ถ้าไม่นับ ตูร์เดอฟร็องซ์ โอลิมปิคนี่แหละที่น่าจะเป็นรายการแข่งจักรยานที่มีคนดูมากที่สุดในโลก เพราะไม่เพียงเฉพาะคอสองล้อเท่านั้นที่ติดตามชม แต่ยังมีแฟนๆกีฬาอื่นๆที่มีโอกาสได้ดูการแข่งขันอักด้วย นั่นทำให้ถือว่าเป็นรายการที่มีคนสนใจมากที่สุดในโลกรายการหนึ่ง แต่ เกณฑ์ในการเข้าร่วมเป็นอย่างไรนั้น ยังมีน้อยคนที่เข้าใจ เพราะจกรยานแตกต่างจากกีฬาอื่นๆอยู่ไม่น้อย วันนี้ เราของย่อยมาให้ชมกันเป็น 10 คำถามไขข้อข้องใจการไปโอิลมปิค

 

1. มีการคัดเลือกอย่างไร

สภาโอลิมปิคฯ ทำงานร่วมกับสหพันธ์จักรยานนานาชาติ สร้างเกณฑ์ในการคัดเลือกโดยใช้”แต้มสะสม UCI” เป็นหลัก ซึ่งใช้ทั้งแต้มสะสมส่วนตัวของนักกีฬาที่ลงแข่งในรายการ UCI และแต้มสะสมขอประเทศ ยิ่งแต้มประเทศเยอะ ก็ยิ่งมีโอกาสได้โควต้ามากตามไปด้วย

 

2. แต้มบุคคล กับแต้มประเทศ อะไรสำคัญกว่า?

ในการคัดเลือกสิทธิที่จะได้โควต้า แต้มประเทศคือหัวใจสำคัญ ประเทศที่มีนักกีฬาที่มีแต้มมากติดอันดับได้ไป ก็ไม่ได้แปลว่าจะมีสิทธิส่งไปได้หลายคนเสมอไป ในทางกลับกัน ประเทศที่มีแต้มนักกีฬาไม่มากแต่มีนักกีฬาที่ได้แต้มอยู่หลายคน สะสมให้ประเทศมีแต้มมาก ก็มีสิทธิส่งไปได้จำนวนมากกว่า

 

3. แต้มนี้ได้มาจากไหน

ได้มาจากรายการ UCI Elite Road Race หรือรายการแข่งโปรทัวร์ไม่ว่าจะวันเดียวหรือแบบหลายวัน โดยมีแต้มมากน้อยแตกต่างกันไปตามระดับการแข่งขัน รายการใหญ่ก็จะมีแต้มมากกว่า มอบให้กับนักปั่นที่จบในอันดับต่างๆลดหลั่นกันลงมา

 

4  แต้มที่ได้มา สะสมเข้าไปที่ไหนบ้าง

แต้มที่ได้มาจะถูกสะสมเข้าไปที่ นักกีฬาคนนั้น ทีมที่สังกัด และประเทศที่นักกีฬาถือสัญชาติอยู่ เช่น นายซอยยิก อึดทนนาน แข่งรายการโปรทัวร์ได้แต้มมา 80 คะแนน ก็จะสะสมเข้าที่ตนเอง รวมถึงทีมที่สังกัดที่จดทะเบียนเอาไว้ในระบบทีมอาชีพซึ่งใช้เพื่อรับสิทธิการถูกเชิญเข้าร่วมรายการใหญ่ๆต่อไป และแน่นอนว่าเข้าที่ประเทศไทยของเราด้วย อย่างละ 80 แต้ม

 

5  อะไรคือปัจจัยที่จะได้แต้มมากๆ

แน่นอนว่า ต้องมีฝีมือ ที่สามารถทำอันดับในรายการต่างๆได้ดี และแน่นอนว่า ต้องมีโอกาสได้ลงแข่งรายการโปรทัวร์บ่อยๆด้วย ฝีมือดีแต่ไม่ได้ลงแข่ง UCI Elite ก็ไม่ได้แต้มเยอะ (เก่งมากแต่นานๆลงที) การจะได้แข่งก็ต้องเป็นทีมชาติ ทีมอาชีพ หรือสโมสรที่ได้รับเชิญเข้าจากผู้จัดเท่านั้น ดังนั้นยิ่งมีนักแข่งมาก ทีมมาก ทำผลงานได้ดี ประเทศก็จะมีแต้มมาก ยุโรปจึงมีแต้มกันเป็นพัน ในขณะที่เอเชียเรามีกันหลักร้อยเท่านั้น

 

6  สิทธิอื่นที่ไม่ใช่แต้มมีหรือไม่

มีโควต้าพิเศษอื่นๆอีกนอกจากการพิจารณาจากแต้มประเทศและแต้มนักแข่งที่ติดอันดับเช่น ตำแหน่งสูงสุดของการแข่งชิงแชมป์ทวีป (นับเฉพาะ เอเชีย อัฟริกา และ อเมริกา) คัดจากอันดับสูงสุดของทวีปหักนักปั่นที่ได้สิทธิไปแล้วออก คนที่ดีที่สุดที่เหลืออยู่จะได้สิทธิเข้าร่วม และ นักปั่นที่ได้สิทธิเข้าร่วมไทม์ไทรอัล ซึ่งใช้เกณฑ์แยกจากกัน ก็สามารถส่งชื่อลงแข่งเสือหมอบได้

