แค่เพียง 4 วันแรกของ Tour de France 2024 เวฃาก็นำห่างกันเป็นค่อนนาทีแล้ว เรื่องแบบนี้ไม่ได้จะพบเห็นกันได้บ่อยๆ กับการที่ ทาเดจ์ ดพกาาร์ (ยูเออี ทีมเอมิเรตส์) ขึ้นนำโด่ง ตามด้วยอันดับสอง แรมโค อีแวนเนอโพล (ซูดาล ควิกสเต็ปส์) ที่ 45 วินาที และ โยนัส วิงเกอการด์ (วิสมา ลีสอะไบค์) ดีกรีแชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้ว ที่ 50 วินาที แถมทิ้งห่างอดีตคู่ปรับชิงชัยกันมาก่อน พรีโมส์ โรกลิช (เรดบุล โบราฮันสโกรห์) ถึง 1 นาที 14 วินาที

 

แถมยังแสดงความเหนือชั้น ว่าด้วยเรื่องของทีมเวิร์ค และสมาชิกทีมชุดใหญ่ที่ยากจะหาตัวเปรียบได้ เนื่องจากทีมผ่านงบประมาณคว้าตัวนักปั่นระดับท็อป เกรดเอสของทีมอื่นๆมารวมกันเพื่อชงให้ โพกาชาร์ แน่นอนทั้งเกมส์รับและรุนแรงในเกมส์รุก

คำถามที่แฟนกีฬาสองล้อพลังคนยงสัยและจับตามองก็คือ ฟอร์มแบบนี้ ตั้งแต่ไก่โห่ หรือนี่จะเป็นการน็อคตั้งแต่ยกแรกๆแบบหมดสนุก ซึ่งแน่นอนว่าในมุมของความบันเทิง คงไม่มีใครอยากให้ออกมาเป็นแบบนั้น หรือว่าจะมีโอกาสไหนบ้างมั้ย ที่จะมีผู้ช่วงชิงวลาคืนกลับมา เบียดหายใจรดต้นคอ ไหล่เกยไหล่ ใส่กันแบบศอกชนศอก เพื่อกระชากเสื้อเหลืองจากเขามาได้ ก่อนจะหาคำตอบนี้ไปด้วยกัน เราลองมาทำความรู้จักกับ สามทหารเสือ ข้างกายของ โพกาชาร์ ที่นับว่าเป็นคีย์แมนสำคัญในเกมส์ไต่เขาสำคัญกันเสียหน่อย

ฮวน อายุสโซ เปสเควร่า ดาวรุ่งระดับเอสสำรองของทีม อายุเพียง 22 ปีเท่านั้น นับเป็นอนาคตความหวังของชาวสเปน ที่ได้รับสัญญาวาร์ปจากทีมดิวิชั่นสาม มาสู่ทีมใหญ่แห่งยุค และเก็บผลงานมาได้ยอดเยี่ยมทั้งแชมป์อายุน้อยของแกรนด์ทัวร์ ลาวูเอลต้า และ รายการไต่ระห่ำสุดโหด ทัวร์ออฟบาสก์คันทรี มีลีลาการปั่นแบบกระทิงดุเต็มตัว ไต่เขาได้ยอดเยี่ยม ฟื้นตัวได้ไว และ บู๊แหลกไม่มีเกรงกลัว เรียกได้ว่าห้าวสุดๆเลยก็ไม่ผิด พิจารณากันด้วยรูปมวยแล้ว ถ้าไม่ติดหน้าที่ต้องมาเป็นทหารเสือของเอส เขาจะเป็นคู่ปรับของเจ้าแรมโค่ แย่งชิงเสื้อขาวกันอย่างแน่นอน

 

อดัม เยตส์ กัปตันทีมสัญชาติออสเตรเลีย ที่มีฉายาว่า “ขุนพลเงา” เขาคือยอดนักปั่นระดับเอส ที่ผันตัวมาเป็นผู้ช่วยมือหนึ่งตั้งแต่สมัยอยู่กับทีมอินิออสฯ ก่อนจะย้ายมาร่วมยูเออีฯ เพื่อเสริมทัพให้เด็ดขาด รับช่วงงานต่อจาก ราฟาล ไมจ์กา ตัวเก๋าที่อำลาวงการออกไป ภาระหน้าที่ของเขาคือการอยู่คุมเกมส์ให้กับ โพกาชาร์ อ่านจังหวะ และ วางกลยุทธหน้างานเป็นไม้สุดท้าย ประสบการณ์มากมายที่สั่งสมมา ทำให้ในกลุ่มผู้นำยุคนี้ น้อยคนจะคมและเก๋าเกมส์ได้เท่าเขา

 

