นับตั้งแต่การแจ้งเกิดของมาร์ค คาเว็นดิช หลังจากนั้นก็มีสปรินท์เตอร์เด่นๆตามมาอีกมากมาย ร่วมยุคกันทั้ง เจ้าแมวเหมียว มาร์เซล คิทเทล และ เดอะกอริลล่า อังเดร ไกรเพล  แต่เมื่อสิ้นยุคของพวกเขาเหล่านี้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เพียงเวลาไม่กี่ปีที่เว้นว่างนี้ ยังไม่มีใครก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าความเร็วที่ครองบัลลังก์ของจรวดทางราบอย่างแท้ทรู ซึ่งหลายคนก็มองกันว่า ใน TDF ปีนี้นั่นแหละ ที่เราจะได้เห็นแววของผู้ที่จะขึ้นมาเป็นจรวดทางราบของยุค ซึ่งแน่นอนว่า มันยากกว่ายุคก่อนมาก เนื่องจาก มีชื่อของสปรินท์เตอร์ต่างๆมากมาย อาทิเช่น อิเลีย วิวีอานี่, ไบรอัน คอร์คาร์ด, แซม เบ็นเน็ท และ คาเล็บ ยวน แต่จาก TDF เสตจที่ 11 ที่ผ่านมา ในที่สุด ก็เริ่มเห็นแววเด็ดขาดของเจ้าหนูกิมจิ ลูกครึ่งออสเตรเลีย-เกาหลี ที่เฉียดมาเกือบทุกเสตจ สามารถเก็บเสตจที่สองในการแข่งขันนี้มาได้

 

เสตจที่ 11 เป็นเวทีของสปรินท์เตอร์ทางราบอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าจะมีเหตุให้ลุ้นสำหรับพวกตัวเต็งสะสมเวลารวมกันบ้างแต่ในที่สุดก็มาจบกันที่หน้าเส้นชัยไปตามคาด ภาพที่กลุ่มทีมต่างๆพากันดาหน้าขึ้นมาแย่งเอาหัวหาดเพื่อปล่อยจรวดของแต่ละทีมในช่วง 1500 เมตรสุดท้าย เป็นความเร้าใจของการแข่งจักรยานทางราบ ซึ่งความวุ่นวายในช่วงเวลาราว 1 นาทีนี้เอง ที่เราจะเห็นการช่วงชิงจังหวะ ตำแหน่ง และความเคีรียดของการแข่งขันที่อัดแน่นอยู่ในนั้น เพราะในนักปั่นทั้งหมด จะมีคนที่ชนะเจาะไข่เข้าเส้นชัยได้เพียงคนเดียว คราวนี้ จังหวะอันคมกริบของทีมล็อตโค-ซูดาล วางให้ คาเล็บยวน ได้จังหวะที่พร้อมยิง และจังหวะที่ระเบิดพลังออกไปก็พอดิบพอดีกับการคว้าเส้นชัยไปครองได้เป็นครั้งที่สองของเขา จากนี้ไปก็มาลุ้นกันว่า เสตจทางราบที่เหลืออยู่นั้น จะทำแฮ็ททริคได้หรือไม่ รวมถึง ที่ปารีส เสตจปิดท้าย อันเป็นเกียรติยศสำคัญของการแข่งรายการนี้

September 10, 2020 cyclinghub 0 Comment