หลายครั้งหลายหน ที่เกิดกรณีดราม่า เมื่องานปั่นสักงาน ผ่านไปบนเส้นทางที่ไม่ใช่ถนนเรียบๆ ไม่ใช่ถนนปูน ไม่ใช่ถนนดำ แต่มันกลับกลายเป็นลูกรัง ทางฝุ่น ทางกรวด ทางทรายร่วน โดนด่าว่าคจัดนั้นจัดงานไม่เป็น จัดงานไม่เหมาะสมกับชนิดของจักรยาน  พาลไปต่อถึงขั้นว่า เป็นการทำให้จักรยานแสนรัก เสือหมอบของเราๆ ท่านๆ ต้องเสียหาย พังจากการมาปั่น ใครจะเป็นคนชดใช้? ซึ่งวันนี้ก็จะมาขอเล่าให้ฟังถึงอีกแนวคิดที่คุณอาจนึกไม่ถึงกันนะครับ แล้วคุณจะเปลี่ยนความเข้าใจใหม่ว่า เสือหมอบของเรานั้น ไม่ใช่ “รถสปอร์ต” แต่มันคือ “รถซิ่ง” ที่ขับไปลุยเส้นทางได้มากกว่าที่คิด

 

Road Bike คือนิยามขนานนามของจักรยานเสือหมอบที่ฝรั่งเรียกกันซึ่งคำว่า “โร้ด” นั้นครอบคลุมตั้งแต่ถนนใหญ่ไฮเวย์ไปจนถึงทางโบราณเลียบลัดเลาะทุ่งนา ดังนั้น อย่าว่าแต่งานแข่งเลยครับ งานปั่น การปั่นเล่นขอฝรั่ง พวกเขาพาจักรยานปั่นไปตามที่ต่างๆ มากมาย ทั้งเส้นทางที่ขรุขระ และเป็นทางฝุ่นทางลูกรัง  อันดับแรกนั้นมาจากเรื่องของการออกแบบตัวจักรยานที่ใช้งานกัน โครงสร้างต้องสามารถรับแรงกระแทก กระเทือนได้ไม่น้อยไปกว่าจักรยานเหล็กสมัยโบราณ ที่สามารถลุยทางที่โหดหินกว่าสมัยนี้ได้อย่างน่าตกใจ จุดอ่อนที่เห็นนั้นหลักๆ มีเพียงเรื่องของระยะใต้กะโหลกกที่เตี้ยทำให้ไม่เหมาะที่จะบุกป่าฝ่าทางหินก้อนโตๆ เพราะมันจะติดได้ง่ายกว่า รวมถึง ระยะของตะเกียบและฐานล้อที่ไม่เหมาะกับทางคดเคี้ยวในป่า ย้ำครับว่า”ในป่า” ซึ่งนั่นคือที่ของ”เสือภูเขา” ไม่ใช่ที่ของจักรยานถนน

 

ถ้าจะมองว่าจักรยานวิบากนั้นมีมานานหรือยัง? ต้องตอบว่าจริงๆ มันก็มีมานานแล้วครับ กับการขี่ประเภทไซโคลครอส ซึ่งทางวิบาก ลงดิน ลุยเลน ไต่บันได ลงทางชัน ไต่ทางคอแหงนตั้งแทบจะตรง เฟรมของจักรยานพวกนั้นโดยรวมแล้วจุดที่แตกต่างจากเสือหมอบถนนแท้ๆ นั้นมีเพียงเรื่องขององศาท่าขี่ จุดยึดติดชิ้นส่วนเพิ่มเติมที่อาจใช้ (เช่นบังโคลน) และช่องว่างที่รองรับยางได้กว้างกว่า ความแข็งแรงนั้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย เพราะในระยะแรกๆ (แม้แต่สมัยนี้บางทีก็มีการนำเอาเฟรมเสือหมอบมาใช้) พวกเขาก็ใช้เฟรมเสือหมอบนี่แหละมาดัดแปลงขี่กันเป็นล่ำเป็นสันอย่างไม่ได้กังวลว่ามันจะพัง

