ถ้าคุณปั่นจักรยานมาได้สักระยะหนึ่ง แต่ก็ยังไม่สามารถรู้สึกว่าตัวเองปั่นแล้วพัฒนาไปได้สักเท่าไหร่ ที่เคยมองพี่น้องนักปั่นขาแรงไปฉิวๆเช่นไร วันนี้ก็ยังคงมองอยู๋เช่นนั้น ที่ร้ายเข้าไปอีก เพื่อนที่เริ่มปั่นมาด้วยกัน ก็ไปได้ดีรุดหน้าไปแล้วจนแทบจะขี่ด้วยกันไม่ได้ ถึงเวลาต้องลุกขึ้นมาขยับตัวแล้วบอกกับตัวเองว่า คราวนี้ต้องเอาจริงกันเสียที แต่ จะเริ่มอย่างไรล่ะ? นี่คือปัญหาใหญ่ที่ทำให้หลายๆคนรู้สึกเบื่อและหน่ายกับจัรกยานไปในที่สุด วันนี้ ขอนำเสนอ 5 ข้อที่ หากคุณจัดการมันได้ จากนี้ไป คุณจะเป็นคนใหม่ ที่ไปได้กลกว่าคนเดิมอย่างแน่นอน

 

อยากปั่นต้องได้ปั่น

ต่อไปนี้ คุณจะต้องมีเวลาได้ปั่นจักรยาน ซึ่งมันหมายถึง การจัดการหน้าที่และเรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จลุล่วงไปเพื่อให้คุณมีเวลาได้ปั่นจักรยานตามที่ต้องการได้ ปัญหาใหญ่ของผู้ที่ปั่นแล้ว เจอกับความน่าเบื่อของการไม่ไปไหนคือ ไม่สามารถปั่นได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะสัปดาห์ละวัน หรือสองวัน จงทำให้เป็นกิจวัตร ที่สำคัญ คุณต้องยกระดับจาก”กิจกรรมยามว่าง” เป็น “ของโปรด” ที่คุณต้องไม่พลาด และนั่นคือก้าวแรกสำคัญที่สุด ที่คุณจะเริ่มต้นได้อย่างมั่นคง

 

ปั่นน้อยดีกว่าไม่ได้ปั่น

หลายๆคนเมื่อเริ่มต้นไปแล้ว ก็จะล้มเหลวลงเพราะเวลารัดตัว ไม่สามารถปั่นได้มากอย่างที่ต้องการ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การปั่นน้อย ย่อมดีกว่าไม่ได้ปั่นเลย ดังนั้น แทนที่จะนอนรอวันหยุดที่จะออกไปปั่นให้ได้นานๆอย่างที่ต้องการ ลองมองหาจังหวะดีๆได้ปั่นเพิ่มขึ้นอีกสัก 2 วัน วันละ 20-30 นาที เพียงเท่านี้คุณจะมีชั่วโมงบินบนอานจักรยานเพิ่มขึ้นอีกมากมาย และเรียนรู้การใช้การปั่นสั้นแต่หนัก เพื่อช่วยพัฒนากายภาพ ก็เป็นอีกทางออกที่ทำได้ แน่นอนว่า จะบนถนน เทรนเนอร์ ซิมูเลเตอร์ หรือในฟิตเนส หากช่วยประหยัดเวลา ก็จะเป็นอีกทางที่คุณจะพัฒนาได้เช่นกัน

 

ไปปั่นงานจักรยานกันบ้างสิ

งานปั่น ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม ที่ไม่ใช่งานแข่งกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ซึ่งจริงๆก็มีอยู่ไม่กี่รายการเท่านั้น คือแหล่งรวมคนชอบจักรยานเข้ามาอยู่ด้วยกัน บรรยากาศ และเส้นทางที่แปลกใหม่ จะเป็นตัวช่วยจุดไฟให้คุณมีเป้าหมายที่อยากจะไปให้ถึง นอกจากนั้น หลังงาน คุณมักอยู่ในภาวะ “ไฟยังติด” ซึ่งช่วยให้คุณมีแรงบัันดาลใจในการปั่นต่อเนื่องหลังจากงานปั่น รวมๆกันแล้ว มันคือ 1 เดือน หรือราวๆ 1/12 ของเวลาในหนึ่งปี ที่คุณจะมีใจออกมาปั่นได้อย่างเต็มเหนี่ยวนั่นเอง ตั้งเป้าหมายของคุณให้สนุก และไปร่วมงานโดยตัดข้อแม้ทั้งหมดทิ้งไป คุณได้ทำสิ่งที่ยากกว่าการปั่นไปเรียบร้อยแล้ว นั่นคือ การควักเงินซื้อรถถีบหนึ่งคันที่ราคาพอๆกับซื้อมอเตอร์ไซค์!! แล้วกะอีแค่เอามันไปปั่นงาน มันจะยากอะไรล่ะครับ?

 

ออกมาปั่นให้สนุก ไม่ใช่ซ้อม

มีผู้ฝึกสอนทรงคุณวุฒิในโลกนี้ได้กล่าวเอาไว้ว่า “ถ้าซ้อมแล้วไม่สนุก แปลว่าคุณซ้อมผิด” เพราะการฝึกซ้อมนั้นมีหลายวิธีที่จะไปให้ถึงที่หมายเดียวกัน การเลือกวิธี เส้นทางที่เหมาะสมคือหน้าที่ของผู้ฝึกสอน ดังนั้นสำหรับเราๆที่ปั่นจักรยาน ไม่ว่าคุณจะได้รับคำแนะนำในการปั่นมาอย่างไร หรือมีต้นแบบเช่นไรก็ตาม หากคุณทำแล้วไม่สนุก จงอย่าลังเลที่จะมองหาแนวทางใหม่ที่คุณสนุกกับการปั่นได้มากขึ้น เพราะยิ่งสนุก คุณยิ่งอยากทำมันอีก และนั่นคือก้าวสำคัญที่คุณจะได้ไปต่ออย่างที่ใจต้องการ

 

ขยายสังคมรอบตัวให้กว้างกว่าเดิม

ไม่ว่าคุณจะปั่นคนเดียว หรือปั่นกับกลุ่มเพื่อนเล็กๆก็ตาม หากคุณกำลังย่ำอยู่กับที่ หรือถอยหลังลงเขา วิธีสำคัญที่ต้องมองหาอีกวิธีคือ การมองหาเพื่อนเพิ่มให้ได้เร็วที่สุด มองหาเพื่อนที่ว่างเวลาใกล้ๆกัน ปั่นได้พอๆกัน หรือแม้แต่การออกไปปั่นแล้วได้พบกับคนที่ปั่นพอๆกับเรา แล้วไปด้วยกัน ยิ่งคุณออกมาบ่อยเท่าไหร่ โอกาสที่คุณจะเจอบัดดี้ที่ใกล้เคียงกัน มีเป้าหมายคล้ายๆกันก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น และเพื่อนที่เป็นคู่ขาที่ดีนี่แหละครับ จะเป็นแรงผลักดันให้คุณไปได้ง่ายกว่าเดิม สิ่งที่ไม่น่าเชื่อคือ คนปั่นจักรยานหลายๆคน ออกมาปั่นเวลาเดิมๆเป็นประจำ ได้พบกับเพื่อนนักปั่นคนเดิมๆที่ปั่นพอๆกันเป็นประจำ จนสนิทกลายเป็นเพื่อนกันไปเลยก็มีมาแล้วไม่น้อย

Tag :: Training
March 16, 2020 cyclinghub 0 Comment