ผ่านไปครึ่งแรกแล้วครับสำหรับการแข่งจักรยานระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ ซึ่งปีนี้แม้จะผ่านอุปสรรคมาอย่างมากมาย ด้วยวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา แต่สุดท้ายก็เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วสำหรับประเภทชาย ซึ่งใครที่ติดตามชมตลอด 6 สเตจที่ผ่านพ้นไปจะพบกับความประทับใจต่างๆมากมาย ซึ่งในหลายๆความสวยงามและร้อนแรงนั้น วันนี้ ผมจะขอนำเอา 3 สิ่งที่จะทำให้ ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ ในปีนี้ ถูกจารึกเอาไว้เป็นหนึ่งในปุมการเดินทางที่ส่งผลต่อวงการจักรยานในอนาคตต่อไปอย่างแน่นอน

 

การแข่งรายการนี้เป็นที่สนใจอย่างมากจากต่างชาติ

ถึงแม้ว่ารายการ ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ ของพวกเราจะไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดที่สื่อใหญ่ของโลกอย่างเวโลนิส์ จะต้องส่งนักข่าวมาเฝ้ารายงาน แต่ หากคุณลองไปค้นหาผลของการแข่งขันนี้จะพบว่า รายการนี้ถูกนำไปรายงานในสื่อจักรยานต่างๆ โซเชียลต่างๆ มากมาย รวมถึง การตอบรับของทีมต่างชาติที่กลับมาอย่างมากมายเมื่อเริ่มประกาศวันที่แข่งขันแล้ว แม้จะต้องถูกเข้ากักกันตามมาตรการป้องกันการระบาดของบ้านเรา สะท้อนเลยว่า รายการนี้ เป็นหนึ่งในรายการสำคัญของเอเชียทัวร์ ด้วยความที่เป็นรายการระดับ 2.1 ที่มีแต้ม UCI ให้มาก การจัดการแข่งขันที่ได้มาตรฐานสากล ดังที่เราจะเห็นในทุกๆปีที่มีนักกีฬาจากนานาชาติ ทีมจากหลากหลายประเทศเข้าร่วม เชื่อว่า ในปีหน้า และปีต่อๆไป การที่ ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ สามารถเดินเครื่องเป็นทัวร์แรกของเอเชียตามปฏิฑินของ UCI หลังภาวะโควิดฯได้ น่าจะทำให้ต้นเดือนเมษายน เป้นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญที่โปรทีมในเอเชียและต่างทวีป น่าจะต้องพิจารณาวางตารางเพื่อมาร่วมอย่างแน่นอน นั่นส่งผลให้ นักกีฬาของเราในทุกๆชุด จะได้สัมผัสกับเกมส์การแข่งขันที่ร้อนแรง ดุเดือด และเป็นมาตรฐานที่สูงขึ้นไปด้วย แน่นอนว่า มันจะส่งผลอย่างดีเยี่ยมสำหรับการพัฒนากิฬาจัรกยานของไทยต่อไปอย่างแน่นอน

ครั้งนี้ ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า รายการนี้ “แน่” พอที่จะเดินหน้าสู่การเป็นหนึ่งในรายการสำคัญของเอเชียต่อไป

 

สโมสรสมัครเล่น กำลังยกระดับตัวเอง

เป็นเวลามากกว่า 3 ปีแล้ว ที่เราเริ่มเห็นการขยับตัวของสโมสรระดับสมัครเล่น เหรือเรียกกันว่า”คลับทีม” หลายๆทีมไต่ขึ้นมาจากการรวมตัวของนักปั่นที่ชื่นชอบการแข่งขัน จนก้าวสู่การเป็นทีมที่ทำการแข่งขันในระดับท้องถิ่น จนถึงระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง ในคราวนี้ที่พวกเขาได้รับโอกาสในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับสูงอย่าง ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ พวกเขาก็สามารถสร้างสีสัน และเป็นหนึ่งในการแข่งขันได้อย่างสนุกใจคนเชียร์ เป็นครั้งแรกที่การเชียร์”มวยรอง” คึกคักและร้อนแรงขนาดนี้ และน่าจะเป็นก้าวแรกสำคัญสู่การขึ้นสู่ระดับทีมจดทะเบียนกับ UCI ต่อไป แม้ว่าปีนี้ ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ อาจมีกระดูกแข็งมาไม่มาก รูปเกมส์อาจไม่ได้เดือดหนักเท่าทีุกๆปี แต่เชื่อเหลือเกินว่า ทีมสมัครเล่นชั้นนำและนักปั่นสมัครเล่นหัวกะทิ จะก้าวขึ้นสู่เวทีระดับนานาชาติต่อไปได้อย่างแน่นอน และนี่ก็จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกและโอกาสที่จะผลักดันนักกีฬาจักรยานขึ้นสู่ความเป็นเลิศต่อไป จุดเปลี่ยนนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ ปีนี้ เป็นประกายแรกของแนวคิดอ่างเป็นรูปธรรม

