ประเดิมกันด้วยการเลื่อนและยกเลิกรายการแข่งขันในอตาลีและตะวันออกกลาง จนลามมาถึงรายการต่างๆในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ต่อมาเริ่มมีข่าวนักปั่นโปรติดโควิตฯกันบ้างแล้วในยุโรป และเนื่องจากมาตรการที่ดีที่สุดกับการรับมือกับการระบาดของไวรัสนี้คือการลดโอกาสที่ผู้คนจะมารวมตัวกันในบริเวณหนึ่ง ดังนั้นมหกรรมกีฬาต่างๆจึงต้องยกเลิกหรือเลื่อนออกไปอย่างเราๆทราบกันดีแล้วนั่นเอง แต่สำหรับ ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ นั้นมีโจทย์ที่แตกต่างออกไปเพราะการแข่งขันอยู่บนพื้นที่เปิดโล่ง ไม่ใช่บริเวณพื้นที่ปิด อย่างไรก็ตาม นี่คือกีฬาที่มีผู้ชมสดมากที่สุดในโลก  โดยผู้ชมจะเบียดเสียดกันอยู๋ตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะบนภูเขาที่นอกจากเบียดเสียดแย่งกันชมแล้ว ยังตะโกนส่งเสียงเชียร์สั่นไปหมด ไม่ได้ดีไปกว่าสนามมวยของเราเลย ตลอดจน คาราวานนักแข่ง ทีมงาน สื่อมวลชน ที่เคลื่อนไปไปยังเมืองต่างๆของฝรั่งเศสกว่าพันชีวิต นับเป็นข้อน่าขบคิดมากๆว่า นี่จะเป็นการกระจายเชื้อไวรัสอย่างดีหรือไม่ เพราะแม้ว่าช่วงเวลาการจัดการแข่งขันจะอยู่ในอีกครึ่งปีข้างหน้าก็ตาม แต่สถานการณ์ในโลกนี้ เชื่อว่า การแพร่ระบาดจะยังคงกระจายตัวอยู่ในภูมิภาคต่างๆกินระยะเวลาไปอีกระยะหนึ่งเลยทีเดียว

 

ASO ผู้จัดการแข่งขัน ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ได้เข้าหารือกับกระทรวงกีฬาของประเทศฝรั่งเศส จากการเปิดเผยของรัฐมนตรีกระทรวงกีฬาฝรั่งเศส โรซานา มาราซินอ ซึ่งพวกเขาพยายามหาทางออกเพื่อให้การแข่งรายการนี้ยังสามารถจัดได้อย่างปลอดภัย เพราะในเวลานี้อย่างน้อยๆก็อีก 2 เดือนที่การแข่งจักรยานในยุโรปต้องถูกระงับลงไป แถมนักปั่นที่ส่วนมากอาศัยอยู่ในฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และฝรั่งเศส อยู่ในภาวะเก็บตัวอยู่กับบ้านไม่ออกมาปั่นบนถนนเพื่องดโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับหรือแพร่เชื้อไวรัส

ซึ่งก็มีกรณีศึกษาจากรายการ ปารีส-นีส ที่เพิ่งจัดไปได้ในช่วงเวลาที่ฝรั่งเศสก็ตกอยู๋ภายใต้ภาวะการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส โดยทำการลดทอนเสกลให้เหมาะสมมากขึ้น ดังนั้น นี่อาจจะเป็นวิธีที่ทำให้ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ยังสามารถจัดได้ในกลางปีนี้ อย่างไรก็ตาม ในปารีส-นสเอง พวกเขาก็ต้องทำการยกเลิกการแข่งขันวันสุดท้ายออกไป ทำให้เป็นปัญหาที่น่าขบคิดว่า แล้วตูร์ฯ จะทำอย่างไรได้อีก

 

ทางออกแรกที่ถูกยกขึ้นมาในการหารือคือ การตัดขบวนคาราวานกิจกรรมและผู้สนับสนุนออกไปจากการแข่งขัน พร้อมทั้งยกเลิกกระบวนการปล่อยตัวและสิ้นสุดการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ในแต่ละหมู่บ้าน ตลอดจนระหว่างทาง ไม่่เปิดให้ผู้ชมมารวมตัวกันเพื่อรอชมการแข่งขันได้ (จริงๆตามสภาพการกักตัว ก็ไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว) แปลง่ายๆว่า นักแข่งก็แข่งไป ทีมงาน ผู้จัด สื่อมวลชนก็ทำงานกันไป แข่งเสร็จก็จบการแข่งในพื้นที่ปิดล้อมที่มีเพียงทีมงานเข้าร่วมเท่านั้นจึงเข้าได้ แถมในแต่ละขั้นตอนมีการตรวจจคัดกรองอย่างเข้มงวด ซึ่งก็รวมถึงการกักตัวหลังการแข่งขันจบสิ้นอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงความหวังริบหรี่ของวงการจักรยานเท่านั้น และยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินอะไรได้ครับ เพราะแนวโน้มของการแพร่ระบาดไวรัสโควิต-19 ในพื้นที่ต่างๆยังไม่เข้าใกล้ช่วงของการคลี่คลาย รวมถึงปัญหาของประเทศอื่นๆที่ค่อยๆมีการระบาดตามกันมาอย่างช้าๆ คาดกันว่ากลางปีนี้ หลายๆประเทศที่เข้าสภาวะวิกฤติมาก่อนเช่นจีน ฮ่องกง เกาหลีไต้ หรือแม้แต่อิตาลี ก็อาจพ้นช่วงวิกฤติไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีประเทศที่เพิ่งเริ่มมียอดผู้ป่วยขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์นี้ ที่อาจพัฒนาตัวเป็นการระบาดระดับ3 ในอนาคตได้ ซึ่งนั่นอาจทำให้มีความเสี่ยงเกินไปที่จะจัดการแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่ (เหตุผลนี้เองที่โอลิมปิคน่าจะใช้เป็นหลักในการเลื่อนการแข่งขันออกไป)

 

เราคงต้องจับตาดูข่าวกันไปวันต่อวันล่ะครับงานนี้ อะไรๆก็เปลี่ยนแปลงได้ อย่างน้อยก็ได้ทราบว่า รายการนี้ ยังพยายามที่จะหาทางออกให้สำเร็จให้ได้ ซึ่งแนวทางอาจช่วยให้วงการจักรยานในปีนี้ ยังขยับเขยื้อนอยู่ได้บ้างในครึ่งปีหลังนั่นเอง

 

 

 

 

March 25, 2020 cyclinghub 0 Comment