จะปั่นจักยานลงเขาให้ได้สนุก ปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องยากและน่ากลัวอย่างที่หลายคนกังวล แน่นอนว่าเสือหมอบสามารถลงเขาได้ความเร็วไม่แพ้รถยนต์ และดูเหมือนว่ามันจะไม่มั่นคงเอาเสียเลยสำหรับล้อเล็กๆ แต่หากคุณจำสิ่งสำคัญ 5 ประการนี้ได้ รับรองว่า คุณจะสนุกกับการลงเขาได้ด้วย โดยปลอดภัยกว่าที่เคยเป็น

 

มองทางไหนไปทางนั้น

เป็นเรื่องที่น่าแปลกว่า นักปั่นมคำสอนกันต่อๆมาว่า ถ้าเรามองไปทางไหนจักรยานมันจะไปตามนั้น แต่ถึงจะหาเหตุผลรองรับไม่ได้แต่มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ คำตอบที่เราพอจะหามาอธิบายได้ก็คือ การมองไปในทิศทางที่คุณจะไป มันสอดคล้องกับการบาลานซ์น้ำหนักตัวและรถ รถจึงมุ่งไปทิศทางนั้นโดยธรรมชาติ แต่อย่างน้อย การมองไปบนเส้นทางที่ต้องการจะไป คือการมองเพื่อหาสิ่งไม่พึงประสงค์บนถนน มองหารถยนต์ที่จะวิ่งเข้ามา หรือมองเพื่อกะคะเนสภาพความโค้งของเส้นทางเบื้องหน้าเพื่อเตรียมรับมือได้ในทันทีนั่นเอง

 

อย่าเบรคในโค้งอย่างเด็ดขาด

การเข้าโค้งด้วยความเร็ว ดุจะน่าหวาดเสียวไม่ต่างกับรถไฟเหาะในสวนสนุก จนหลายๆคนรู้สึกไม่มั่นใจและต้องแตะเบรคระหว่างที่รถกำลังเข้าโค้ง ซึ่งเป็นข้อห้ามสำคัญอันดับแรก เพราะในการเข้าโค้งนั้นเอง รถเรามักจะเอียงอยู่ไม่มากก็น้อย และมีความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ด้อยลง ดังนั้น การเบรคห้ามล้อก็มีความเสี่ยงสุงมากที่จะทำให้รถเสียหลักลื่นจนล้มได้นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นล้อหน้าปัดหรือล้อหลังไถลออก ดังนั้น คุณควรเบรคให้เรียบร้อยก่อนปล่อยให้รถไหลผ่านโค้งไปอย่างเป็นธรรมชาติ หรือหากต้องเบรคในโค้ง ให้แน่ใจว่าคุณใช้แรงเบรคที่ละมุนละไม กับการรักษารถให้อยู่ในแนวตรงที่สุด

 

ถ่ายน้ำหนักให้ดีคือหัวใจ

เพียงระยะการขัยบร่างกาย 6 นิ้ว น้ำหนักรวมของคุณและจักรยานจะเปลี่ยนไปอย่างมาก การถ่ายน้ำหนักทั้งหน้า-หลัง และ ซ้าย-ขวา คือการช่วยชดเชยสมดุลย์ของจักรยานและคุณระหว่างที่รถวิ่งไปตามทางลาดได้อย่างดี หากต้องการจะเบรคห้ามล้อ คุณควรถ่ายน้ำหนักตัวไปทางด้านหลังเพื่อป้องกันล้อหน้าล็อคและตีลังกาข้ามแฮนด์ หรือการถ่ายน้ำหนักลงไปที่ขาด้านนอกโค้ง เพื่อช่วยให้รถเอน เหวี่ยงตัวเองผ่านโค้งไปได้อย่างราบเรียบ

 

เลือกใช้เพื้นที่ถนนให้เหมาะสม

โดยปกติการเข้าโค้งให้เร็วและดีที่สุด เราต้องมีพื้นที่ถนนให้สามารถรักษาความเร็วได้ดีไปด้วย นั่นคือการเลือกไลน์ที่กว้างที่สุด โดยมากคือการเข้าโค้งจากมุมนอกของโค้ง และออกจากโค้งในอีกทางหนึ่ง เช่น เข้าโค้งซ้ายด้วยการชิดขวา(กลางถนนปให้ได้มากที่สุด และออกจากโค้งชิดขอบถนนด้านซ้ายให้ได้มากที่สุดก่อนจะปล่อยให้รถไปตามแนวของโค้งสุ่ขอบด้านขวานั่นเอง หลีกเลี่ยงการเข้าโค้งชิดขอบด้านในด้วยความเร็วสูง เพราะคุณมีโอกาสที่จะหลุดโค้งได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ต้องดูสภาพการจราจร และรายละเอียดของโค้งประกอบด้วยนะครับ เพราะโค้งยากๆบางชนิด คุณอาจต้องใช้เทคนิคอื่น

 

อย่าขี่บนเส้นบนถนนอย่างเด็ดขาด

สีที่ทาบนพื้นถนนเป็นสีพิเศษที่ทั้งเกาะยึดอย่างทนทานและสะท้อนแสงได้ดี นั่นทำให้ตัวเนื้อสีพวกนั้นมีความลื่นกว่าปกติ โดยเฉพาะกับล้อจักรยานหน้ากว้างเพียงไม่กี่เซ็นติเมตร สูบลมร้อยปอนด์ และพุ่งลงเขามาด้วยความเร็วกว่า 60 กม./ชม. แม้แต่ในสภาพปกติ ก็อาจลื่นหรือเสียการควบคุมได้แล้ว หากรวมเข้ากับความเอียงของตัวรถ ความเร็ว น้ำหนักที่ถ่าย ออกจากแนวปกติ ก็กลายเป็นความเสี่ยงที่มากขึ้น อันนี้ยังไม่นับวันฝนตกหรือสภาพถนนเปียกนะครับ สุดท้าย พึงระลึกเอาไว้ว่า “ตุ่มสะท้อนแสง” หรือ “ตาแมว” อาจดักรอคุณอยู่โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย บนแนวเส้นเหล่านั้น

Tag :: Skills
October 14, 2019 cyclinghub 0 Comment