เวลาจะไปงานปั่น จะไปงานไตรฯ กันแต่ละครั้ง ก็จะมีเพื่อนๆมิตรสหายแนะนำกันว่า อย่าลืมพกเจลไปนะ หรือ การสนทนากันว่า จะเอาเจลไปมากเท่าไหร่ดี นี่คือ ข้อนิยมในการใช้เจลพลังงานจนคิดว่ามันคือสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยหากจะเล่นกีฬาชนิดนี้ ในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเจลนั้น เรายังต้องมีความเข้าใจกันเพิ่มเติม เพื่อให้เราใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญ คือการใช้อย่างเหมาะสมที่สุดด้วย

 

เจลให้พลังงานเร็ว แต่ไม่ได้นาน

เหตุผลสำคัญของการทำพลังงานให้เป็นเจลนั้น เริ่มต้นไม่ได้เป็นนิยายอวกาศหรอกนะครับ มันไม่ใช่เรื่องของความสะดวกสบายต่อการพกพาไปกินในสถานีอวกาศเป็นสำคัญ แต่มันคือ การทำให้พลังงานสามารถถูกดึงไปใช้ได้เร็วกว่าการรับประทานอาหารปกติ ดังที่ก่อนหน้านี้มีทั้งการกินอาหารเข้าไป ร่วมกับ เครื่องดื่มให้พลังงาน ซึ่งทั้งสองอย่างมีข้อจำกัดคือ อาหารปกติให้พลังงานได้ช้ามากๆกว่าจะผ่านระบบย่อยอาหาร ส่วนพลังงานที่มาในรูปแบบของเครื่องดื่มก็เจือจางและมีพลังงานให้น้อยเกินไป กว่าจะบริโภคเพื่อให้ได้พลังงานที่ต้องการต้องดื่มกันเป็นแก้วๆ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงสร้างเจลพลังงานออกมานั่นเอง ข้อดีของมันคคือการปล่อยพลังงานได้เร็วไม่ต้องย่อยกันเยอะแยะ และเข้มข้นให้พลังงานเพียงพอต่อความต้องการ โดยปกติแล้ว เจลหนึ่งซองให้พลังงานราวๆ 100-150 แคลฯ และสามารถให้พลังงานตามที่ต้องการในเวลา 15 นาที ดังนั้นนี่คือ”พลังงานด่วน” ไม่ใช่อาหารประทังชีวิตนะครับต้องเข้าใจในจุดแรกนี้กันเสียก่อน

 

เจลให้พลังงานแต่ก็ทำให้เราเสียน้ำไปไม่น้อย

จะว่าเจลพลังงานไม่ต้องการการย่อยเลยก็คงไม่ถูกต้องนัก เมื่อบริโภคเข้าไปแล้ว การจะดูดซึมพลังงานเข้าไปได้อย่างรวดเร็วนั้น เราต้องการ”น้ำ” เป็นตัวช่วยที่สำคัญ ไม่ใช่เพียงเรื่องของการ”เหนียวคอ” เท่านั้นนะครับ เพราะมันรวมถึงการต้องมีน้ำเป็นตัวช่วยลดความเข้มข้นของตัวเจล และกระบวนการดูดซึมที่ต้องการน้ำเข้าไปด้วย ดังนั้น เมื่อรับประทานเจลเข้าไปแล้ว สิ่งที่ตามมาด้วยก็คือ น้ำที่จะลดลงไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งก็ต้องทดแทนและชดเชยด้วยการจิบน้ำเข้าไปเพิ่มขึ้น และที่พีคที่สุด มันนำมาสู่อาการขาดน้ำในนักปั่น นักวิ่ง นักไตรฯ หลายต่อหลายคน ที่บริโภคเจลพลังงานเป็นอาหารหลักในการออกกำลัง ประกอบกับการดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการกันอยู่แล้ว และส่งผลมาถึงสภาพกายภาพของร่างกายที่ไม่สมบูรณ์แบบ ก็แน่นอนครับว่าไม่เป็นผลดีเลยกับสุขภาพ หากจะกินเจล ต้องคิดไว้เลยว่า ต้องดื่มน้ำเพิ่มเติมให้มากกว่าปกติด้วย

