เมือ่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการสัมภาษณ์ผู้บริหารของทีมโปรจักรยาน”ยัมโบ-วิสมา” จากเนเธอแลนด์ ซึ่งได้นำเสนอแนวคิดแปลกใหม่ที่เขาคิดว่า มันจะช่วยสร้างอีกขั้นของการพัฒนาในวงการจัรกยานอาชีพ และเอื้อให้ทีมและแฟนๆกีฬาจักรยานได้ติดตามได้ง่ายกว่าเดิม จากเดิมที่ นักปั่น จะได้รับหมายเลขประจำตัวการแข่งขันในแต่ละรายการแตกต่างกันออกไป มาลงรายการนี้ คนนี้ได้หมายเลข 26 ไปอีกรายการหนึ่งเขาคนเดิมได้หมายเลข 62 ซึ่งสร้างความสับสนให้กับผู้บรรยาย (ในฐานะผู้บรรยาย ขอยืนยันว่าจริงครับ) และแฟนๆที่ติดตามเชียร์ในแต่ละรายการมากๆ พวกเขาต้องไปดูหมายเลขในการยืนยันรายชื่อก่อนเริ่มแข่งของแต่ละรายการว่า นักปั่นคนที่สนใจ งานนี้ใส่หมายเลขอะไร จากนั้นเวลาแข่งก็ต้องมองหาคนที่ติดหมายเลขนั้นที่กระเป๋าด้านหลังซึ่งก็ไม่ได้หาได้ง่ายนัก

นอกจากนี้ หมายเลขที่มาติดที่กระเป๋าด้านหลังบนเสื้อก็เป็นปัญหาที่แตละทีมต้องพยายามแก้ไขให้มันติดได้แน่น สนิท ทน ไม่ใช่หลุด จนหย่อน กระพือ เสียเปรียบเรื่องแอโรไดนามิคส์คู่แข่งกันไปอีก แถมแต่ละรายการก็ใช้วัสดุที่ต่างกันด้วย ดังนั้น ระบบป้ายหมายเลขนี้ ที่ใช้มาเป็นเวลายาวนาน ควรแล้วหรือไม่ที่จะมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งยังเสนอข้อดีของการปรับแก้ไขตรงนี้ต่อไว้ในการสัมภษณ์ด้วย

 

นักกีฬาระบุตัวตนได้ง่ายขึ้น

นักกีฬาที่เลือกหมายเลขของแต่ละคนในทีมเจาะจงไปเลย เมื่อไปลงแข่งก็ทำการลงทะเบียนใช้หมายเลขนั้นๆในทุกรายการตลอดฤดูกาล ช่วยระบุตัวตนของเขาได้ง่ายและชัดเจนขึ้น คล้ายกับกีฬาชนิดอื่น ทั้งแฟนกีฬา ผู้ตัดสิน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งขัน น่าจะมองเห็นหมายเลขบนหลังได้ไม่ยาก หรือจะใช้ควบคู่กับระบบหมายเลขที่จักรยานก็ยังได้ ทั้งหมดนี้ เป็นข้อดีที่ช่วยให้การจัดการบริหารการแข่งขันสะดวกขึ้น ส่วนแฟนๆนั้น สามารถมองหานักปั่นคนโปรได้ง่ายขึ้นมาก เพราะ ในการแข่งขัน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่แฟนนักปั่นจำได้ และมองหาง่ายๆ แต่ สำหรับสมาชิกในทีมบางคนที่พวกเขาแทบจะไม่มีใครพูดถึงเลยเพราะเห็นขี่ลากกลุ่มมาส่งก่อนขึ้นเขาแล้วหายไป ระบบหมายเลขประจำตัวที่ถาวรนี้ ช่วยให้แฟนๆติดตามพวกเขา ระบุตัวตนเมื่อกล้องจับไปได้อย่างทันที เพราะทีม ยัมโบ-วิสม่า เคยใช้ระบบนี้ผสมกันมาก่อนแล้ว โดยแต่ละคนในทีมจะเลือกเลขประจำตัวของเขาที่ถูกใจ แล้วพิมพ์ลงไปบนเสื้อให้สงเกตุเห็นได้ด้วย ผลก็คือ เสื้อหมายเลข 14 ของนักปั่นที่อยู่ในอัมสเตอดัม ขายดีกับแฟนๆนักปั่นอัมสเตอดัม ส่วน นักปั่นจากต่างประเทศ ก็สั่งซื้อสเือปั่นของนักปั่นจากประเทศของเขา เฉกเช่นเดียวกับเสือกีฬาอื่นๆที่กลายเป็นโอกาสในการหารายได้ของทีมอาชีพ พูดง่ายๆคือ เสื้อนั้น มีมูลค่าขึ้นมาจากเดิมทันที

