จากการอบรมผู้ตัดสินระดับเริ่มต้น UCI National Commissaire ที่เพิ่งผ่านพ้นไประหว่าง 22-26 เมษายน ที่ผ่านมา โดยสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) เราได้เก็บสิ่งที่นักปั่นทั้งหลาย ควรรู้ และควรทำ ก่อนการเข้าไปร่วมงานปั่นสักงาน เพื่อความสนุกสนาน ราบรื่น ปลอดภัย ทั้งต่อตนเอง และผู้อื่น มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อความเรู้ความเข้าใจอันเป็นสากล

ผิดเส้นทาง ความรับผิดชอบของใคร?

บ่อยครั้งที่กรณีดราม่าเกิดจากการปั่นไป”ผิดเส้นทาง” และนักปั่นต่างก็โยนความผิดให้กับผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ดูแลการแข่ง อันที่จริงในขั้นตอนการดำเนินการตามแบบสากล คนที่รู้เส้นทางดีที่สุดในการแข่งขัน ไม่ใช่ผู้ตัดสิน แต่คือผู้จัดที่ทำหน้าที่ผู้อำนวยการแข่งขันครั้งนั้น ดังนั้น รถยนต์คันแรกของการแข่งขันจึงถูกวางให้เป็นรถที่มี Race Director อยู่ภายใน รวมถึงการดูแลของ”มาร์แชล” และเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจร

ผู้ตัดสินจะทำการศึกษาเส้นทางและควบคุมความเรียบร้อยของการแข่งขันเป็นหลัก และที่สำคัญ ในระเบียบการแข่งขันสากล มีระบุเอาไว้ว่า นักปั่นต้องทำการศึกษาเส้นทางมาก่อน ไม่ใช่้มาปั่นแล้วรอว่ารถจะพาไปทางไหน

 

การลงทะเบียนถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด

หลายๆคนมองว่า การไปลงทะเบียน ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญอะไรมากไปกว่าการไปรับหมายเลข และของที่ระลึก แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ในทางปฏิบัติสากล การลงทะเบียนและรายงานตัว ถูกจัดเอาไว้เป็นขั้นตอนตรวจสอบ รวมถึงการประชุมผู้จัดการทีม เป็นขั้นตอนที่สำคัญยิ่งกว่า เพราะในการประชุม ผู้ตัดสินมีหน้าที่ทำความเข้าใจระเบียบ กติกา ข้อปฏิบัติ รวมถึงผู้จัดและฝ่ายรักษาความปลอดภัยสามารถนัดแนะขั้นตอนต่างๆ รวมถึงย้ำในจุดอันตรายของเส้นทางได้

สละเวลาไปรายงานตัวให้เรียบร้อย เผื่อเวลากันสักนิด เพื่อให้ได้รับอุปกรณ์และข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะรายละเอียดอัพเดทล่าสุด มีรอให้คุณไว้ที่จุดลงทะเบียนอย่างแน่นอน

 

ความปลอดภัยของคุณ คุณคือผู้กำมันเอาไว้เอง

แน่นอนว่า ในการแข่งขัน หรืองานปั่นที่มีมาตรฐาน ย่อมจัดการเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และดูแลการจราจรเป็นอย่างดี พร้อมทั้งวางกำลังในจุดอันตรายต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่มาปั่นมีความเสี่ยงน้อยที่สุด แต่ในทุกๆครั้ง เมื่อเกิดเรื่องไม่พึงประสงค์ขึ้น คุณรู้หรือไม่ว่า คุณคือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะต้องรับผิดชอบในผลนั้นๆ

ในการปั่นใดๆก็ตาม แม้แต่ในการแข่งอชีพ นักปั่นมีสิทธิเลือก”ความเสี่ยง” ด้วยตัวคุณเอง ว่าคุณจะเดมพันความเร็วและเวลากับสภาพเส้นทางหรือสถานการณ์ข้างหน้าอย่างไร คุณเท่านั้นที่จะตอบได้ว่า มันคุ้มหรือไม่ ไม่ใช่รอให้คนอื่นมารับผิดชอบต่อการซื้อความเสี่ยงของคุณเอง

 

