จะไปปั่นจักรยานต้องถามก่อนว่า ที่ไหน เส้นทางไหน ถ้ามีเขาล่ะก็ ขอบาย

ถ้าคุณเป็นคนที่กลัวเขาถึงขนาดนี้ ลองมาดู 2 เทคนิคที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคุณได้แน่นอน เพียงแค่ต้องทำมันด้วยตัวเอง และพึงจำเอาไว้เสมอ  รับรองว่า เขาจะไม่ใช่สิ่งที่คุณจะต้องกลัวอีกต่อไป (แต่จะผ่านไปได้แบบไหนนั้นก็ต้องแล้วแต่วาสนาสะสมกันมานะครับ)

 

PACE ที่ดีคือทุกอย่าง

เวลาปั่นทางราบ คุณรู้จักเฉลี่ยแรงตามระยะทางที่มี ปั่น 30 กม. ก็แบบหนึ่ง ปั่น 100 กม. ก็เฉลี่ยแรงอีกแบบหนึ่ง การขึ้นเขาก็เช่นเดียวกัน ปัญหาของคนที่ขึ้นเขาไม่สำเร็ตคือ ไม่สามารถเฉลี่ยแรงได้ และพยายามฝืนตัวเองปั่นรอบขา และผ่านพ้นเขาไปให้ได้เร็วๆ ซึ่งระยะทางเพียง 300 เมตรบนเขา มันอาจยาวนานเป็น 3-4 นาที การจะ”กัดฟัน” อัดไปให้พ้นนั้นอาจจบลงด้วยอาการหม้อน้ำแตกก่อนถึงปลายเนิน แถมเจอเขาเทรยศ เลี้ยวลับยอดโค้งปลายเนินมีรอต่ออีกลูกแล้วจะร้องไม่ออก สุดท้าย จอดกันทุกราย

สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงบนเขาคือการขึ้นไปถึงขีดแดง นอกจากคุณจะมั่นใจจริงๆว่าต่อจากนั้นคุณจะมีช่วงให้พักฟื้นตัวได้ ดังนั้นหากไม่มั่นใจเส้นทาง จงเลือกใช้แรงที่เหมาะสมกับตนเอง แน่นอนว่าความรู้สึกอาจเชื่อถือไม่ได้ทั้งหมด เครื่องมือที่ช่วยได้ก็มีทั้ง ฮาร์ทเรท และ พาวเวอร์มิเตอร์ แต่ถ้าไม่อยากเสียเงินก็ให้แน่ใจว่าการปั่นบนเขาคุณควรเหนื่อยในระดับที่สามารถพูดคุยได้ถือเป็นความหนักที่เหมาะที่สุด

หากขึ้นหลายๆคนปัญหาก็มาจากความพยายาม”ตาม” ให้ได้ทัน ซึ่งนั่นแหละคือดาบที่จะตามมาแทงเราอีกทีเมื่อตอนเรา”หมด” บนเขาให้เข้าใจครงกันนะว่า “ตัวใครตัวมัน” ถ้าตามแล้วหม้อน้ำจะแตก ถอนตัวปั่นไปคนเดียวตามจังหวะแล้วไปลุ้นให้ตามทันตอนหลังน่าจะยังง่ายเสียกว่าสำหรับทางรอดที่ปลอดภัย

 

ขี่ช้าให้เป็น ไปต่อให้ได้

ปัญหาที่ทำให้ขึ้นเขากันไม่สำเร็จอีกข้อคือ ขี่ยังไหว แรงยังพอมีแต่มันจะล้ม!! แน่นอนครับ หากคุณเป็นมือใหม่ๆ ความเร็วบนเขาแทบจะเหลือเท่าคนเดินอย่างแน่นอน และที่ความเร็วนี้เองที่ทำให้เป็นอุปสรรคจนเกร็งตัวไปหมด เพราะกลัวจะล้ม ยิ่งเกร็งก็ยิ่งเหนื่อย ยิ่งเหนื่อยก็ยิ่งช้า พอช้าเข้าก็ต้องจอดลงมาอย่างเสียมิได้ และบนเขานะ ถ้าจอดสักที มันจะปั่นต่อใหม่ได้ยากมาก เพราะไม่มีแรงส่ง ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือ ปั่นช้าๆไปข้างหน้าให้ชินเสียก่อนจะมาขึ้นเขา

คุณอาจไม่สามารถ”อัพ”แรงให้ปั่นเขาแรงและเร็วขึ้นได้ในเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์ แต่คุณสามารถเรียนรู้ที่จะปั่นช้าๆ เรียนรู้ที่จะทรงตัวรถบนความเร็วเท่าคนเดินได้ด้วยการฝึกง่ายๆเพียงไม่กี่สิบน่าที มันจะช่วยให้คุณรับมือกับความชันและอาการรถส่ายไปมาที่ความเร็วเท่าคนเดินได้ เพราะลองถามตัวเองสิครับว่า ตั้งแ่ปั่นจักรยานมาเคยปั่นช้าๆ ฝึกทรงตัวกันบ้างหรือไม่ และนี่แหละคืออีกเคล็ดลับ เทคนิคที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตบนเขาได้อย่างง่ายดาย

Tag :: climbTraining
July 22, 2019 cyclinghub 0 Comment