เรื่องที่หลายๆท่านอาจไม่เข้าใจ และเป็นหนึ่งในความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนที่สุดอย่างหนึ่งในการจัดงานปั่นจักรยาน เมื่อหลายคนมองว่า ยิ่งมีช่างภาพมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสได้ภาพสวยๆไปมากเท่านั้น และการได้ภาพไปก็คือการนำภาพไปโพสต์ลงบนโซเชียลของแต่ละคนเพื่อประชาสัมพันธ์งานนั้นๆให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้นต่อไป หากแต่คุณรู้หรือไม่ว่า นั้นคือเพียงมิติเดียวของความเข้าใจเท่านั้น มันยังคงมีอีกมิติหนึ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการโปรโมทงาน และในโอกาสนี้ ผมจะขอนำมาบอกเล่าสู่กันฟังให้เข้าใจ

 

ความปลอดภัยของการปั่นคือหัวใจสำคัญอันดับหนึ่ง

รู้กันหรือไม่ว่า ในการจัดงานปั่นหรือการแข่งขันจักรยานสากลนั้น”ช่างภาพ” ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของบุคลากรที่มีส่วนร่วมในขบวนการแข่งขัน(หรือทริป) และเป็นปัจจัยที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุมากที่สุดในการเก็บข้อมูลของการแข่งขันจักรยานหลายปีที่ผ่านมา เพราะตามหลักการจัดการ ผู้จัดต้องการให้มีพาหนะอื่นๆที่ไม่ใช่จักรยานเข้าใกล้นักปั่น”น้อยที่สุด” และอยู่ “ห่างที่สุด” เท่าที่จะทำได้ แต่ในมุมกลับกันสิ่งที่ช่างภาพต้องการคือการเข้า”ใกล้ที่สุด” และนับวันพวกเขายิ่งมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงช่างภาพหนังสือพิมพ์ ช่างภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ทุกวันนี้ คลัหรือทีมใหญ่ๆต่างก็มีช่างภาพส่วนตัวเข้าไปร่วมในงานเต็มไปหมด เพื่อให้ได้ภาพที่”พิเศษ”ของพวกเขา ดังนั้นในการจัดการงานปั่นสากลในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นงานแข่งหรืองานปั่นทั่วไปที่มีการดูแลการจราจรไม่ว่าจะเป็นการปิดถนนหรือไม่ก็ตาม พวกเขาจะจำกัดช่างภาพที่เข้ามาร่วมในการแข่งให้น้อยที่สุด

คุณลองนึกภาพดูว่า หากคุณกำลังปั่นทริปสนุกๆลงเชากันมา 50-60 กม./ชม. แล้วมีมอเอร์ไซค์ช่างภาพที่ลงเขาช้ากว่าขวางไลน์กลุ่มใหญ่อยู่ไม่ห่าง กลุ่มต้องแหวกออกอย่างสาละวน เสี่ยงที่จะเกี่ยวกันคว่ำอย่างไม่ต้องสงสัย หรือ ที่เส้นชัยของการปั่น มีช่างภาพมากมายพากันเอาขาตั้งกล้องมาตั้งดักหามุมสวยเพื่อถ่ายภาพถวายคนปั่น แต่แล้ว กลับกลายเป็นอุปสรรคความเสี่ยงที่ยื่นเข้ามาอยู๋ในช่องทางการปั่น ดังนั้นในหลักการปฏิบัติปัจจุบัน ทริปหรืองานแข่งสากล จะจัดให้มีช่างภาพน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และพวกเขาต้องผ่านการอบรมถึงข้อปฏิบัติอย่างรัดกุม หากมีเจ้าหน้าที่ขับหรือขี่พาหนะ พวกเขาต้องมีใบอนุญาติพิเศษสำหรับการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานจักรยานโดยเฉพาะ

ทีนี้…คุณลองคิดดูสิครับว่า หากเราปล่อยปละ ละเลย ให้ใครก็ได้ เข้ามาถ่ายภาพถวายท่านกันอย่างเสรี ในทริปที่ควรจะสร้างมาตรฐานมากกว่าแค่เรื่องของภาพสวยไปกระจายต่อ ความพยายามในการสร้างทริปที่มีมาตรฐานสากล จะต้องมาเสี่ยงกับเรื่องโปรโมทบนโซเชียลแบบปากต่อปาก เช่นนี้หรือ?