แม้ว่าจะต้องรอดูระเบียบและการปฏิบัติกันต่อไป แต่ในอนาคตผมเชื่อเหลือเกินว่า มีแฟนๆรอเชียร์ทีมคลับที่เลื่อนชั้นสู่การเป็นทีม UCI ออกไปทำผลงานต่างประเทศ นักปั่นหน้าใหม่จะมีความฝันและเป้าหมายทางเลือกของเด็กๆรุ่นต่อไป

 

ช่องว่างของโปรทีม ที่เราต้องข้ามไป

ถ้าพูดถึงทีมอย่าง ไบค์ เอด และ ไทยแลนด์คอนติเน็นตัล ก็จะเห็นไ้ดชัดว่า พวกเขา มีฝีเท้าอยู่ในระดับโปรอย่างไม่ต้องมีคำถาม สิ่งที่โปรทีมได้พิสูจน์ให้เห็นในครั้งนี้คือ พวกเขามีความ”แน่นอน” และขุมกำลังโดยรวมของทีมที่แข็งแกร่งกว่าทีมสมัครเล่นมากมาย จากเวทีที่ผ่านมาเยอะแยะ และประสบการณ์การแข่งขันระดับสูงกว่า ทั้งหมดนี้ช่วยลับคมในการเข้าฟาดฟันเกมส์การแข่งขัน แน่นอนว่า นักปั่นคลับทีมสามารถวาดลวดลายเอาไว้ให้พวกเราจดจำในปีนี้ แต่หลายๆจังหวะที่ทีมโปรจะเข้ามาคุมเกมส์ก็สามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างดีดนิ้วเลยทีเดียว และเมื่อเราได้เริ่มเห็นระยะห่างของโปรกับสมัครเล่นแล้ว มันคือบันไดที่เราต้องเดินขึ้นไปเพื่อข้ามกำแพงนั้น ซึ่งก็มีทีมและนักปั่นที่ได้แรงบันดาลใจจาก ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ ในปีนี้ ที่เข้าไปสัมผัสกับการแข่งขันด้วยตนเอง ที่จะมีเป้าหมายใหม่เพื่อฝึกซ้อมก้าวต่อไปอีกหลายคน

ขุนพลชุดใหญ่ของไทยที่วัยเริ่มเข้าสู่จุดพีคที่เลขสามหลายๆคน จะนำประสบการณ์เหล่านี้ ผสมกับเด็กๆรุ่นใหม่ๆที่โชว์ฝีมือ และได้เป้าหมายของการเดินทางไปต่อ รวมกันเป็นอีกหน้าของวงการจักรยานไทยในอนาคต ซึ่ง ยากจะเมินไปได้ว่า นี่เกิดมาจาก ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2020

 

นอกจากนี้ ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ ปีนี้ คงเป็นก้าวแรกของการเติบโตขึ้นสู่ฐานความสนใจที่มากยิ่งขึ้นกับยอดผู้ชมรวมทุกๆสเตจ ทะลุหลักหมื่น ซึ่งปรากฏการนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แน่นอนว่า ต้องขอขอบคุณทีมงานถ่ายทอดสด ผู้จัดการแข่งขัน ภาครัฐ ท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่ร่วมกันสรรค์สร้างให้ละครเวทีใหญ่นี้ผ่านพ้นไปได้อย่างสุดประทับใจ ขอส่งแรงใจให้กับนักกีฬา นักปั่นที่กำลังก้าวเดินต่อไป และ ขอบคุณผู้ชม ที่ท่านทุกคนคือหนึ่งในการสนับสนุนกีฬาจักรยานได้ดีที่สุด

 

October 12, 2020 cyclinghub 0 Comment