 

อย่างไรก็ตาม จัรกยานถือเป็นกีฬาที่มีการขยับปรับเปลี่ยนอะไรๆได้ไม่ง่ายนัก มีรายละเอียดที่ต้องพิจราณากันให้ครบรอบได้ หลายๆเรื่องก็มีความเป็น”ประเพณี” มากกว่าเรื่องของเหตุและผลเชิงประจักษ์ ซึ่งหมายเลขการแข่งนี้เองก็มีเสน่ห์ในความคลาสสิคของมัน เช่น การมองหากัปตันทีมในแต่ละรายการ การมองหาหมายเลขพิเศษในแต่ละวัน ที่เป็นสิ่งที่ทำต่อนเื่องมาอย่างยาวนานตลอดการแข่งจักรยานโลก รวมถึงงานปั่นในระดับสมัครเล่นที่แน่นอนว่าพวกเขาต้องใช้หมายเลขติดด้านหลังเหมือนเดิมเท่านั้น ตลอดจน คลับทีม หรือ ทีมชาติ ที่จะเข้าไปร่วมการแข่งโปรทีมต่างๆ จะต้องมีทางออกอย่างไรกับการ”พิมพ์” หมายเลขบนหลังเสื้อของพวกเขา แต่ในมุมมองกลับกัน นี่ไม่ใช่ปัญหาที่ยุ่งยากสำหรับผู้บริหารทีมที่มองไกลไปอนาคตเลย เพราะ เขามองว่า จะเป็นคลับทีม หรือทีมชาติที่มาร่วมการแข่งโปรทัวร์ต่างๆ ก็สามารถสั่งทำเสื้อของนักปั่นแต่ละคนได้ และในกรณีที่มีการส่งนักปั่นทีมชาติคนนั้นๆในอีกรายการ ก็ใช้หมายเลขเดิม ยกตัวอย่างนะครับ สมมุติว่า ในประเทศไทยเรา เจ้าโชเอะ ปฐมภพ ไปปั่นรายการทัวร์ ในนามทีมชาติ ใช้หมายเลข 10 จากนี้ไป ถ้าส่งชื่อโชเอะติดทีมชาติ ก็ต้องใส่หมายเลข 10 เท่านั้น สำหรับทีมโปรอ่าง ไทยแลนด์ คินติเน็นตัล ของบ้านเรา ก็อาจจะได้ผลดีไปจากการขายเสื้อปั่นของนักปั่นในทีมให้กับแฟนๆนักปั่นได้ ทีมก็มีสิทธิประโยชน์ส่วนแบ่งรายได้กับผู้ได้สิทธิทำเสื้อแข่งไปขายนั่นเอง อเล็กซ์ ใส่เบอร์ 6 ใครรักอเล็กซ์ แฟนๆชาวลาวก็คงซื้อเสื้อตัวนี้ไปใส่เชียร์ กัน ใครชอบเจ้าวุฒฺ ใส่เบอร์ 3 ก็ไปซื้อเสื้อเบอร์นั้นกัน นักปั่นเองก็มีโอกาสสร้างมุลค่าของตน ให้คนติดตามด้วยนั่นเอง เวลาเราดูถ่ายทอด แล้วเห็นคนที่เราเชียร์ปั่น อาจจะไม่ใช่คนหลักคนดังในจังหวะที่ฮือฮา แต่นั่นแหละครับ ที่แฟนๆของนักปั่นแต่ละคนสนใจ ไม่ใช่ทีมๆหนึ่ง มีนักกีฬาที่ขายมูลค่าของตนเองได้อยู่ไม่กี่คน

 

ก็มาจับตามองกันครับว่าในอนาคตเราจะได้เห็นแนวคิดนี้ถูกหยิบยกไปขยับออกมาเป็นทางปฏิบัติหรือไม่ และทุกท่านล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับแนวคิดแบบนี้ อยากให้เป็นแบบเดิม หรือ ขยับเปลี่ยนแนวกันดี

Tag :: protour
June 22, 2020 cyclinghub 0 Comment