ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา แฟนๆที่ติดตามจักรยานรุ่นใหม่ๆไม่น้อยน่าจะได้ร้อง “หา!” ดังๆ กับการเผยโฉมของจักรยานรุ่นใหม่ๆ ของแต่ละแบรนด์ในท้องตลาดที่พร้อมอกพร้อมใจออกแบบให้มีรูปร่างหน้าตาที่ละม้ายคล้ายกันจนน่าเพลียใจ ยิ่งถ้าเอาแค่ลักษณะ “โดยรวม” ของเฟรมมาเป็นตัวจำแนก เฟรมในยุคนี้ ช่างเหมือนกันไปหมดทุกเฟรมจริงๆ ด้วยจุดเด่นที่เบา สติฟฟ์ แอโร่ฯ สักนิด ขี่สบายหางหลัง (ตะเกียบท่อนั่ง) ลดลง

 

คำถามที่พบมากที่สุดคือ นี่มันคือการลอกเลียนแบบกันจนลืมไปแล้วว่า ใครคือคนแรกที่ทำ หรือจะเป็นการจับมือกันออกแบบของบรรดาแบรนด์ต่างๆ ที่ตบเท้ากันผลักดันเทร็นด์ใหม่มาลบของเก่าทิ้งให้ได้เกิดความต้องการ เพื่อจะขายของได้ เรียกกันง่ายๆ ว่า การตลาดที่แยบยล คล้ายๆ กับโลกของไอที ที่อายุของผลิตภัณฑ์สั้นลงเรื่อยๆ ก่อให้เกิดความต้องการในการซื้อรุ่นใหม่ๆ เร็วจนน่าตกใจว่า สมาร์ทโฟนเครื่องละหลายๆ หมื่นของเราๆ ในเวลานี้ อยู่กันได้เพียงสองปีก็นานแล้ว ย้อนกลับไปสิบกว่าปีก่อน อายุของมือถือเครื่องหนึ่งอยู่กันได้ยาวๆ เป็นครึ่งทศวรรษเลย

 

ย้อนกลับไปห้าสิบปีก่อนนี้ ในยุคที่เฟรมจักรยานทำมาจากเหล็กสตีลเป็นหลัก ในเวลานั้นจักรยานแข่งขันแทบทั้งหมดหน้าตาไม่ได้ต่างกันเลย จนถึงขั้นบางครั้งนักปั่นโปรคนดังไปใช้บริการช่างตัดเฟรมเฉพาะตัวแล้วติดแบรนด์ที่สนับสนุนเสียด้วยซ้ำ นั่นก็เพราะว่า สมรรถนะที่ต้องการของจักรยานในพื้นฐานคือ น้ำหนักที่เบาและความสติฟฟ์เพื่อการส่งกำลังที่ดีที่สุด จากเทคโนโลยีด้านวัสดุและการผลิตที่จำกัดทำให้จักรยานออกมาหน้าตาเหมือนๆ กันไปทั้งการแข่งขัน แม้จะมีผู้ที่พยายามออกแบบเฟรมให้แตกต่างกันบ้างนิดๆ หน่อยๆ ก็ตาม แต่นักแข่งก็ยังเชื่อมั่นในเฟรมเหล็กแบบปกติอนุรักษ์นิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เฟรมเหล็กสั่งตัดฝีมือช่างชาวอิตาลี และแนวโน้มนี้ก็คงอยู่มาจนถึงยุค 80s-90s เลยทีเดียว

 

จนกระทั่งยุคของคาร์บอนไฟเบอร์ วัสดุคอมโพสิตที่เข้ามาในตลาด นี่คือจุดเริ่มแรกที่จักรยานทั้งปวงเริ่มมีหน้าตาเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็นและเริ่มแตกต่างจากกันออกไป เริ่มมาจากการผลิตที่พัฒนาจากระบบข้อต่อไปสู่การขึ้นรูปแบบไร้รอยต่อ จนถึงยุคของรูปทรงท่อที่เอื้อประโยชน์ด้านอากาศพลศาสตร์  ช่วงทศวรรษแรกของยุคมิลเลเนียมนี้เองที่เราได้เห็นจักรยานต่างกันในตลาดเยอะจนแต่ละแบรนด์มีเอกลัษณ์ที่ชัดเจน

 

คุณคงนึกออกว่า Cervelo Soloist หรือ Pinarello Dogma กับ Giamnt TCR และ Specialized Tarmac แม้จะลบยี่ห้อออกไป จอดพิงอยู่ห่างๆก็ยังดูออกว่ามันคือจักรยานรุ่นไหนอย่างง่ายดาย

