นับตั้งแต่ที่กำเนิดทีม”ยูเออี” ขึ้นเมื่อหลายปีก่อน จากการลงทุนและทำทีมของเศรษฐีที่คลั่งไคล้ในจักรยาน และงบประมาณระดับวาระแห่งชาติที่ทุ่มลงมาเพื่อสร้างทีมจักรยานและโปรโมทประเทศขึ้นมา จนถึงปัจจุบัน ยูเออี-ทีมเอมิเรตส์ ขึ้นมาสู่ความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะคาด และหนึ่งในปัจจัยนั้น ต้องยกให้กับสายตาที่ยาวไกล การคว้าตัวนักปั่นอายุน้อยคนหนึ่ง ที่กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ได้อย่างสมภาคภุมิ “ทาเดจ์ โพกาชา”

ในอายุเพียง 21 ปี เขาสามารถคว้าชัยชนะเสื้อแกรนด์ทัวร์มาได้ และปีนี้ เขาคว้าแชมป์พร้อมเสื้อผู้ชนะมาครองถึง 3 ตัวจากการแข่งขันจักรยานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เรื่องราวนี้ย้อนกลับไปตั้งแต่เขาอายุ 19 ปีเท่านั้นที่ได้รับสัญญาร่วมทีมในฐานะของ”โปร”นักปั่นอย่างเต็มตัว กับทีมระดับคอนติเน็นตัล (ดิวิชั่น 3) ทีมลุบเลียนา-กุสโต-แซนติค สัญชาติสโลวาเนีย พูดง่ายๆก็คือ เทิร์นโปรกับทีมอาชีพดิวิชั่นล่างสุดในบ้านตัวเองนั่นแหละครับ  ด้วยดีกรีเจ้าของตำแหน่งแชมป์ไทม์ไทรอัลระดับยุวชนสโลวาเนีย และทำผลงานในระดับนานาชาติของรุ่นยุวชนได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเมื่ออายุ 19 ปีในปี 2017 เขาก็ได้ลงแข่งระดับโปรทัวร์เป็นครั้งแรก ประเดิมปีแรกด้วยการคว้าโพเดี้ยม และ Top 5 ของรายการต่างๆมาครองได้ และที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การขึ้นมาติด Top 5 ทัวร์สโลวาเนีย ในเวลารวม ครองเสื้อนักแข่งอายุน้อย ที่สำคัญ เขาขยับขึ้นมาแข่งชิงแชมป์แห่งชาติในรุ่น U23 ที่จบลงด้วบเหรียญทองแดงการขี่ไทม์ไทรอัล

ปีต่อมา เมื่ออายุ 20 ปี โพกาชา ครองความยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงในรุ่น U23 เมื่อขาคว้าแชมป์สโลวาเนีย ไทม์ไทรอัล และโร้ดเรซ รุ่น U23 มาครองได้ สำเร็จ พ่วงด้วยแชมป์ไซโคลครอสรุ่นใหญ่ ตลอดปี 2018 เขาเก็บแชมป์รายการโปรทัวร์ต่างๆในยุโรปเหนือ มาทำผลงานยอดเยี่ยมในอิตาลี แสดงความสามารถทั้งการไต่เขาที่ดุดันและยืนพื้นความเร็วได้ดีแบบนักปั่นไทม์ไทรอัลชั้นนำ และนั่นเอง ที่ไปสะดุดตาเข้ากับแมวมองของทีมทุนหนาจากตะวันออกกลาง ในที่สุด ปี 2019 ทาเดจ์ โพกาชา ก็ได้โอกาสครั้งใหญ่ที่สุดของชีวิตเป็นครั้งแรก ในวัยเพียง 21 ปีเท่านั้น เขาได้รับข้อเสนอสัญญาย้ายทีมไป ยูเออี-ทีมเอมิรตส์ ทีมระดับดิวิชั่นสูงสุด

นี่ไม่ใช่การลงทุนเพื่ออนาคต ไม่ใช่การซื้อมาบ่มเพื่องอกงาม แต่มันคือการลงทุนอย่างชาญฉลาดกับเพชรแท้ที่พร้อมจรัสแสงหากอยู่กับมือของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงครับ ในด้านความสำเร็จส่วนตัว วัยเพียง 21 ปี โพกาชา ขึ้นมาครองแชมป์เสือหมอบสโลวาเนียรุ่นใหญ่ได้สำเร็จ ก่อนจะสร้างผลงานให้กับทีมยูเออีฯ ทันที กับแชมป์ ทัวร์ออฟแคลิฟอร์เนีย หลังจากนั้นในทุกๆรายการที่เขาลงโปรทัวร์ในยุโรป ก็ผูกขาดเสื้อผู้นำเวลารวมรุ่นอายุของแต่ละรายการมาครองกันเลย แต่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการได้ลงแข่งแกรนด์ทัวร์เป็นครั้งแรก ด้วยอายุนี้ เขาสามารถคว้าเสตจมาครองได้ด้วยการไต่เขาชนะนักปั่นเขาขาโหดรุ่นใหญ่อีกหลายคน รวมถึง ครองเสื้อผู้นำรุ่นอายุ แถมกระโดดขึ้นไปยืนโพเดี้ยมผู้นำเวลารวมทั้งหมดอีกด้วย

Overall winners Anna van der Breggen, left, of Boels Dolmans Cycling Team and Tadej Pogacar, right, of the UAE Team Emirates pose for a photo after the final stage of the AMGEN Tour of California at the Rose Bowl on Saturday, May 18, 2019 in Pasadena, California. (Photo by Libby Cline Birmingham, Contributing Photographer)