*มีเจลพลังงานบางชนิดที่ต้องการน้ำน้อยกว่าปกติ เช่นตระกูลที่มีสารละลายตั้งต้นจากน้ำ หรือ มาในความเข้มข้นที่ใกล้เคียงกับเครื่องดื่ม

 

เจลไม่ใช่ทุกอย่างที่คุณต้องการ

ข้อสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือ เราต้องการอย่างอื่นด้วยนอกจากเจ้าเยลลี่เหนียวๆเละๆชนิดนี้เพียงอย่างเดียว หากคุณสนใจเรื่องของโภชนาการและการบริโภคพลังงานเข้าไปขนาดที่ไปสรรหาเจลซองๆมาพกไว้ไปแข่ง ไปปั่น คุณลองมองหาเรื่องของสารอาหารที่ต้องรับประทาน 2-3 ชม. ก่อนเริ่มออกกำลังกาย และ อาหารที่ควรเติมหลังการออกกำลังกายด้วยก็จะเป็นข้อสนับสนุนที่ดีมาก และเมื่อทำอย่างสม่ำเสมอ มันคือการฝึกระบบพลังงานของร่างกายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญที่สุด ระหว่างการออกกำลังกาย คุณต้องคำนวนพลังงานที่ต้องการคิดตามระยะเวลาในการออกกำลังนั้นๆ และแยกพลังงานออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ พลังงานที่ต้องการเร็ว ซึ่งได้จากเจลนี่แหละครับสะดวกที่สุด กับพลังงานที่ต้องการช้าแต่มาเรื่อยๆอันได้มาจากอาหารทีย่อยง่ายและมีพลังงานสูงอาทิชเ่น กล้วย, เค้ก, บาร์พลังงาน, แซนด์วิชต่างๆ หรือ ผลไม้อบแห้ง สรุปง่ายๆได้เป็นสองกลุ่มคือ อาหารเหลว และ อาหารแข็งนั่นเอง

 

ระบบพลังงาน ฝึกได้ ฝนให้คมได้

ผู้ฝึกสอนระดับโลกท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า “แข่งเหมือนซ้อม ซ้อมให้เหมือนแข่ง” นั่นก็คือ ทำให้ร่างกายของเราจดจำและชินกับการแข่งให้ได้ด้วยการฝึกซ้อมที่มีคุณภาพ และหลีกเลี่ยงการทำอะไรใหม่ๆในวันแข่งขัน เพราะคุณไม่สามารถเดาผลของมันได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญกว่านั้นคือ ร่างกายที่ถูกฝึกฝนมาอย่างไร จะจดจำและสามารถทำงานแบบนั้นได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด หากคุณฝึกซ้อมมาด้วยการเติมพลังงานที่เหมาะสม ร่างกายก็จะเรียนรู้ที่จะดึงพลังงานออกมาได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้นด้วย นักกีฬาระดับแนวหน้ามักจะวิเคราะห์การแข่งขันในอนาคตที่กำลังเข้ามา และแตกย่อยออกมาเป็นรายละเอียดที่ต้องทำ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การเติมพลังงานให้เป็นกิจวัตรเหมาะสม ผลวิจัยพบแล้วว่า หากคุณฝึกซ้อมมาด้วยการ”อด” อาหาร ต่อให้คุณเติมพลังงานเข้าไปในวันแข่ง ร่างกายก็ไม่สามารถดึงพลังงานมาได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร แม้ว่าจะ”ดีกว่าไม่มี” แต่มันคือความน่าเสียดายที่ได้ไม่คุ้มค่านั่นเอง

Tag :: nutrition
March 16, 2020 cyclinghub 0 Comment