ถ้าจะพูดให้ชัดเจนว่า เราสามารถขี่จักรยานแบบเดียวกับที่โปรนักปั่นใช้ในการแข่งระดับสูงสุดได้ก็คงไม่ผิดอะไร เพราะในยุคโมเดิร์นนี้ จักรยานที่ผลิตให้โปรใช้กับที่ขายในตลาดทั่วไปนั้นไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างกันเลย แต่ยังมีเรื่องเล็กๆ ที่เรามักจะพบในจักรยานแข่งของพวกโปรเท่านั้นอยู่อีก อันนี้ ใครจะไปจับแปลงเองให้รถเหมือนโปรนั้นก็สุดแล้วแต่จะรักจะชอบนะครับ แต่เตือนเอาไว้ก่อนว่า ของแบบนี้ บางอย่างต้องยกให้โปรเท่านั้นจริงๆ

การติดเบอร์แข่ง

โดยทั่วไป การติดหมายเลขแข่งจะใช้สายเคเบิลไทเป็นตัวรัดเบอร์ติดกับตัวจัรกยานอย่างแน่นอน ซึ่งก็คงไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจนัก แต่ถ้าเราดูที่รถแข่งของโปรระดับบนๆ ดูดีๆ จะพบว่า พวกเขามีชิ้นส่วนที่ทำมาเพื่อติดเบอร์แข่งโดยเฉพาะ เพราะพวกเขาต้องติดเบอร์แข่งขันแทบจะตลอดเวลา ช่างของทีมส่วนใหญ่จึงดัดแปลงทำอุปกรณ์ยึดเบอร์เพื่อความเรียบร้อยดูดีมากกว่าการรัดเคเบิลไทที่ต้องคอยมารัด ตัดออกทุกครั้งที่แข่งขัน ข้อนี้นอกจากความสะดวกนิดๆ หน่อยๆ ก็ยังเป็นเรื่องของความ”หล่อ” ของรถแข่งโปรทีมนั่นเอง

Foto Daniele Badolato / Lapresse
19 05 2012 Cherasco – Cervinia ( ITA )
Sport
Giro d’ Italia 2012 – Quattordicesima Tappa
Nella foto Ryder Hesjedal
Photo Daniele Badolato / Lapresse
19 05 2012 Cherasco – Cervinia ( ITA )
Sport
Giro d’ Italia 2012 – 14th Stage
In the picture Ryder Hesjedal

การเซ็ทรถที่สุดขีด

ข้อนี้เห็นได้ไม่ยากและชัดเจนมาก เนื่องจาก ร่างกายของโปรนักแข่งเหล่านี้ ถูกฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วง สัปดาห์หนึ่งกว่า 20 ชั่วโมงที่พวกเขาอยู่บนจักรยาน จึงมีทั้งความยืดหยุ่นและแข็งแรงพอที่จะมีท่าปั่นที่ดุดัน ทั้งก้ม และเหยียดได้มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งทั้งปั่นจักรยานและทำงานคู่กันไปด้วย แน่นอนว่าคุณสามารถปรับรถให้ซิ่งดิ่งแบบโปรได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะปั่นรถคันนั้นได้อย่างเป็นสุขนะครับ

การถ่วงน้ำหนักรถ

ด้วยกติกาควบคุมน้ำหนักของจักรยานให้ไม่เบาไปกว่า 6.8 กก. ของ UCI ทำให้รถของโปรเหล่านี้ ต้องควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว ทั้งการเลือกใช้รถที่แอโร่ฯ มากขึ้นกว่าเดิมหรือการใส่อุปกรณ์บางอย่างที่อาจจะมีน้ำหนักมากกว่ารุ่นท็อป พวกเขาก็ยังต้องทำการถ่วงน้ำหนักรถหลายรุ่นเพื่อให้มีน้ำหนักมากกว่า 6.8 กก. สำหรับพวกเราๆ แล้ว คงไม่มีใครอยากถ่วงให้ทุกๆ กรัมที่รีดมาด้วยเม็ดเงินต้องสูญสิ้นไปกับการถ่วงน้ำหนักอย่างแน่นอน

ชิ้นส่วนพิเศษ

มีชิ้นส่วนพิเศษบางอย่างที่ผลิตมาเพื่อโปรเท่านั้น เช่น สเต็มที่มีความยาวทุกๆ 5 มม. หรือจะเป็น 10 มม. ตามที่มีขายปกติ หรือแม้แต่ สั่งทำความยาวพิเศษเพื่อโปรแต่ละคนโดยเฉพาะ ตลอดจนชิ้นส่วนในชุดขับเคลื่อนที่ลดแรงเสียดทานมากกว่าสเป็คปกติ ซึ่งก็อาจจะหาซื้อมาใส่ได้เองเช่นกัน แต่อะไหล่บางอย่างเช่น ดร็อปเอาท์พิเศษของโปร อาจเป็นสิ่งที่สะดุดตาที่สุด เพราะพวกเขาเลือกใช้ดร็อปเอาท์ที่แข็งแรงมากกว่าปกติ ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุ จะได้ลดโอกาสการเกิดปัญหาที่ตีนผีและเกียร์นั่นเอง

Tag :: protour
March 9, 2020 cyclinghub 0 Comment