ขึ้นชื่อว่า”ของแพง” สำหรับแต่ละท่าน มองนิยามกันอย่างไรครับ ของบางอย่างต่อให้ขายกี่บาทก็แพง เพราะมันไม่ต้องการใช้งาน แต่ของอีกอย่าง ตัวเลขราคาต่อกันหลายหลักแต่กลับรู้สึกว่าราคามันถูก เพราะเราเห็นคุณค่าของมัน เรื่องนี้ คล้ายๆกับสิ่งที่จะนำมาเล่าให้ฟังดังต่อไปนี้ เพราะนี่คือสิ่งหนึ่งที่”ไฟท้าย” เป็นมาตลอดกับคนปั่นจักรยาน เพราะมันมักถูกมองว่าเป็นของ”ไม่จำเป็น” หรือ ถูกมองว่าจำเป็นเพียงสำหรับคนที่ปั่นจักรยานตอนกลางคืนเท่านั้น ดังนั้น คนที่ปั่นจักรยานตอนกลางวันเป็นหลัก น้อยคนที่จะลงทุนซื้อไฟท้ายที่ราคาทะลุเกิน 4 หลักมาไว้ใช้งาน ในขณะที่สามารถลงทุนกับจักรยาน ล้อ หรือ เครื่องแต่งกาย ที่ราคาระดับ 5 หลักได้อย่างไม่ขัดข้องใจ แต่ วันนี้ผมขอเล่าอะไรสักอย่างหนึ่ง ซึ่งหวังว่า อาจจะเปลี่ยนมุมมองของท่านได้บ้าง ไม่จำเป็นต้องเชื่อตาม แต่ มองเห็นแนวคิดอีกอย่างนึง

 

ถ้าถามว่า ระหว่างกลางคืน กับ กลางวัน จัรกยานขี่ตอนไหน จะโดนรถชนได้ง่ายกว่ากัน? คำตอบของคนส่วนใหญ่คงตอบว่ากลางคืนกัน ใช่ครับเพราะกลางคืน แสงมีน้อย ทัศนวิสัยแย่ โอกาสที่รถจะชนจักรยานก็คงมีมากกว่า และนั่นเองที่ทำให้นักปั่นสายกลางคืน มักจะติดไฟส่องสว่าง โดยเฉพาะไฟท้าย เพื่อให้ตนเองถูกเห็นได้อย่างง่ายดายเอาไว้เสมอ และมันก็พามาถึงเรื่องราวดังต่อไปนี้ครับ

มีการศึกษาในสหรัฐอเมริกา พบว่า อุบัติเหตุจักรยาน ที่เกิดจากพาหนะอื่นๆ กว่า 50% เกิดขึ้นเวลากลางวัน ใช่แล้วครับ ผลของสถิตินั้น กลับกันกับที่เราคาดกันเลยทีเดียว โดยที่ราว 75% ของอุบัติเหตุ เกิดขึ้นในช่วงเวลาแสงปกติด้วย ไม่ใช่ช่วงเช้า ช่วงเย็นที่โพล้เพล้ นั่นเป็นคำถามที่เกิดขึ้นต่อทันทีว่า อะไรคือปัจจัยของสิ่งนี้กันแน่ และเมื่อเรานำผลวิจัยขององค์กรอิสระที่ทำการศึกษาเพื่อพัฒนาการใช้จักรยานในอเมริกา ก็พบว่า ช่วงเวลามีผลกับจิตวิทยาของผู้ขับขี่พาหนะอื่นๆอย่างมาก กล่าวคือ เวลากลางคืน ผู้ขับรถยนต์ มีแนวโน้มที่จะ”ระวัง”มากขึ้นกว่ากลางวัน พวกเขาจะมองหาจุดสนใจทางสายตาบนท้องถนนอย่างละเอียดกว่าช่วงเวลากลางวัน ที่มักจะรู้สึกว่าการมองเห็นไม่ได้มีปัญหา และกวาดสายตามองไปในมุมมองที่แคบกว่าช่วงกลางคืน รวมถึง ความคาดหวังว่าจะพบกับจักรยานบนถนนก็มีผลในข้อคำนึงน้อยกว่า การศึกษาพบว่า เวลากลางวัน รถยนต์จะแซง หรือผ่าน จักรยานไปด้วยความเร็วที่สูงกว่า มีระยะห่างที่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลากลางคืนเมื่อรถยนต์สังเกตุเห็นจักรยานได้ ดังนั้น นี่จึงเป็นปัจจัยหลักที่เพิ่มความเสี่ยงให้กับนักปั่นทั้งแบบท่องเที่ยว สัญจร และ เพื่อการออกกำลังกาย

 