และแล้ว ด้วยสมรรถนะที่ต้องการนั้นเหมือนกัน ทั้งเรื่องน้ำหนัก ความสติฟฟ์ ความแอโร่ฯ กับความสบาย มันคือสิ่งที่ทุกเฟรมต้องการ ในขณะที่วัสดุและการผลิตยังคงไม่แตกต่างกัน เพราะโครงสร้างราคาและการแข่งขันในตลาด คงไม่มีใครมองหาวัสดุและการผลิตที่ล้ำกว่านี้แต่ก็ทำให้แพงจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะผลิตออกมาขาย และสิ่งสำคัญที่สุด นักออกแบบของแต่ละแบรนด์ ถูกข้อจำกัดหนึ่งกรอบเอาไว้อย่างรัดกุม นั่นก็คือ กติการะเบียบข้อบังคับของสหพันธ์จักรยานนานาชาติที่ควบคุมไม่ให้จักรยานได้เปรียบกันจนเกินไป

นี่คือปัจจัยที่แท้จริงของความเหมือนในเวลานี้ มันจะทำอย่างไรหากน้ำหนักที่พวกเขาต้องการมันก็ไม่ต่างกัน ความสติฟฟ์ที่พวกเขาต้องการก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน จะแอโร่ฯขนาดไหน รูปทรงท่อก็ถูกควบคุมสัดส่วนเอาไว้ มาถึงจุดนี้ ดีไซน์จึงดิ้นไปไหนไม่ได้มากนัก ถ้าคุณต้องการลดแรงสะเทือนจากถนนโดยไม่พึ่งระบบอื่นๆ สิ่งที่คุณทำได้ก็คือการออกแบบหางหลังให้ลดลง เพื่อการให้ตัวได้ของแนวท่อนั่ง แถมการออกแบบนี้ยังได้ข้อดีเรื่องความแอโร่ฯอีก หรือท่อล่างที่ต่างก็แอโร่ฯกันไปคนละนิดละหน่อย ก็เป็นอีกจุดที่พวกเขาต้องทำเพราะมันได้ผลมากที่สุดโดยไม่ต้องเปลี่ยนให้เฟรมนี้เป็นเฟรมแอโร่ฯ ที่ยอมสละจุดเด่นด้านอื่นลงไป

 

ตามการคาดเดาของผมที่คิดมาตั้งแต่ 5 ปีก่อน ว่าในเวลาไม่นานจักรยานจะกลับมารวมกันอีกครั้งในหน้าตาที่คล้ายๆ กัน จุดเด่นพอๆ กัน ในวันนี้คงพิสูจน์แล้วว่า มันไม่ได้ผิดไปจากที่คิดไว้ แต่สิ่งหนึ่งที่ล้ำไปกว่าที่นั่งเทียนไว้คือ ความสุดโต่งของเสือหมอบแนวต่างๆ ยังไปไม่ถึงจุดสุดขีด เสือหมอบทั่วไปออลราวด์อาจมาถึงช่วงเวลาที่เข้าสู่ถนนแคบตรอกตันที่ทุกคนต้องทำเหมือนๆ กัน แต่เสือหมอบแอโร่ฯ และเสือหมอบแนวขี่สบายยังคงมีทางไปต่อได้อีกมาก และนั่นจะเป็นการเบิกทางไปสู่ดีไซน์ใหม่ๆ ในอนาคตอย่างแน่นอน ในตอนนี้เรามีเสือหมอบแอโร่ฯ ที่ต้านลมน้อยกว่ารถไตรกีฬาเจเนอเรชั่นที่แล้ว เรามีเสือหมอบออลราวด์ที่ฉีกลมไปข้างหน้าได้ดีกว่าเสือหมอบแอโร่ฯ ยุคแรกเริ่ม ระบบสั่นสะเทือนและสลายแรงสะท้านไปไกลกว่าที่จินตนาการเอาไว้มาก

 

นักออกแบบและวิศวกรยังคงรอคอยเวลาที่จะพบนวัตกรรมการออกแบบที่จะทำให้จักรยานที่พวกเขาสร้าง มีวิธีฉีกออกจากรูปแบบเดิมๆ เพื่อไปหาสมรรถนะในฝันให้สำเร็จ เราก็รอกันต่อไปครับ แต่อย่าลืมว่า เฟรมเหล็กนั้น อยู่ยาวๆ ครึ่งศตวรรษกันไปเลย รอบนี้ วงจรชีวิตของการออกผลิตภัณฑ์อาจจะสั้นลงจากเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดไวขึ้น แต่จะเมื่อไหร่กันล่ะ ที่เราจะได้เห็นจักรยานที่สามารถวางหมุดลงบนไทม์ไลน์แห่งเส้นทางนี้ได้เป็นคันต่อไป

Tag :: giro
September 18, 2019 cyclinghub 0 Comment