รู้นะว่าแรงแต่ก็ไม่คิดว่าจะโหดขนาดนี้

นี่คือความรู้สึกของผมเมื่อดูการแข่งวันแรกจบลงไปครับ นอกจากโหดแล้วยังเก๋าอีกด้วยนะครับสำหรับทีมนี้เพราะมีลูกล่อลูกชนในการทำเกมส์ไล่ในช่วงสุดท้ายที่เขี้ยวลากดินจริงๆ แถมปิดหน้าเส้นชนิดที่ว่า ทีมเจ้าเก่าไม่ต้องมายุ่งเดี๋ยวพี่คุมเองยาวๆกันไปเลย เอาล่ะครับ วันนี้จะมาเหลาให้ฟังว่า ทีมโพลสกี้ ทีมนี้ เค้าเป็นใครมาจากไหนกัน ถึงได้กระดูกชิ้นโตขนาดนี้

ก่อนอื่นก็ต้องเล่าก่อนว่า โปแลนด์ ไม่ใช่ประเทศที่ใหญ่โตอะไรนักนะครับสำหรับโลกของจักรยานว่ากันตามตรงก็จัดว่าเล็กด้วยซ้ำในอดีตประเทศนี้มีนักปั่นเด็ดๆไประดับโลกมากมายก็จริงแต่ถ้าว่าเรื่องของทีมแล้ว ก็ยังไม่ได้มีทีมระดับใหญ่โตให้ได้เห็นกัน ถ้าจะคุ้นตายุคใหม่ที่สุดก็คือทีม CCC  สมัยก่อนที่จะย้ายมาทำทีมดิสิชั่นสูงสุด ค่าย CCC เคยสนับสนุนทีมสัญชาติโปแลนด์นี้แหละครับอยู่ในระดับดิวิชั่นสอง และในที่สุด CCC  ก็ประกาศว่าจะไปทำทีมดิวิชั่นสูงสุดล่ะนะ (มีข่าวลือในตอนนั้นว่า CCC จะไปต่อจาก Sky  ซื้อทีมยักษ์ใหม่มาทำ) แต่สุดท้าย CCC ก็ไปหวยออกจากการทำทีมเวลิด์เป็นทีม CCC ที่เราเห็นกันในตูร์ฯไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ และนั่นเองที่ทำให้กองทัพ CCC  เดิมของโปแลนด์ต้องอยู่ในภาวะ”แพแตก”  ไปโดยปริยาย นักปั่นคนไหนโชคดีก็ได้บ้านใหม่ คนไหนไร้ทางไปก็ต้องหาทีมเล็กสังกัด และแน่นอนครับว่า ทีมนี้มีนักปั่นโปแลนด์ที่ไม่มีที่ไป ทีมในประเทศก็จะช้อนเอาไว้นั่นเอง

ช่วงปี 2017 นี่แหละครับที่เกิดเป็นทีมนี้ขึ้นมาโดยเปลี่ยนผ่านผู้สนับสนุนทำทีมมาโดยตลอด ล่าสุดได้เอชอาร์อี(HRE) กลุ่มธุรกิจอสังหาใหญ่ของโปแลนด์เข้ามาให้ทุนทำทีม ซึ่งทีมก็มีผลงานโดดเด่นในการแข่งทัวร์ยุโรปมากมาย ทั้งยุโรปตะวันออก ยุโรปเหนือ และนับเป็นทีมสำคัญที่มีสิทธิ์ได้รับเชิญไปรายการต่างๆไม่น้อยเลย แม้ว่าทีมจะเพิ่งมีอายุเพียง 5 ปีเท่านั้น นั่นแปลว่าทีมนี้มีฝ่ายบริหารที่มีประสบการณ์ในการทำทีมในวงการจักรยานมายาวนาน ตลอดจนมีผลงานที่ได้มาตรฐาน ที่สำคัญที่สุด ทีมนี้เน้นสร้างมาเพื่อการพัฒนานักปั่นโปแลนด์ขึ้นมาด้วยนั่นเอง เอาล่ะครับ พูดถึงนักปั่นแล้ว เรามาดูรายชื่อนักปั่นในทีมนี้กันว่า รอบนี้เอาใครมาลงแข่งกันบ้าง ใครเป็นใคร ถนัดอะไร

อลัน บานาเซค

หนุ่มวัย 24 ปีผ่านการร่วมทีมใหญ่อย่าง ซีซีซีฯ และ คาฮาฯ สองทีมระดับโปรฯ สมัยเยาวชนเค้าขึ้นไปถึงระดับแชมป์เสือหมอบยุโรป และอยู่ในระดับท็อป 10 ของการแข่งเสือหมอบชิงแชมป์ยุโรปรุ่น U23 ปี ที่สำคัญ ยังสปรินท์ในลู่ได้อีกด้วย เมื่อคว้าแชมป์การแข่งขันพอยท์เรซชิงแชมป์ยุโรปรุ่น U23 มาแล้ว

เอเดรียน บานาเซค

คนนี้อายุ 28 ปีครับ ดีกรีติดท็อป 10 เสือหมอบชิงแชมป์ยุโรป U23 และขี่ทีมระดับ UCI มาโดยตลอดเลยครับ

นอร์เบอิร์ต บานาเซค

อดีตเจ้าของแชมป์ทัวร์บัลกาเรีย ด้วยวัยในรุ่น U23 เท่านั้น ปีนี้อายุขึ้นมา 24 แล้วครับ และขี่ทีม UCI มาตั้งแต่สมัยเป็นหนุ่มน้อย