การศึกษาพบว่า ไฟท้ายแบบปกติทั่วไป สามารถช่วยให้จักรยานมองเห็นได้จากระยะห่างราว 90 เมตรในเวลากลางคืน ซึ่งคิดเป็นช่วงเวลาของปฏิกิริยาตอบสนองราว 5-8 วินาทีสำหรับความเร็วรถยนต์ปกติ เมื่อเทียบกับสภาพแสงตอนกลางวัน ของจักรยานที่ไม่มีไฟท้าย พบว่า ค่าเฉลี่ยของการมองเห็นได้นั้นคือระยะห่างราว 45 เมตรเท่านั้นเอง (ครึ่งหนึ่ง) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ สีของเสื้อผ้าที่สวมใส่ และสีของบรรยากาศแวดล้อมอีกด้วย และบ่อยครั้งที่สถานการณ์แสงและสิ่งแวดล้อม ทำให้จักรยานถูกมองเห็นได้ที่ระยะน้อยกว่า 20 เมตร ซึ่งทั้งหมดนี้ คิดเป็นเวลาตอบสนองเพียง 2-4 วินาทีเท่านั้น ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ขับขี่พาหนะอื่นๆ เตรียมตัวเพื่อผ่านจักรยานไปได้น้อยลง ซึ่งเมื่อปัจจัยอื่นๆมาผสมด้วยก็เท่ากับว่าโอกาสเกิดอุบัติเหตุมีสุงขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง และเมื่อทำการทดสอบใช้ไฟท้ายที่สามารถมองเห็นได้ในเวลากลางวันติดที่กลุ่มตัวอย่าง การศึกษานี้พบว่า พฤติกรรมตอบสนองของพาหนะอื่นๆมีต่อจักรยานในแนวโน้มที่ดีขึ้น มีระยะห่างมากขึ้น และมีความเร็วที่เข้ามาปฏิสัมพันธ์กันน้อยลง ซึ่งเท่ากับการลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุนั่นเองครับ

การ”ถูกมองเห็น” ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญของเรื่องนี้ มีกรณีศึกษามากมายที่เกิดขึ้น รวมถึง หนึ่งในทีมงานวัจยของอุปกรณ์จักรยาน บอนเทรเจอร์ ที่เสียชีวิตจากการปั่นจักรยานออกกำลังกายในกลางวันของวันหยุดสุดสัปดาห์ ผลจากการสืบสวนพบว่า รถยนต์คนที่ชนนั้น มองเห็นเขาได้ไม่ถนัดนัก เมื่อเห็นก็อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้มากแล้ว เนื่องจาก เสื้อผ้าที่สวมใส่ ทำให้เขากลืนไปกับบรรยากาศรอบๆตัวนั่นเอง หรือกรณีของโปรทีมที่ไปทำการเก็บตัวในประเทศสเปน ที่โดนรถชนเทกระจาดกันไปทั้งชุด ก็เกิดในเวลากลางวันแสกๆเช่นกัน

 

ปัจจุบัน เริ่มมีหลายพื้นที่ในโลก กำหนดเป็นกฏหมายชัดเจนแล้วว่า จักรยาน”ต้อง” มีไฟท้ายที่มองเห็นได้แม้ในเวลากลางวัน รวมถึงผู้ผลิตไฟท้ายจักรยานก็พากันพัฒนาไฟที่สว่างขึ้น กินไฟน้อยลง ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น เล็กลงกว่าเดิม ติดแล้วไม่เกะกะลูกตา ไม่ทำให้รถสุดหรูของเราดูด้อยลงไป และหลายๆแบรนด์ยังใส่ลูกเล่นต่างๆเข้ามาเช่น การทำหน้าที่เป็นเรดาร์ตรวจจับรถยนต์ที่วิ่งเข้ามา, ความสามารถในการชาร์จไฟได้จากแรงสะเทือน ช่วยยืดอายุการใช้งาน หรือแม้แต่ ไฟที่”สมาร์ท” ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งหมดนี้เพื่อเพิ่มความสะดวก ลดปัญหาของหน้าตาไฟที่ติดแล้วขัดกับค่านิยมของคนปั่น และ เพิ่มตัวช่วยด้านความปลอดภัยให้กับนักปั่นนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ค่านิยมนี้ เป็นสิ่งที่ยากที่จะเปลี่ยนไปได้ ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ลองตั้งคำถามกับตัวท่านเองดุครับว่า สำหรับท่าน คิดว่า เราจำเป็นต้องติดไฟท้ายที่จักรยานเพื่อขี่เวลากลางวันหรือไม่ และมีอีกอย่างที่นักปั่นไทยควรรู้ไว้คือ ตามพระราชบัญญัติฯ ระบุว่า จักรยานที่ขี่บนถนนสาธารณะนั้น ต้องมีไฟส่องสว่าง หรืออุปกรณ์สะท้อนแสงติดอยู่ และมองเห็นได้ชัดเจน (แม้จะไม่ระบุช่วงเวลา) ซึ่ง จักรยานที่เราๆท่านๆขี่นั้น จริงๆแล้วมีมาให้หมดเลยนะครับ แต่ร้านค้าไม่ได้ติดมาให้ (เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ชอบให้ติด)

Tag :: LightSafety
August 10, 2020 cyclinghub 0 Comment