โจอาว เปโดร อัลเมดา “ไอ้เสือ” หนุ่มวัย 25 ปีจากโปรตุเกส คนนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งนักปั่นชั้นเอส ที่คว้าตัวมาจากควิกสเต็ปส์ แล้วทำผลงานสุดปังในฐานะตัววางได้ เก็บมาแล้วทั้งทัวร์โปแลนด์ ไปจนถึง ผู้ชนะนักปั่นอายุน้อยจาก จิโรดิตาเลีย เขาคือขุมพลังสำคัญของทีมบนเขาสูงชัน และแน่นอนว่า เกมส์รับที่ต้องลากเพซสูงขึ้นเขากำจัดคู่แข่ง เขานี่แหละ เขี้ยวเล็บของโพกาชาร์ อย่างแท้ทรู

เป็นไงครับ กับสามทหารเสือของเสื้อเหลือง ที่แต่ละคน ถือว่าไปเป้นเอสของทีมอื่นๆได้เลย พอมานับรวมกับฟอร์มของ โพกาชาร์ ปีนี้ ซึ่งตัดได้ว่า แรงสุดๆมาแล้วใน จิโร่ ดิตาเลีย คว้าแชมป์มาได้แบบขาดลอย ทั้งหมดนี้ทำให้ทั้ง Pogacar และทีม UAE Team Emirates กลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่ง Tour de France ปีนี้ แล้วแบบนี้ จะมีจุดอ่อนบ้างหรือไม่? แน่นอนครับ ในมุมมองของทีมคู่แข่งต่างๆย่อมต้องพยายามมองหาช่องโหว่ที่จะเจาะกำแพงเพื่อเข้าตีเสื้อเหลืองมาให้ได้ และ หากมองย้อนกลับไปในอดีต ก็จะเห็นแววรำไรว่า กำแพงใหญ่ที่ดูไร้ตำหนินี้ ก็มีรอยร้าวเล็กๆให้ได้เห็น และ รอยร้าวนี้เอง ที่อาจเป็นโอกาสนำไปสู่การพังทลายลงของปราการที่กั้นขวางหนทางสู่ชัยชนะของบรรดาคู่แข่ง

 

สองปัจจัยที่สำคัญ อันดับแรกคือ “ความสด” อย่าลืมนะครับว่า จักรยาน คนคือเครื่องยนต์  คนก็มีวันหมด วันล้า วันกรอบได้ แม้ว่าขุนพล พลพรรคจะเก่ง แกร่งสักแค่ไหน แต่ ก็ยังเป็นคน ยิ่งหากมองไปที่ตัวของโพกาชาร์เอง ในทุกๆ Tour de France ที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ชัดว่า ช่วงท้ายๆของการแข่ง เขามีแววของความกรอบแสดงออกมาจนเห็นได้ นั่นน่าจะมาจากเรื่องของสไตล์การขี่ ที่ดุดัน ห้าวเป้ง ชนะ ต้องชนะให้ขาด จะเล่นซักทีต้องใส่ยับไม่มียั้ง  ได้ใจคนดูอย่างเราๆแต่หากมองกลยุทธของตำนาน Tour de France ทั้งหลาย พวกเขา จะเดินเกมส์ที่เด็ดขาดในการรุกก็จริง แต่ก็ยังเผื่อเหลือเอาไว้บ้างโดยเฉพาะในวันที่ได้เวลาขาดมาแล้ว ในวันที่ไม่สำคัญ ก็เน้นเกมส์รับ จับเกาะเพื่อล็อคเวลาคู่แข่งเอาไว้ นั่นคือกลยุทธที่ตัวผู้นำใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อป้องกันความกดดันที่ต้องรุกหนักทุกวัน และ กรอบไปเองในที่สุด

 

เกมส์ของ UAE Team Emirates ในช่งแรกของการแข่งปีนี้ เรายังไม่เห็นเกมส์รับเหนียวๆเลย เราเห็นแต่เกมส์รุกหนัก ทั้งการตั้งทีมลากเพซสูงมากบนเขาเพื่อทอน ฆ่าคู่แข่งออกไปจนเกือบหมด และเปิดให้ โพกาชาร์ กระชากหนีออกไปได้ เราไม่เห็นเกมส์ที่ทีม ใช้เพซแน่นๆ พอให้กลุ่มมีโมเมนตัม ปล่อยให้มีคู่แข่งหนีออกไปเปิดระยะไม่กี่วินาทีแล้วปิดแก็ปรวบกลับมา อย่างที่ทีมใหญ่เคยทำในสมัยก่อนๆ  เกมส์รับแบบนี้ ทีมที่แกร่ง กองหนุนที่เหนียวแน่นคือหัวใจสำคัญ และผลาญพลังของเอส รวมถึงทีมน้อยกว่าด้วย