 

สิทธิเหนือภาพถ่าย การลงทุนที่ไม่ต้องจ่าย

ก่อนหน้าที่พวกเราจะมาเป็นเว็บไซต์ในทุกวันนี้ เราเคยเป็นนิตยสารมาก่อน และในฐานะของ บรรณาธิการนิตยสารนั้นผมขอเล่าเลยว่า หนึ่งในความยากลำบากในการทำงานคือการหาภาพถ่ายสวยๆของงานปั่นประเทศไทย พวกเราต้องซื้อถาะสวยๆจากต่างประเทศในราคาหลายพัน หลายหมื่นบาทต่อการทำนิตยสารแต่ละเดือน นั่นก็เพราะ ช่างภาพสามารถนำภาพที่ถ่ายได้มาขายตามเว็บไซต์ขายภาพต่อนั่นเอง ภาพของกลุ่มปั่นขนาดใหญ่ที่กำลังไต่ขึ้นภูทับเบิก  ภาพของแววาสาวนักปั่นที่ต่อสู้กับความชันของดอยสุเทพ ทั้งหลายเหล่านี้ มีมูลค่าทั้งสิ้น และการจัดงานปั่น รวมคนมามากมาย มีการปิดถนนหรือการจราจรที่ดูแลอย่างเข้มงวดจนได้มุมภาพที่ไม่สามารถหาได้ คือการลงทุนที่ผู้จัดต้องสร้างขึ้น สิทธิเหนือภาพถ่ายนั้น ไม่ควรตกเป็นของช่างภาพที่เข้ามาถ่ายได้อย่างเสรีเพื่อนำภาพไปใช้ ใส่ลายน้ำของตนเอง ต่อให้ไม่ได้นำไปขาย แต่การนำไปโพสต์ลงสื่อโซเชียลของตนเองให้คนมาดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรีๆ ข่างมีน้ำใจยิ่งนัก แต่ในอีกทางหนึ่งมันคือการสร้าง”ประชากร” ของเพจภาพถ่ายของเขา สร้างความเป็นที่รู้จัก สร้าง”พอร์ตงาน” สิ่งที่ช่างภาพทั้งหลายต้องเฝ้าปั้นให้เป็นเส้นทางในการทำงานต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้ อยู่บนหลังของผู้จัดงานที่ต้องลงทุนไปมหาศาลให้ได้งานมา แต่ช่างภาพเถื่อนมาถ่ายเสรีเอาผลประโยชน์ไป คุณคิดว่าเหมาะสมแล้วหรือ?

ยังไม่นับดารา เซเล็บ นักปั่นคนดังทั้งระดับจังหวัดและระดับโลกที่ผู้จัดเชิญมาร่วมอย่างเป็นทางการ มีค่าใช้จ่ายมีต้นทุน แต่ช่างภาพเถื่อนที่เข้ามาถ่ายภาพงานเหล่านี้ ได้ภาพสำคัญนี้ไปซึ่งมันอาจจะกลายเป็นผลประโยชน์มูลค่ามหาศาลได้ในโอกาสใดโอกาสหนึ่ง เราไม่มีทางจะรู้ได้หรอกครับ และนั่นคือความเอารัดเอาเปรียบที่ผู้จัดไม่นิยมยินยอมให้เกิดขึ้น เพียงเพราะอยากให้นักปั่นมีภาพสวยๆไปใช้ฟรีๆ ดังนั้นในงานปั่นที่ปรับมาตรฐานให้เข้าสุ่ระดับสากล พวกเขาจึงมองเรื่องนี้เป็น”สิทธิประดยชน์”อันพึงมีมากกว่าหวังน้ำบ่อน้อยปากต่อปากแลเอาใจคนปั่นที่อยากได้รูปฟรี

 

ก็ขอฝากเอาไว้นะครับว่า บางสิ่งบางอย่างอาจดูวุ่นวายและหลายเรื่อง แต่เพราะสากลโลกนี้เขาผ่านการเรียนรู้และพัฒนาระบบมาอย่างมาก เราเองก็อาจต้องละทิ้งความ”ง่าย”ตามแบบวิถีของสังคมไทยที่นิยมความสะดวกสบายถูกใจเข้าว่าออกไปบ้าง แม้ว่าจะไม่ง่ายแต่เชื่อว่าหากคุณเข้าใจ พวกเราจะก้าวไปในมาตรฐานสากลได้ในที่สุด

Tag :: biketriptrip
November 12, 2019 cyclinghub 0 Comment