เรื่องของฝน คงต้องบอกกันว่าห้ามไม่ได้ เรียกกันยาก ที่ๆอยากให้ตกก็ไม่ตก ที่ๆไม่อยากให้ตกก็ดันตก และแน่นอนว่า สำหรับคนปั่นจักรยาน ก็เช่นกันครับ แต่สำหรับการขี่จัรกยานตากฝนนั้น ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ด้านลบเท่านั้นนะครับ วันนี้ มาดูเรื่องควรรู้เกี่ยวกับการขี่จักรยานตากฝนกัน อย่างน้อยคราวหน้า ฟ้าไม่เป็นใจ ก็ยังไม่ทำให้ความตั้งใจของเราล่มถล่มลงไปกับสายน้ำ

 

ฝนทำให้อากาศเย็น

การปั่นจักรยานยิ่งอากาศเย็นเท่าไหร่ ร่างกายยิ่งสิ้นเปลืองพลังงานกับการลดความร้อนน้อยลง ซึ่งทำให้เราออกแรงกับระบบการออกแรงได้มากยิ่งขึ้น กล่าวคือ หากปั่นที่ระดับความหนักเดียวกัน จะมีชีพจรที่ต่ำกว่าในวันอากาศเย็น ดังนั้นฝนที่ตกลงมา นอกจากที่จะทำให้เราระบายความร้อนได้ดีขึ้นแล้ว ยังทำให้อากาศเย็นฉ่ำอีกด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติของแฟนๆนักปั่นขาลุยคือ พวกเขาจะชื่นชอบความสนุกที่สามารถขี่ได้เร็วขึ้น หนักขึ้น โดยที่หัวใจไม่พุ่งขึ้นนั่นเอง

ถนนมีแรงเสียดทานน้อยลง

แน่นอนครับว่าฝนตกลงมาจนถนนเปียกก็คือถนนมันลื่นนั่นเอง โดยเฉพาะถนนที่แห้งมาเป็นเวลานาน เมื่อฝนลงมาระยะแรกๆถนนจะลื่นมากจากฝุ่นที่ละลายกลายเป็โคลนบางๆเคลือบถนนไว้ แต่เมื่อฝนตกมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว มีการล้างสิ่งสกปรกเหล่านี้ลงไป เหลือเพียงน้ำบางๆบนผิวถนน นี่คือสภาพที่เราจะขี่จักรยานได้เร็วขึ้นจากน้ำที่ช่วยลดแรงเสียดทานการหมุนของหน้ายางกับผิวถนนนั่นเอง อย่าแปลกใจถ้าคุณขี่จัรกยานลุยฝนไปได้ระยะหนึ่งแล้วพบว่าจักรยาน”ไหล” ไปได้มากกว่าเดิม

ทัศนวิสัยที่กระจ่างตา

“ฝุ่น”ในอากาศ ไม่ใช่เรื่องที่อธิบายยากกันนะครับ เพราะมายุคนี้เราต้องเจอกันทุกปีอยู่แล้ว ฝุ่นเหล่านี้ ทำให้ทัศนวิสัยลดลงไปมาก ฝนที่ตกลงมาล้างสิ่งแขวนลอยในอากาศพวกนี้ออกไป ดังคำที่บอกว่า “ฟ้าหลังฝน ใสสวยงาม” มันเป็นเช่นนั้นจริงๆครับ ยิ่งถ้าใครไปปั่นจักรยานตามภูเขาต่างๆแล้วเจอฝน จะพบว่าเมื่อฝนซาลงไปแล้ว คุณจะเห็นความใสของท้องฟ้าและมองไปได้ไกลสุดสายตาเลยทีเดียว รวมถึงอากาศที่หายใจเข้าไปก็มีฝุ่น มีสิ่งแขวนลอยในอากาศลดลงด้วย

อย่างไรก็ตามการปั่นจักรยานตากฝน ก็มีข้อเสีย มีข้อควรระวังต่างๆที่เราควรรู้เช่นกันนะครับ ซึ่งก็พอจะสรุปเป็นข้อควรรู้ได้ดังนี้

ถนนลื่น อันตราย

ตามที่กล่าวไว้ด้านบนเลยครับ เมื่อถนนลื่น ก็เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการเบรค การเข้าโค้งที่ความเร็วสูง ดังนั้นหากคุณปั่นจักรยานตากฝน พึงระวังรักษาระยะห่างและความเร็วอย่างมีสติ อย่ามันส์จนเกินไปนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปั่นจักรยานลงเขาในวันฝนลง

ไม่สบายได้ง่ายกว่าเดิม

ฝนแรกที่ตกลงมา จะล้างเอาสิ่งแขวนลอยในอากาศลงมาด้วย ซึ่งก็รวมถึงเชื้อโรคต่างๆที่ลอยอยู่ในอากาศ และตกลงมาติดอยู่ตามตัวของเรานั่นแหละครับ การปั่นจักรยานหนักหน่วงก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง ต้องพักฟื้นตัวหลังปั่นและนี่คือโอกาสที่เหมาะมากสำหรับการรับเชื้อมาทำให้เราป่วยได้ง่าย

มองเห็นได้ยากกว่าเดิม

ข้อนี้เป็นอันตรายที่เกิดกับตัวเรา จากรถยนต์ที่ขับบนถนน สายฝนหนักที่หนาตา ทำให้ความต่างของสีต่างๆบนถนนลดลง ดังนั้นคนขับรถยนต์ก็จะมองเห็นพวกเราน้อยลงไปด้วย เสื้อปั่นจักรยานที่สีสันสดใสจึงเหมาะกว่าในฤดูนี้ รวมถึงการติดไฟท้ายเอาไว้ ช่วยให้ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุลดลง

ดูแลจักรยานให้สะอาดหลังฝนตก

ดิน โคลน ฝุ่น ต่างๆที่อยู่บนถนนจะถูกน้ำดีดขึ้นมาติดตามจุดต่างๆของเฟรม ซึ่งส่งผลให้มีการตกค้างในหลายๆที่ได้ง่ายมาก รวมถึง น้ำที่ไหลลงมาผ่านจุดหมุนต่างๆก็จะล้างเอาตัวหล่อลื่นจุดหมุนพวกนี้หายไปด้วย และแน่นอนว่า มันก็จะก่อให้เกิดความเสียหายได้ในระยะยาว ดังนั้นเมื่อปั่นตากฝนมาแล้ว อย่าลืมเช็ด ทำความสะอาด และนำักรยานไปเซอร์วิสหลังจนฤดูฝนกันนะครับ

August 17, 2020 cyclinghub 0 Comment