จากปัจจัยวิกฤติโควิด-19 ที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ทำให้รายชื่อของนักปั่นใน Tour Of Thailand 2020 ออกมาแบบไม่ค่อยปกตินัก กับการมีโปรทีมจากยุโรปมาเพียง 1 ทีม ผสมกับทีมชาติไทย และทีมโปรของบ้านเรา ไทยแลนด์ คอนติเน็นตัลทีม นอกนั้นเป็นนักปั่นระดับสโมสรสมัครเล่น (คลับทีม) ที่ได้รับเชิญเข้ามาร่วมประชันกันในปีนี้ ซึ่งเพียงวันแรกและวันที่สอง กับรูปแบบการแข่งขันที่ภาพไม่ค่อยเหมือนเดิม ดังเช่นที่ Race Director ได้บอกเอาไว้ว่า ตราบใดที่สถานการณ์ยังไม่กลับสู่ปกติ เราคงต้องลืมภาพปกติกันไปก่อนและใช้สิ่งที่เป็นในปัจจุบันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุด

 

Bike Aid พบงานหนัก

ทีมรับเชิญจากเยอรมัน ระดับโปรทีม ดวิชิั่น 3 (คอนติเน็นตัลทีม) ที่มาในรอบนี้ ยกชุดหลักของทีมมาเก็บแต้ม รางวัล และผลงานในรายการเอเชียทัวร์รายการใหญ่นี้ พวกเขาต้องการแต้มนี้ไปเพื่อเตรียมไว้ในอนาคต เมื่อ UCI เริ่มนำระบบแต้มสะสมเป็นปัจจัยในการได้สิทธิร่วมรายการ พวกเขาก็จะมีพื้นฐานที่ดีเอาไว้ก่อน รวมถึงนักปั่นต่างๆในทีมอีกด้วย ที่สำคัญ เงินรางวัลรายการนี้จัดได้ว่าไม่น้อยเลยครับ เงินรางวัลนี้ สำหรับทีมดิวิชั่นนี้ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆ แต่สิ่งที่พวกเขาจะได้เจอคือ การต้องสู้กับนักปั่นไทยเกือบทั้งหมดในการแข่งขัน แน่นอนว่าต้องวัดกับไทยแลนด์คอนติฯ แต่ที่พวกเขาต้องพบคือ ทีมชาติไทยคืออีกชุดกำลังสำคัญของเรา อย่างน้อยๆ นักปั่นต่างแดนต้องเจอกับเรา 1:2 เลยทีเดียว ยังไม่นับว่า ในทางปฏิบัติแล้ว สโมสรไทย ก็คงไม่เข้าร่วมสร้างสรรค์โอกาสที่จะทำลายเกมส์ของทีมไทยด้วยแน่นอน

 

คลับทีม คือตัวแปรสำคัญ

ถ้าจะเห็นว่า คลับทีมคือทีมที่ได้รับเชิญมาเสริมให้การแข่งเต็ม แบบตอดไม้ตกแต่งงานเท่านั้น แต่ ถ้าดูดีๆจะพบว่า นี่คือปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกมส์การแข่งออกมาในรูปแบบนี้ครับ นั่นคือ เกมส์ไล่ เกมส์รับ ทีมคลับยากที่จะมีขุมกำลังมาขยับเพื่อทำสู้กับนักปั่นระดับขั้นนำได้ ดังนั้น หากการหนีออกไป เป็นนักปั่นโปร ทีมที่เหลือที่จะไล่ก็มีเพียงทีมโปรและทีมชาติด้วยกันเท่านั้น มีเพียงคลับทีมที่ใช้นักปั่นต่างชาติเช่น Roojai.com หรือ Men In Black ที่มีการช่วยเก็บระยะในวันแรก ดังนั้น หากเกมส์ขาดโดยที่กลุ่มหน้ามีนักแข่งตัวหลัก คลับทีมก็จะไม่สามารถไล่เข้ามาปิดได้ นั่นก็คือถ้าการแข่งถูกหั่นออกมาได้ ก็จะกลายเป็นสองเวทีทันที

 

แจ้งเกิดนักปั่นหน้าใหม่

สำหรับนักปั่นคลับทีมที่ได้รับเชิญเข้ามา หลายๆคนมีดีกรีระดับชั้นนำ และมีหลายๆคนที่ผ่านเวทีระดับชาติมาแล้วทั้งนั้น เราได้เห็นว่า ENKKU สามารถขึ้นมาสปรินท์เล่นหน้าเส้นให้ได้ลุ้นสนุกได้ เราได้เห็นการจับจังหวะซื้อตั๋วไปกับกลุ่มหนีของ Woodland Cycling และเราได้เห็น Lenso เข้าร่วมสร้างสรรค์เกมส์รุก แม้ว่าโดยภาพรวมแล้ว เมื่อถึงจะหวะชี้ขาด คลับทีมก็ยังไม่สามารถสู้กับโปรทีมได้ แต่ในการสอดแทรกและฉกฉวยโมเมนตัม เราจะได้เห็นนักปั่น และทีมที่กำลังจะขึ้นมาได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา ทีมสมัครเล่น ได้รับการพัฒนามากยิ่งขึ้น มีการนำอดีตนักปั่นมากประสบการณ์ มาผสมร่วมกับนักปั่นใหม่ๆ ที่กำลังไต่ขึ้นมาเสริมในระดับประเทศ ดังนั้น เมื่อโอกาสเหมาะสม ในอีกเกือบสัปดาห์ที่เหลือ เราน่าจะได้เห็นความมั่นใจของพวกเขาที่จะมากขึ้น และเปิดโอกาสใช้ความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน เข้าร่วมเกมส์จนอาจได้รับรางวัลก็เป็นไปได้ สิ่งสำคัญที่พลาดไม่ได้อีกประการคือ หากมีผลงานของทีมคลับที่เกิดขึ้นจริงๆ รับรองได้ว่า มันจะเป็นบันไดไปสู่การอัพเกรดทีม ขึ้นสู่ระดับอาชีพ ทั้งตัวนักปั่นที่สามารถถูกดึงตัวไปร่วมทีมใหญ่ กับ ทีมคลับที่มีโอกาสได้รับการรับรองขึ้นระดับคอนติเน็นตัลมากขึ้นด้วย

 

ไม่ง่ายที่ไทยจะแบเบอร์

จากทั้งหมดนี้ อย่าคิดว่าไทยเราจะแบเบอร์กันมานะครับ เพราะ แม้ว่า Bike Aid จะมาทีมเดียวโดดๆ แต่ถ้าดูฟอร์มและระดับความสามารถก็จะพบว่า พวกเขาแข็งแกร่งมาก แถมมีมาตรฐานของค่าเฉลี่ยสมาชิกทั้ง 6 ที่สูงมาก ประสบการณ์ในการแข่งทั้งในเอเชียทัวร์ และในทัวร์ยุโรป คือสิ่งสำคัญที่พวกเขามาพร้อมจริงๆ และจากประสบการณ์ในเอเชียทัวร์นี้แหละครับ ที่พวกเขาก็จะมีความคุ้นเคยกับนักปั่นเอเชียชั้นนำ รวมถึงทีมของเราด้วยอยู่แล้ว ดังนั้น ในทุกๆจังหวะของเกมส์คงต้องจับตาดูและเชียร์กันตลอดเส้นทางการแข่งขัน โดยเฉพาะ วันที่ 3 และ 5 ของการแข่งขัน

October 7, 2020 cyclinghub 0 Comment