จักรยานเป็นกิจกรรมที่รักษ์สิ่งแวดล้อม

ระเบียบล่าสุดของ UCI กำหนดให้มีบริเวณทิ้งขยะระหว่างเส้นทางการแข่งขัน สำหรับนักแข่งและทีมงานสามารถโยนของทิ้งได้อย่างเหมาะสม จากนั้นผู้จัดจะจัดให้มีเจ้าหน้าที่เข้าเก็บกวาดให้เรียบร้อย ภาพของนักปั่นโยนเปลือกเจลพลังงานทิ้ง เขวี้ยงขสดน้ำออกข้างทาง เป็นภาพของยุคเก่ากันแล้วในเวลานี้ โทษปรับเกี่ยวกับภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสมกับกีฬาจักรยาน รอคอยพฤติกรรมนอกรีตเช่นนั้นอยู่

แต่นักปั่นสมัครเล่น กลับยังคงโยนขยะทิ้งออกไปอย่างมาดมั่น ด้วยความเข้าใจว่านั่นคือความเท่ เป็นนักปั่นที่เวลาทุกวินาทีสำคัญกว่าชีวิต ขยะ และสิ่งที่ไม่ต้องการ สามารถโยนออกไปเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมข้างทางได้อย่างสบายใจ เช่นนี้ คุณคิดว่าเหมาะสมแล้วหรือ?

 

เห็นโปรทำ ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างถูกต้อง

พฤติกรรมหลายๆอย่างที่นักปั่นนำมาปฏิบัติตามอย่าง เป็นพฤติกรรมที่ผิดกติกา และไม่ถูกตามระเบียบ เพียงแต่คุณไม่รู้หรอกว่า สิ่งที่คุณเห็นนั้น พวกนักปั่นในทีวี(หรืออินเตอร์เน็ท) โดนโทษปรับกันภายหลังแทบทั้งนั้น ทั้งจี้รถ เกาะรถ จับขวดน้ำ เบียดเพื่อน เพียงแต่เราไม่ได้รับรู้ถึงกระบวนการจัดการจนถึงที่สุด บ่อยๆเลยที่กล้องจับแต่ภาพเบื้องหน้าของการปั่น แต่ด้านหลัง ความวุ่นวาย ผิดระเบียบที่พบได้บ่อยกว่า ถูกจับแต่เพียงผ่านๆ แต่สายตาของผู้ตัดสิน ได้จับจ้อง ตักเตือน บันทึก และลงโทษในเวลาต่อมา

หากคุณรู้ว่าในแต่ละครั้งที่มีการแข่งขัน แต่ละวันจะมีรายงานการลงโทษนักปั่นหรือทีมที่ผิดระเบียบอยู่มากมาย ในฐานะนักปั่นสมัครเล่น สปิริต น่าจะสำคัญที่สุด คุณควรซื่อสัตย์กับตนเอง ที่ต้องการไปสู่เส้นชัยหรือเป้าหมายให้ได้อย่างน่าภาคภูมิ

 

ไม่ใช่ใครๆก็สามารถขับรถเซอร์วิสได้

รถยนต์ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงในงานปั่นจักรยาน ยิ่งมีรถยนต์น้อยเท่าไหร่ งานปั่นก็ยิ่งมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงน้อยลงเท่านั้น ดังนั้น หลายๆงานจึงไม่อนุญาติให้มีรถทีมคอยมาตามดูแลนักปั่น และจัดให้มีจุดรับน้ำแทน แต่นักปั่นอีกมากมาย ก็ละเลยความสำคัญจุดนี้ และจัดการหารถทีมของตนเองเข้ามาคอยช่วยเหลือ อยากขับ อยากเข้า อยากแซง อยากออกอย่างไรก็ตามใจตนเอง

แม้แต่ในการแข่งอาชีพ หากเห็นว่าไม่เหมาะสมหรือยังไม่ปลอดภัยเพียงพอ ผู้ตัดสินก็มีสิทธิไม่ให้รถทีมเข้าไปเซอร์วิสนักกีฬาตามต้องการได้ แถมถ้ายังดื้อ ก็มีสิทธิพักการเซอร์วิส จับไปอยู่ท้ายแถว หรือแม้แต่ ไล่รถทีมออกจากการแข่งขันได้เลย แล้วคุณคิดว่า รถทีมของคุณ ที่คนขับไม่ได้เข้าใจในระเบียบและข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย จะสามารถเข้ามาร่วมงานปั่นกับคุณได้ด้วยเพราะอะไร? ความสบายของคุณ อาจแลกมาด้วย อันตรายของเพื่อนนักปั่นในเส้นทางเดียวก

April 30, 2019 cyclinghub 0 Comment