฝร้งเศส และกรณีของพ่อแลนซ์ ที่กลายๆว่าแกมีส่วนเป็นเจ้าของ Trek  ทำให้ทุกครั้งที่แกจะเข้ามาปั่นหรือมีส่วนร่วม จะต้องมีแบรนด์จักรยานนี้เป็นอาวุธหลักเท่านั้น ย้อนไปมองเส้นทางตั้งแต่ Motorolla, US Postal, Discoverry Channel, Astana และ Radioshack 

แล้วคุณคิดว่าความสัมพันธ์ของ Pinarello กับทีมที่ทำอยู่นี้เป็นแบบไหน? แน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องรอชมกันต่อไปยาวๆ แต่ผมบอกได้แค่แบรนด์นี้ เก่งและวางตัวเลือกทำทีมได้อย่างฉลาดมากที่สุด เพราะพวกเขาอยู่คู่กับทีมยักษ์ใหญ่และความสำเร็จแนวหน้าของจักรยานมาเสมอ ย้อนกลับไปตั้งแต่ Banesto ไล่เรียงมาเรื่อยๆก่อนที่จะบอกลาไปหาทีมจากสหราชอาณาจักรในจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ครั้งนี้

นี่จะเป็นจุดเริ่มของการเข้าสู่ช่วงเวลา “Set Zero” สภาวะไร้เจ้าพ่อของวงการจักรยานอีกหรือไม่?

หรือจะเป็นก้าวแรกของการกำเนิดใหม่ของทีมผู้มีอิทธิพลที่มาแทนที่?

หรือจะเป็นเพียงข่าวเปลี่ยนผ่านหนึ่งของกีฬาจักรยาน ที่เหมือนเหล้าเก่าในขวดเดิม?

สิ่งหนึ่งที่โลกได้รับจากกระแสจักรยานของสหราชอาณาจักร คือกระแสการเติบโตเรื่องจักรยาน ที่ประเทศไทยก็ได้รับผลส่งต่อมาด้วยเมื่อครึ่งทศวรรษก่อน และกลับมาสู่สภาพเสถียรในตอนนี้ ครั้งหน้าจะเป็นนิทานเรื่องไหน อย่างไรต่อไป สัจธรรมก็คือ จักรยานจะไม่มีวันตาย และถูกลืมให้หายไปจากสังคม เพราะจักรยานพวกเรามีแต่เกียร์ไปข้างหน้า ไม่มีเกียร์วิ่งถอยหลังได้

December 15, 2018 cyclinghub 0 Comment