ในปีนี้ โพกาชา ยังคงครองแชมป์เดี่ยวไทม์ไทรอัลสโลวาเนียเอาไว้ได้ และทำผลงานเด่นในโปรทัวร์รุ่นใหญ่ตั้งแต่ต้นปี ทั้ง ทัวร์ยูเออี, คาตารุนญ่า และ โดฟิเน่ ในที่สุดเมื่อ ตูร์ เดอ ฟรอ็งซ์ เปิดฉากขึ้น เขาก็วาดลวดลายฉายแววกันตั้งแต่สัปดาห์แรก ทำเหมส์อย่างกล้าหาญและมั่นใจ จนขึ้นมาทำเวลาจ่ออยู่ในอันดับต้นๆ คว้าแชมป์เสตจไปครองได้ พร้อมได้สวมเสื้อขาว สัญลักษณ์ของนักปั่นอายุไม่เกิน 25 ปี โดยกระชากมาจาก อีแกน เบอร์นาล แชมป์เสื้อเหลืองคนเก่าอย่างสวยงาม ซึ่งทุกอย่างพลิกผันในเสตจทางราบที่มีลมแรง ด้วยประสบการณ์ที่ยังน้อยของโพกาชา ทำให้เขาติดอยู่กับกลุ่มที่ขาด โดนทิ้งห่างจากกลุ่มหน้าไปเป็นนาที เรียกว่าแทบจะหมดวหังในการสวมเสื้อแล้ว แต่ใครจะคิดว่าหลังจากนั้น เจ้าหนูคนนี้จะบู๊แหลกในทุกโอกาส ขยับเวลาตนเองขึ้นมาจ่ออันดับสอง ตามหลังรุ่นพี่ ฑรีโมส์ โรจลิช ที่นำอยู่ไม่ถึงนาที และค่อยๆสะสม เก็บหอมรอมริบเวลามาเรื่อยๆ พ่วงด้วยการคว้าเสตจอีกครั้งในช่วงที่สอง แต่ก็โดนรุ่นพี่ทุบในภูเขาช่วงสุดท้าย และโดนทิ้งห่างออกไปเป็น 51 วินาที

มาถึงตรงนี้ ก็เข้าสู่หน้าฉากจบที่เพิ่งผ่านมาในวันเสาร์ หมาดๆนี้เอง ไม่มีใครฟันธงได้ว่า เขาจะสามารถพลิกขึ้นมาครองเสื้อเหลืองตีเวลา 52 วินาทีได้หรือไม่ ด้านหนึ่งดีกรีของเขาก็ขี่ได้ดีทั้งไทม์ไทรอัลและปกติ ขึ้นเขาได้ยอดเยี่ยม  แต่อีกด้าน เราก็ได้เห็นฟอร์มที่ดูจะกรอบในเขาช่วงสุดท้าย กับการโดนโรจลิชกระชากหลุดบนเขาชัน แต่แล้วในที่สุด ผลก็ออกมาอย่างที่เราได้เห็นกัน เมื่อเขาใช้ความโดดเด่นด้านไทม์ไทรอัล พลิกขึ้นมาชนะได้อย่างสวยงาม และเป็นอีกบทพิสูจน์ว่า เขาคือ เพชรเม็ดงาม ที่มหาเศรษฐีดูไบ จับมาส่องแสงได้อย่างกับแทงหวยถูกรางวัลที่หนึ่ง

Slovenia’s Primoz Roglic, left, who lost his overall leader’s yellow jersey to Slovenia’s Tadej Pogacar, right, in Saturday’s time trial, gets a hug during the twenty-first and last stage of the Tour de France cycling race over 122 kilometers (75.8 miles), from Mantes-La-Jolie to Paris, France, Sunday, Sept. 20, 2020. (AP Photo/Christophe Ena)

ถ้าเขาไม่ถูกทิ้งห่างในวันที่ลมแรง มีความเป็นไปได้สูงว่า โพกาชา อาจกระชากเสื้อเหลืองจากรุ่นพี่มาครองได้ แต่ในทางกลับกัน ก็มีปากกาเซียนมองว่า โรจลิช ไม่ได้บู๊กับรุ่นน้องอย่างเต็มที่ เหมือนกับว่าช่วยกันให้น้องได้เสื้อขาว พี่ได้เสื้อเหลือง เป็นคู่ดูโอ้สโลวาเนีย เห็นกันได้ในสัปดาห์แรกๆที่ โรจลิช ลากโพกาชาเกาหลังมาโดยไม่กระตุก กระชาก แล้วไปสปรินท์หน้าเส้นได้ไป เป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้ง ทำให้น่าคิดว่า หากโรจลิช ซัดเต็มกับเขาตั้งแต่ช่วงต้นและกลางการแข่งขัน เขาอาจตุนเวลานำเอาไว้ได้ก่อนมากพอที่จะรักษาเสื้อเหลืองในวันไทม์ไทรอัลได้ แต่มันก็เป็นเพียงสถานการณ์”ถ้า” เท่านั้น ฟอร์มทั้งหมดของโพกาชา ได้พิสูจน์แล้วว่า ในสถานการณ์บีบคั้น กดดัน และการเป็นรอง เขาสามารถพลิกขึ้นมาต่อสู้ ฟื้นตัว และเด็ดเดี่ยวมากในปีนี้ สมกับการเป็นผู้ชนะอย่างสมเกียรติ

 

 

September 21, 2020 cyclinghub 0 Comment