ถ้าจะถามว่าจุดไหนที่ “น่าจะ” น่าเป็นห่วงที่สุดในการเอาเสือหมอบไปผจญภัย ก็คงเป็นล้อและยาง อันดับแรกคือล้อ แม้จะพบไม่บ่อยมากแต่ก็พบได้ในการแข่งระดับสุดโหดนรกวันอาทิตย์อย่างรายการ”ปารีส-รูเบซ์” ที่มีล้อเสียหายในการแข่งขัน เนื่องจากแรงกระแทกมหาศาลของความเร็วระดับโปรที่ใส่กันเข้าไปบนทางหินเก่าแก่ ที่มันกระเด้งกระดอนยิ่งกว่าถนนหลุมดาวอังคารใดๆ ที่มีในประเทศไทยเสียอีก ดังนั้นมีบางกรณีที่พวกเขาทำล้อพิเศษมาเฉพาะสำหรับการปั่นนอกพื้นถนนทั่วไป แต่…ยุคหลังๆ มีล้อที่ขายปกติจำนวนมากมายที่สามารถทนแรงกระทำเหล่านั้นได้อย่างไม่มีปัญหา อันนี้ต้องเป็นข้อพิจารณากันครับ อีกเรื่องอันดับต่อมาคือเรื่องของยางครับ ลักษณะของดอกยางนั้นเป็นเรื่องสำคัญแต่ไม่ได้ใหญ่มาก สิ่งสำคัญจริงๆ คือขนาดหน้ายางต่างหาก เพราะหน้ายางที่ใหญ่ขึ้น จะต้องการลมที่สูบเพื่อให้ยางไม่แตกเวลาโดนกระแทกน้อยลง กล่าวคือ ยางขนาด 700×21 อาจต้องสูบลมถึง 120psi จึงจะปลอดภัยจากการตกหลุมหรือโดนกระแทกจนยางรั่ว แต่ยางขนาด 700×28 อาจสูบยางเพียง 80psi ก็ไปได้อย่างหมดห่วง มันจึงสบายกว่า แรงสะเทือนที่มาถึงคนปั่นจะน้อยลง ความสามารถในการเกาะถนนก็ดีขึ้นอีกด้วย ดังนั้น หากสองปัจจัยนี้ เลือกได้อย่างเหมาะสม ก็ถือว่าหมดห่วงสำหรับการออกไปปั่นจักรยานท่องไปให้สนุกแบบไม่ต้องกังวล กลัว จนถึงขั้น ระแวงพื้นถนนกันไป

จนต่อมาก็เกิดการออกแบบจักรยานแนวผจญภัย ลุยทางกรวด  เช่น Gravel Bike, Explorer Bike ตามแต่ แต่ละค่ายจะตั้งชื่อ โดยรวมมันคือจักรยานที่ทำองศาให้ขี่ได้ง่าย สบายขึ้น ก้มน้อยลง เอื้อมน้อยลง หน้ายางรองรับได้กว้างขึ้น ใหญ่ขึ้น  และคุณเชื่อหรือไม่ว่า ตัวเฟรมใช้ค่าความแข็งแรงในการออกแบบเท่าๆ เดิมเลย ในทางกลับกัน เฟรมลดความสติฟฟ์ลงมาด้วยซ้ำ เพราะการออกแรงปั่นแรงบิดสูงๆ บนการปั่นแนวผจญภัยเช่นนี้พบได้น้อยกว่ารถแข่ง และช่วยให้สามารถออกแบบความสามารถของเฟรมในการรับแรงสะเทือนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาที่เล่ามาตั้งแต่แรกว่าจริงๆ แล้วเสือหมอบไม่ได้เป็นจักรยานที่เปราะบางอย่างที่คุณคิดเลยแม้แต่นิดเดียว การที่พวกเขาออกแบบจักรยานเฉพาะทางแบบนี้มาก็เพื่อให้คุณได้มีทางเลือกรถที่เหมาะกับเส้นทางเหล่านั้นจริงๆ ใส่ล้อและยางได้เหมาะสม ท่าขี่เหมาะสม ไม่ต้องเอาจักรยานปกติมาลุยแล้วไปเสียเปรียบบนทางนอกถนน ดังนั้น ถ้าจะเน้นการปั่นแบบอิสระ ชนิดผจญภัยไปเส้นทางที่ไม่รู้จะเจออะไรบ้าง เสือหมอบผจญภัย เสือหมอบทางกรวด เป็นทางออกที่ดีกว่า แต่ก็นั่นแหละครับ หากสัดส่วนของเส้นทางพวกนี้เป็นเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของการปั่น นอกนั้นอยู่บนถนนปกติหมด เสือหมอบปกติก็สามารถลุยเข้าไปได้อย่างไม่ต้องคิดเยอะ

 

ก่อนจะจบก็จะขอให้แยกกันให้ดีๆ ระหว่างทาง”เสือภูเขา” กับทางของเสือหมอบที่อยู่ “นอกถนน” นะครับ มันก้ำกึ่ง คล้ายคลึงกัน แต่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ถ้าคุณสนุกคึกลุยเข้าไปจนเจอทางคดเคี้ยวขึ้นลงเนินลูกเล็กๆโยนไปมา แบบนั้น เสือภูเขาจะเหมาะกว่ามาก แต่ถ้ามองไปแล้วเป็นทางฝุ่น ลูกรัง ตรงๆ ยาวๆ ทางกรวดลอยที่ไม่ใช่ก้อนโตๆ ต้องโดดต้องหาไลน์เลาะคดเคี้ยวผ่านไป บอกได้เลยว่า ขี่ซัดกันเข้าไปได้สบายมากครับ ผมกล้ายืนยันได้ว่า ไม่มีแรงสะเทือนแบบไหนจะเหมือนกับถนนอิฐโบราณอีกแล้ว สิ่งที่จะไม่ไหวก็คงมีเพียง ร่างกายของคุณ กับความโชคดีว่าอย่าไปยางรั่วเอาก็แล้วกัน

แต่จักรยานคือเพื่อนที่พาคุณไปยังที่ใหม่ๆ เปิดโลกได้อย่างที่ไม่มีสิ่งอื่นทำได้ และมันคืออิสระแรกของเราทุกคน อย่าให้ความเข้าใจผิดล้อมกรอบคุณเอาไว้จนไม่กล้าที่จะเผชิญไปบนเส้นทางที่สนุกสนาน ท้าทายเลยครับ

Tag :: giroGravel
October 9, 2019 cyclinghub 0 Comment