ตั้งแต่เริ่มประกาศออกมาว่า การแข่งขันชิงแชมป์โลกจะใช้ลักษณะการขี่ทีมไทม์ไทรอัลแบบใหม่ ยกเลิกระบบทีมอาชีพมาชิงชัยกัน หันมาใช้ทีมระบบแบ่งตามประเทศและมาจนถึงการประกาศใช้”ทีมผสม” คละชายหญิง ก็นับว่าสร้างความฉงนใจให้กับแฟนๆกีฬานี้อยู่ไม่น้อย เพราะโดยปกติ กีฬาที่มีการแข่งขันคละ หรือ ผสม เช่นนี้ มักจะเป็น”คอร์ทเกมส์” หรือกีฬาที่เล่นในคอร์ทการแข่งขันเช่น เทนนิส แบดมินตัน หรือ ปิงปอง มากกว่ากีฬาที่อาศัยความทนทานและความแข็งแรงเป็นสำคัญ เนื่องมากจาก โดยกายภาพของเพศชายและหญิงนั้น มีความแข็งแรงแตกต่างกันมากนั่นจึงทำให้การแข่งขันมองไม่ค่อยออกว่าจะออกมาเป้นอย่างไร และผลตอบรับการส่งทีมเข้าแข่งก็ไม่ได้มีจำนวนมากอย่างที่คาดกันไว้ก่อนแล้ว แต่แท้ที่จริง การสร้างการแข่งประเภทนี้ กำลังช่วยพัฒนากีฬาจักรยานให้ไปสู่อีกขั้นได้อย่างมั่นคงมากขึ้น

พอมาดูในรายละเอียดการแข่งขัน ที่ใช้ผลเวลารวมกันของทีมชาย 3 คน และทีมหญิง 3 คนของแต่ละประเทศ บนระยะทางการแข่งเกือบ 28 กม.  จึงเห็นได้ชัดว่า ในต่อไปนี้ประเทศที่จะขึ้นมาครองความเป็น”สุดยอด”ของทีมไทม์ไทรอัลเสือหมอบชิงแชมป์โลกได้นั้นต้องมีทั้งทีมชายและทีมหญิงที่แข็งแกร่ง ซึ่งก็ไม่แปลกเลยที่ในที่สุดทีมไทม์ไทรอัลของเนเธอร์แลนด์จะคว้าแชมป์ไปครองเหนือทีมชาติเยอรมันนีได้ เพราะความแกร่งสุดๆในระดับโลกของทั้งโปรชายและโปรหญิงเมืองกังหันลม อัศวินสีส้มนั้นเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะทีมหญิงที่สาวแดนทิวลิปต่างก็มีคะแนนสะสมและผลงานอยู่ในอันดับต้นๆของการแข่งโปรทัวร์หญิงเพียบ ดังนั้นทีมที่แกร่งแต่นักปั่นชายจึงมีโอกาสคว้าชัยประเภทนี้ได้น้อยลง และกลายเป็นการบ้านของการพัฒนานักปั่นหญิงต่อไปในปีหน้า

นี่จึงเป็นแผนการชั้นยอดเพื่อต่อยอดผลักดันวงการจักรยานหญิงให้โตขึ้นไปอีกในอนาคตหลังจากที่ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา วงการนักปั่นหญิงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในเชิงการแข่งขัน จำนวน ความสนใจและการเข้ามามีส่วนร่วมของสปอนเซอร์และผู้จัดการแข่งขัน ซึ่งก็ส่งผลให้มีโปรสาวเข้ามาอยู่ในระบบการแข่งขันมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน และในอนาคตอันใกล้ระบบการจัดการทีมอาชีพหญิงก็จะถูกจัดการแบ่งระดับไม่แตกต่างจากทีมประเภทชาย มีการจัดการระดับการแข่งขันทัวร์หญิงให้เ)็นระบบมากขึ้น ผนวกกับแผนระยะยาวของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการจัดอันดับ สิทธิในการเข้าแข่งขัน และการสะสมคะแนนของทีมอาชีพ ที่กำลังศึกษาแนวทาง โดยหนึ่งในระบบที่ถูกนำมาพูดถึงคือระบบการสะสมแต้มแบบทีมรถสุตรหนึ่ง (Formular One) ก็จะทำให้การแข่งและสะสมคะแนนต่างๆของทีมทั้งชายและหญิงเข้มข้นมากกว่าที่เป็นอยู่

จากเดิมที่การแข่งทีมไทม์ไทรอัลนั้นอยู่ในรูปแบบของการแข่งในนามทีมอาชีพ ทำให้ยอดความสนใจของผู้ชมไม่ได้มองว่ารายการนี้เป็นรายการสำคัญมากนัก มีเพียงแฟนจักรยานจำนวนน้อยทเ่านั้นที่ให้ความสนใจผลการแข่งประเภทนี้เพราะพวกเขาไม่ได้รู้สึก”อิน” ไปกับทีมต่างๆเท่ากับอินไปกับนักปั่นคนโปรในการแข่งประเภทอื่นๆมากกว่า ครั้นจะให้แข่งทีมไทม์ไทรอัลแบบทีมชาติ ก็คงจะไม่ง่ายที่จะจัดให้ทีมชาติมาแข่งกันจำนวนมากขนาดนั้น และความเสมอภาคหรือเหื่อมล้ำของทีมชาติต่างๆก็ยังคงเป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบให้ได้ ดังนั้น การแข่งทีมผสมเวลารวมก็น่าจะเป็นอีกทางออกที่แก้ปัญหานี้ได้เช่นกัน และในภาพรวม โอกาสที่จะได้ตัวแทนนักปั่นทีมละ 3 คน จากแต่ละประเทศชั้นนำด้านจักรยานมาแข่งกัน ก็มีแนวโน้มเป้นไปได้มากกว่าอีกด้วย

มาติดตามกันต่อไปนะครับว่าจะมีอะไรปรับเปลี่ยนหรือไม่ เพราะ UCI เองก็กำลังหาทางปรับกีฬาจักรยานให้สามารถอยู่ในตลาดในฐานะความบันเทิงของคนทั่วไป ยังคงน่าสนใจ ไม่จำเจ และทดลองหาสิ่งใหม่ๆมาป้อนให้กับแฟนๆสองล้อกันเรื่อยๆ ตามโลกที่หมุนไปไม่หยุดนิ่ง

Tag :: protour
September 24, 2019 cyclinghub 0 Comment