“เขา” ไม่ใช่เรื่องของเรา เพราะเมื่อไหร่ที่เจอเขา เราก็อ้วกทุกที! นี่คือชีวิตดราม่าของคนปั่นจักรยานที่ต้องพบต้องเจอกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มือใหม่ๆ ที่เพิ่งหัดปั่นออกไปบนโลกกว้าง ภูเขาที่ตั้งตระหง่านแหงนคอรออยู่นั่น ช่างโหดร้ายสำหรับเราเสียเหลือเกิน แต่เชื่อผมเถอะครับ วิวบนยอดเขานั้น สวยงามอย่างที่บอกด้วยตัวหนังสือไม่ได้ และมันจะสวยยิ่งกว่า หากคุณได้ทะยานขึ้นไปด้วยกำลังของคุณกับยานคู่ใจ แต่ก็นั่นแหละครับ ถ้ามันง่ายแบบนั้นทุกที่ ทุกคน เราจะมาเขียนบทความบอกให้เสียเวลาทำไมล่ะครับ มาเข้าเรือ่งกันเลยนะครับ

เมื่อความชันเพิ่มขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราๆ จะพยายามรักษาความเร็วของรถเอาไว้สู้กับแรงต้านที่ประดังโถมโหมเข้ามา ไล่เกียร์กันลั่นทิวเขา จนถึงจุดที่ “สุด” ของกำลังที่มี รอบขาก็เริ่มตกลง และจักรยานที่วิ่งฉิวไปข้างหน้า ก็ค่อยๆ ลดความเร็วลงอย่างช้าๆ จนถึงระดับที่เรียกว่า แทบจะไม่ต่างจากการเดินเอาเสียเลย เมื่อนั้นเอง ที่หลายต่อหลายคน ต้องถึงกับจอดไม่ต้องแจวอย่างไม่เต็มใจ เมื่อมันช้ามากจนทรงตัวเอาไว้แทบไม่อยู่ สติก็พยายามจะเตือนตัวเองให้ทรงตัวด้วยการเกร็งร่างกาย ยิ่งเกร็ง ก็ยิ่งออกแรงลงไปได้น้อยลง และเมื่อออกแรงไปน้อยลง จักรยานก็ยิ่งช้าลงอีก พอช้าลงไปอีก ขาที่ควรต้องเพียรออกแรงส่งกำลังลงไป ก็พยายาม”เพลย์เซฟ” จะปลดเท้าออกจากบันไดให้ปลอดภัยจากการลงไปโครมนอนกองที่พื้น เมื่อจะปลดเท้า แรงขับเคลื่อนก็ยิ่งน้อยลงเป็นเงาตามด้วยนั่นเอง และนี่คือวงจรอันน่าเศร้าที่ทำให้เราพิชิตเขาไม่ได้ที่นำมาบอกตรงนี้ล่ะครับ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่คุณ”ควร” ฝึกให้ได้ก่อนจะไปขึ้นเขาสูงชันคือ ทักษะในการขี่่จักรยานช้ามากๆ ให้มั่นใจ ช้าจนถึงระดับเดินกันเลยได้ยิ่งดี  ยิ่งถ้ามีทางชันอยู่ใกล้ตัว คุณจะยิ่งสามารถฝึกมันได้ง่ายมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้แรงเยอะ เพราะนี่คือเรื่องของทักษะ ไม่ใช่กายภาพความฟิตแต่อย่างใด เมื่อคุณมีสกิลทรงตัวได้เยี่ยมยอดอย่างมั่นใจแล้ว เมื่อจักรยานช้าลงมากๆ ที่ความเร็ว 3 กม./ชม. ก็ยังสามารถเลี้ยงตัวไปได้สอดคล้องกับท่วงจังหวะของการออกแรงขาให้รถไม่ล้มลงไป ร่างกายท่อนบน ไม่เกร็งจนเกินไป มุ่งออกแรงที่สะโพกและขาได้อย่างเต็มที่ และเพียงเท่านี้ หากคุณออกแรงที่พอเหมาะ มีเกียร์ที่พอดี คุณก็จะสามารถไต่เขาไปได้ง่ายขึ้นอย่างมาก ลดปัญหาล้มโครมที่เป็นต้นเหตุของความล้มเหลวบนทางชันของใครหลายๆ คนนั่นเอง

Tag :: climb
March 2, 2020 cyclinghub 0 Comment