ยาค็อบ คาซมาเร็ค

ปีที่แล้ว คว้าแชมป์ทัวร์โรมาเนียมาครองได้ตอนอายุแค่ 23 ปีเท่านั้น ก่อนหน้านั้นก็คว้าเจ้าภูเขามาครองจากรายการในเช็คฯด้วยวัยแค่ 21 ปี

โทว์เบียส พาวลัค

นักปั่นหนุ่มวัย 26 อีกคนที่ปั่นระดับท็อปๆของสมัครเล่นมาตั้งแต่วัย 19-20 และเทิร์นขึ้นมาอยู่ทีม UCI  ลงแข่งทัวร์ทำผลงานมากว่า 5 ปี

มาร์เซลลี โบกุสโลวสกี

ปิดท้ายกันด้วยสมาชิกที่ขี่ได้ทั้งเสือหมอบและเสือภูเขาครับ แข็งแกร่งกระแทกหนักยืนระยะได้ดีด้วย อายุก็เพียง 25 ปีเท่านั้น

 

สังเกตุมั้ยครับว่า สมาชิกทีมนี้ อายุละอ่อนเพิ่งพ้น U23 กันแทบทั้งนั้น นั่นก็เพราะว่าทีนี้ สร้างมาเพื่อปั้นเด็กโปแลนด์เป็นสำคัญครับ ให้โอกาสเด็กจากเยาวชนขึ้นมาในช่วง U23 และส่งแข่งรายการยุโรปต่างๆเพื่อลับขาให้คมพอที่จะขี่ในระดับทัวร์ยุโรปได้ หากใครประสบความสำเร็จดังปังขึ้นมา ก็มักจะได้ข้อเสนอสัญญาไปอยู่ที่ใหญ่ขึ้น ทำให้เมื่ออายุมากขึ้นก็ย้ายทีมออกไปกันเป็นส่วนมาก ซึ่งนี่คือพื้นฐานที่แน่นปึ้กต่อการพัฒนากีฬาจักรยานของโปแลนด์ แม้ว่าทีมนี้จะไม่ได้สร้างมาโดยตรง แต่ถ้านึกถึงนักปั่นโปแลนด์ระดับโลก แน่นอนว่า คนๆนั้นคือ ราฟาล ไมจ์กา ยอดนักปั่นระดับซูเปอร์โดเมสทีคคู่ใจของ ทาเดจ์ โพกาชาร์ แห่งทีมยูเออีฯ นั่นเองครับ  และจากปัจจัยนี้เอง ที่แม้โปแลนด์จะไม่สามารถสร้างทีมระดับสูงสุดขึ้นมาได้ แต่การสร้างทีมระดับเล็กๆมารองรับหลากหลายแบบนี้นั่นแหละครับ ที่กลายเป็นบันไดสำหรับดาวรุ่งแจ้งเกิดขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่

ก่อนลาจากสำหรับบทความนี้  ขอทิ้งท้ายว่า ตามธรรมชาติของนักปั่นวัยห้าวอายุประมาณนี้ของพวกทีมระดับคอนติฯในยุโรป พวกนี้จะปั่นกันแบบ”ดุดัน” ครับไม่รู้ไปโกรธอะไรกันมาจากไหน เกมส์จะหนักและกระตือรือร้นมาก เพราะ ทุกๆผลงานของพวกเค้าหมายถึงอนาคตในเส้นทางการปั่นที่เปลี่ยนชีวิตได้เลย ยิ่งรายการทัวร์ของเราเป็นระดับ 2.1 ที่มีแต้ม มีเงินรางวัลดี สะสมแต้มส่วนตัวได้ สะสมแต้มให้ทีมได้  นอกจากทีมจะอัพแต้มเก็บไว้ นักแข่งก็ได้คะแนนมาไว้เป็นมุลค่าของตัวเองด้วยครับ ยิ่งปีนี้ ทั้ง เอชอาร์อี และ ไบค์เอด มาอยู่บนสังเวียนเดียวกัน ทั้งคู่ก็ต่างต้องการผลงาน รางวัล และแต้มต่างๆพวกนี้ทั้งสิ้น สิ่งที่ต่างก็คือ เอชอาร์อี เป็นเด็กวัยสดเพิ่งพ้น U23 กันมา ไฟยังร้อนแรงแสวงหาเส้นทางไปสู่โปรทีมใหญ่ขึ้น กับไบค์เอดที่อาจเก๋าแกร่งในรูปแบบที่เหนียวแน่นก็จริง แต่นักแข่งดูจะพ้นจังหวะชีวิตพิชิตถนนโปรกันมาแล้ว แต่ก็อย่าได้ถอดใจครับเพราะอีกทีมที่ทำได้อย่าง เซ็นต์จอร์จฯ ก็ทำผลงานเอเชียทัวร์โดดเด่นจนส่งนักปั่นไปอยู่ทีมระดับเวิลด์มาแล้ว และนี่น่าจะเป็นอีกหน้าหนึ่งที่น่าสนใจของทัวร์ฯ ของเรา แม้เราจะไม่ได้เชิญทีมใหญ่มาร่วมได้สำเร็จ แต่การดึงเอานักปั่นวัยนี้ ของร้อนๆแบบนี้มา จะเป็นอีกปัจจัยที่ส่งให้เราสร้างนักปั่นรุ่นต่อไปได้อย่างมั่นคงขึ้นและไปไกลกว่าที่เราเห็นในวันนี้อย่างแน่นอน

ติดตามกันต่อไปครับ

 

April 2, 2022 cyclinghub 0 Comment