 

7  จำนวนนักกีฬาที่ส่งได้คือเท่าไหร่

พิจารณาจากอันดับของประเทศที่ทำคะแนนสะสมได้ ประเภทหญิงส่งได้สูงสุด 4 คนจากโควต้าเสือหมอบ บวกกับอีกหนึ่งคนที่ได้สิทธิแข่งไทม์ไทรฯ(ถ้ามี) เท่ากับ 5 คน (ประเภทชายก็คิดแบบเดียวกันแต่เป็นจำนวนแตกต่างกัน) ประเทศที่ได้อันดับรองๆลงมาก็ได้สิทธิน้อยลงมาเป็น 3, 2 และ 1 คน

 

8  ประเทศไทยได้สิทธิตามโควต้าหรือไม่

ณ ขณะนี้ประเทศไทยเราได้สิทธิตามโควต้าแน่นอนแล้ว แต่จะกี่คนเท่านั้นเองทั้งประเภทชายและหญิง อย่างที่ทราบกันดีว่า จักรยานนั้นเล่นเป็นทีม ดังนั้นการมีคนเพิ่มมาในสิทธิประเทศเรา จึงส่งผลต่างอย่างมากในเรื่องของโอกาสในการแข่งขัน ดังนั้นเรายังต้องทั้งทำแต้มเพิ่มยกอันดับขึ้นไป และรักษาตำแหน่งที่อยู่ให้ได้เพื่อโควต้าในการไปโอลิมปิค

 

9  เรามีสิทธิได้โควต้าไทม์ไทรอัลหรือไม่

ตามเกณฑ์ในการคัดที่ใช้อันดับในการแข่งเดี่ยวไทม์ไทรอัลชิงแชมป์โลก และแต้มของประเทศมาเป็นตัวคัด ทำให้ในทางปฏิบัติ เราแทบจะไม่มีสิทธิได้โควต้าในการแข่งเดี่ยวไทม์ไทรอัลเลย ดังนั้นโอกาสที่เราจะได้สิทธิจากเสือหมอบแล้วมาบวกหนึ่งที่จากนักปั่นไทม์ไทรฯ ก็ปิดประตูไปเช่นกัน

 

10  เมื่อได้สิทธิแล้ว ใครคือคนตัดสินใจส่งรายชื่อลงแข่ง

การคัดเลือกนี้ไม่ได้ระบุว่า นักกีฬาที่มีแต้มสูงสุดจะได้สิทธิลงแข่ง แต่หมายถึง สิทธิที่จะได้โควต้าไปกี่ที่ ดังนั้นเมื่อได้ที่นั่งมาแล้ว เป็นสิทธิขององค์กรจักรยานของประเทศนั้นๆส่งชื่อใครก็ได้ลงแข่ง ไม่จำเป็นต้องส่งเฉพาะคนที่ได้แต้มสูงสุด แต่ใวนทางปฏิบัติก็นิยมส่งนักปั่นที่มีแต้มมากที่สุดเข้าไปแข่ง อย่างไรก็ตาม สภาพเส้นทางและตัวนักกีฬา เป็นปัจจัยสำคัญที่ทีมงานของแต่ละประเทศต้องพจารณาคัดรายชื่อส่งไป ไม่จำเป็นต้องรเยงตามแต้มสะสมบุคคล

 

เอาล่ะครับ คงพอเข้าใจกันแล้วว่า กว่าจะไปโอลิมปิคส์ได้นั้น ต้องแข่งสะสมแต้มกันอย่างยากลำบาก กว่าจะได้แต้มมาเพื่อยกอันดับแต้มสะสมของประเทศไทย กว่าจะสร้างนักกีฬาขึ้นไประดับนานาชาิต กว่าจะสร้างทีมชาติ กว่าจะมีทีมอาชีพที่ได้สิทธิไปร่วมรายการ UCI Elite กว่าจะจัดรายการโปรทัวร์ในบ้านเราได้ ทั้งหมดนี้ ใช้ทั้งความมุ่งมั่นของนักกีฬา แผนการดำเนินการของฝ่ายเทคนิค และ ต้องอาศัยประชากรชาวจักรยานที่ร่วมกันติดตาม ชม เชียร์ แชร์ สร้างมูลค่าให้กับนักแข่ง ทีมแข่ง และรายการแข่งขัน ไม่เช่นนั้นเราคงไม่มีทีม ไม่มีงานแข่ง ให้นักปั่นไทยได้เก็บแต้มสะสม และเราคงไม่มีทาง มีสิทธิที่จะไปยังระดับที่สูงขึ้นได้อีก

นักกีฬาไทยเราออกไปเก็บแต่ละแต้มมาอย่างยากลำบาก แล้วคุณที่รักจักรยานล่ะครับ? มาช่วยกันสร้างฐานสนับสนุนฝันจักรยานไทยกัน

May 28, 2019 cyclinghub 0 Comment