ซึ่งนี่นำไปสู่รอยรั่วรูที่สองของทีม UAE Team Emirates นั่นก็คือ กองทัพชุดเผด็จศึกนี้ “ห้าว” กันทั้งนั้น ทหารเสือแต่ละคนจัดว่าอายุไม่เยอะเลย แม้แต่ เยตส์ กัปตันตัวอ่านเกมส์ ก็อายุไม่ได้มากมายนัก ความสุขุมในการวางแผนตอบสนองต่อเกมส์การแข่งขัน จะลากแรงแค่ไหน จะไล่เร็วขนาดไหน จังหวะแบบนี้ ปล่อยให้ทีมไหนลากไปก่อน ตั้งเพซตามอย่างเหนียวแน่นไว้จะดีหรือไม่ การอ่านเกมส์แบบนี้ เราได้เห็นจากฟอร์มของอดีตกัปตันอย่าง ราฟาล ไมจ์ก้า แต่ยังไม่เห็นในการคุมทัพของ เยตส์ อาจเพราะส่วนตัวของ เยตส์เอง มีสไตล์ดุดันกว่า ไมจ์ก้า มาก ดังนั้น ในการเซ็ทเพซ เซ็ทความหนัก ทีมแทบจะเรียกได้ว่ามีแค่ “ออน” กับ “ออฟ” นั่นคือ เหยียบมิด กับปล่อยคันเร่ง

 

อย่างไรก็ตาม รอยรั่วทั้งสองนี้ ก็เ)็นเรื่องแทบจะปกติของกีฬานี้ ความสด ทน อึด แกร่ง คือหัวใจสำคัญของการแข่งแกรนด์ทัวร์ งานหลังบ้านต้องทำงานฟื้นฟูให้ถึงขั้น เพื่อลดความล้าให้มากที่สุด คุณๆอาจจะมองว่า ถ้า โพกาชาร์ เหนื่อย ทีมอื่น คนอื่น ก็เหนื่อยไม่น้อยกว่าแน่นอน ใช่ครับ มันเป็นแบบนั้น แต่สิ่งที่ต่าง ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่มองข้ามไม่ได้ในปีนี้คือ

มีทีมที่ต้องการเวลา และ เสื้อเหลือง มากมาย

นี่คือ กุญแจสำคัญเลยครับ ในอดีตปกติแล้ว การฟัดฟันเสื้อเหลืองจะอยู่ในมือของตัวเอกเพียง 2-3 คนเท่านั้น แต่ปีนี้ มีทีมที่ต้องการความสำเร็จนี้มากมาย ทั้ง วิสม่าฯ, เรดบุลฯ และ ควิกสเต็ปส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของ ควิกสเต็ปส์ ที่มีเอสคือเจ้าหนู แรมโค่ อีเวนเนโพล ซึ่งบู๊หนัก ห้าวมาก ยิ่งมีตัวสอดแทรกที่ต้องการทำเวลาอีกเพียบ เช่น การาปาซ ของอีเอฟฯ ที่เห็นได้ชัดว่า ก็ยังพอจะทานทนเพซของทีมได้ ถ้าเรานึกภาพว่า ตัวนักปั่นทั้งหลายเหล่านี้ สามารถเปิดเกมส์ใส่ โพกาชาร์ ได้ สลับๆกันไป ทีมใหญ่อื่นๆพยายามเซ็ทเพซ ยึดตำแหน่งให้ได้ก่อนที่ทีมของโพกาชาร์ จะตั้งขบวน เราจะได้เห็นว่า เกมส์รับของ UAE Team Emirates ในปีนี้ จะเหนียว จะแน่นเท่าเกมส์รุกหรือไม่

อีกไม่กี่วันจะจบช่วงแรกของการแข่งขัน เข้าช่วงที่สอง เราอาจได้เห็นการแก้เกมส์ของทีมอื่นๆ การเปิดเกมส์ใส่ผู้นำอย่างรุนแรง เพราะถ้าไม่เปิด ก็ไม่มีวันชนะ หรือ เราจะได้เห็นเกมส์โหดห้าวไม่เกรงใจใครของทีมผู้นำ ยังคงเดินหน้าต่อยแบบไม่รู้เหนือ่ย ผมเชื่อว่า แต่ละทีมก็จะจับตามองยกหน้านี้แหละครับ ระหว่างนี้ การ์ดสูงกันไว้ โยกหลบกันให้ดี อย่าให้โดนเวลาเข้าไปอีกไม่งั้นอาจลงไปนับก่อนถึงยกหน้า แล้วเรามาวัดกันว่า ยกสอง จะมาไม้ไหน และ สำหรับทีมที่ต่อยวงนอกเก่ง หาจังหวะสวนสวยๆได้ เซฟแรงไว้ดีๆ ยกที่สาม ยกสุดท้าย มีโอกาสพลิกเอาคืนได้ ซึ่งดีไม่ดี สอยสักหมัดเน้นๆ อาจได้เห็นเสื้อเหลืองลงไปโดนนับ และ อย่าลืมนะครับว่า ปีนี้ จบด้วยการขี่เดี่ยวไทม์ไทรอัล วันนั้นแหละ ที่จะรู้กันว่า ต่อยกันมาสามสัปดาห์ ใครเหลือเยอะที่สุด คนนั้นก็ชนะไป

July 4, 2024 cyclinghub 0 Comment