เพราะเรามักมองข้ามอะไรที่ใกล้ตัวมากๆไป และเกิดเป็นปัญหาระยะยาวขึ้นมาในภายหลัง สำหรับการปั่นจัรกยานในร่มก็เช่นกัน เพราะน่าจะเป็นที่เดากันได้ไม่ยากว่า น้ำทะเล เป็นภัยกับโลหะและการเคลือบสีของจักรยานเราๆท่านๆ ซึ่งสำหรับคนส่วนมากแล้ว น้ำทะเลไม่ใช่ปัญหาใกล้ตัวที่จะพบได้ แต่ สิ่งที่พบได้จริงๆก็คือ เหงื่อของเรานั่นเอง แน่นอนว่าความเข้มข้นของมันไม่ได้มากเท่ากับน้ำทะเลหรอกครับ แต่เนื่องจากมันใกล้ตัวมากๆเสียจนคุณอาจรู้ตัวอีกทีหนึ่ง เฟรมของคุณก็ด่างไปเสียแล้วด้วยหยาดเหงื่อของคุณเอง ในการปั่นจักรยานกลางแจ้งตามปกตินั้น ลมจะเป็นตัวช่วยให้เหงื่อแห้งจากไป หรือพัดไม่ให้เหงื่อหยดลงบนเฟรมโดยตรง แต่ในการปั่นในร่ม เหงื่อที่ออกมาอย่างมากล้นพ้น จะหยดลงบนเฟรมอย่างไม่ต้องสงสัย ตั้งแต่ท่อนอน สเต็ม น็อตยึดสเต็ม ชุดแฮนด์ ไปจนถึงเหงื่อที่ไหลอาบย้อยลงมาจากเบาะลงมาที่เฟรมก็มีได้หากคุณปั่นหนักหน่วงสุดๆจริงๆ

 

เหงื่อเหล่านี้ ทำอันตรายกับโลหะต่างๆที่ไม่ถูกเคลือบอันได้แก่ น็อตต่างๆ หากไหลเข้าไปในจุดหมุนก็จะเกิดคราบเกลือสะสม และก่อปัญหากับจุดหมุนในระยะยาว ส่วนตัวสีเคลือบของเฟรมนั้น ก็ไม่ถูกกับเกลือในเหงื่อของเราเอาเสียเลย ไม่ว่าเฟรมคาร์บอนหรือโลหะก็ตาม สีเคลือบสามารถหลุดลอกได้ด้วยเหงื่อของเรานี่เอง มีเฟรมของนักปั่นสายในร่มหลายคนที่ท่อนอนสีลอกด่างเป็นจุดๆ โดยเฉพาะช่วงที่ขาขนับไปโดนเฟรมเรื่อยๆ หรือ เฟรมคาร์บอนที่มีรอยด่างของเคลือบเงาเป็นดวงๆเห็นได้ชัดกลางแดด ถ้าเอาใกล้มือกว่านั้นอีก ที่ชิฟท์เตอร์รุ่นบนๆที่เป็นคาร์บอนบางคน แล็คเกอร์ลอกร่อนออกมาได้เป็นแผ่นๆเพราะเหงื่อที่กัดจนหมดสภาพไปเลยก็มีมาแล้ว

 

ทางแก้ง่ายๆคือ ใช้อุปกรณ์กันเหงื่อโดยเฉพาะที่หาซื้อมาใส่บนจักรยานระหว่างปั่นได้ หรือ ขยันที่จะเช็ดจักรยานด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งหลังปั่นเทรนเนอร์ก็เป็นนิสัยที่พึงกระทำเอาไว้เพื่อยืดอายุการใช้งานของจักรยานแสนรักของเรา และแน่นอนว่า ผ้าขนหนูสักผืนข้างตัว ก็เป็นตัวช่วยซับเหงื่อ เช็ดเหงื่อก่อนที่มันจะหยดลงมาจากร่างกายนั่นเอง

Tag :: trainer
April 17, 2020 cyclinghub 0 Comment