ถ้าพูดถึงเงินรางวัล เป็นสิ่งที่หลายๆคนแทบไม่สนใจหรือมองข้ามกันไปเลยสำหรับกีฬาจักรยาน เพราะในระดับการแข่งกีฬาสมัครเล่นนั้น เงินรางวัลเป็นเพียง”น้ำจิ้ม” ที่เอาไว้เป็นสีสันเท่านั้น บางทียังไม่พอกับค่าน้ำมันรถขับไปแข่งเลยด้วยซ้ำ แต่ลองมาดูกันว่า ระดับสุดยอดของโลกอย่างใน Tour De France นั้น ปีนี้ มีเงินรางวัลต่างๆอย่างไรบ้าง

 

ผู้ชนะเสตจ

นักปั่นที่สามารถชนะเสตจได้ จะได้รับเงินรางวัลสำหรับอันดับหนึ่งเป็นเงิน 550,000 บาท ส่วนอันดับสองจะได้รับเงินรางวัลราว 270,000 บาท และลดหลั่นกันลงไปเรื่อยๆจนถึงอันดับที่ 15 ของแต่ละเสตจจะได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท

เสื้อสีเหลือง

เสื้อที่สำคัญที่สุดของการแข่งขัน ที่มีค่า 25,000 บาทต่อวันที่ได้สวมใส่ นับตั้งแต่วันแรกที่ได้ครอง หรืออธิบายง่ายๆก็คือ ใครที่ได้ขึ้นไปสวมเสื้อเหลืองบนโพเดียมนั่นแหละครับ ขึ้นไปแต่ละครั้ง มีมุลค่า 25,000 บาทเลยทีเดียว และหากสามารถใส่เสื้อสีเหลืองยืนอยู่บนโพเดียมที่่ปารีส อันเป็นสัญลักษณ์ของผู้ชนะการแข่งขัน ก็จะได้รับเงินรางวัลในวันนั้นเป็นเงิน 25,000,000 (25 ล้านบาท)

ส่วนอันดับสองจะได้รับเงินรางวัล  10 ล้านบาท อันดับที่สามได้รับ 5 ล้านบาท และจะได้ลดหลั่นกันลงไปเรื่อยๆจนถึงอันดับที่ 19 จากนั้น ตั้งแต่อันดับที่ 20 ไปจนถึงคนสุดท้ายที่จบการแข่งขันจะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท ทุกคน

เจ้าภูเขา

สำหรับผู้ที่ได้สวมเสื้อลายจุดในแต่ละวัน จะได้รับเงินรางวัล 15,000 บาทต่อวัน และเมื่อสิ้นสุดการแข่งขันชิงเจ้าภูเขาในภูเขาลูกสุดท้าย 8 นักปั่นที่ได้รับแต้มภูเขามากที่สุดจะได้รับเงินรางวัล ไล่ตั้งแต่อันดับแรกได้รับไป 1,250,000 บาท และอันดับที่ 8 ได้รับไป 100,000 บาท

นอกจากนี้ในภูเขาแต่ละลูกยังมีเงินรางวัลสำหรับอันดับต่างๆ ซึ่งจะได้กี่อันดับ อันดับละเท่าไหร่นั้น จะลดหลั่นไปตามระดับความยากของแต่ละภูเขา โดยอันดับที่หนึ่งของภูเขาแต่ละลูกจะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาทสำหรับภูเขาที่ง่ายที่สุด และ 40,000 บาทสำหรับภูเขาในระดับยากที่สุด

เสื้อเขียว

เช่นเดียวกับเสื้อลายจุด นักแข่งที่สวมเสื้อเขียวบนโพเดียมในแต่ละวันจะได้รับเงินประจำวัน 15,000 บาท โดยผู้ชนะที่สะสมแต้มรวมได้มากที่สุดจะได้รับรางวัล 1,250,000 บาท และได้รับ 100,000 บาท บาทสำหรับอันดับที่แปด

ส่วนจุดสปรินท์แต่ละจุดจะมีเงินรางวัลให้ 75,000 บาท, 50,000 บาท และ 25,000 บาท สำหรับสามอันดับแรกที่เก็บแต่ละจุดได้

เสื้อขาว

เสื้อที่เ)็นสัญลักษณ์ของนักปั่นที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี มีค่าสวมใส่วันละ 15,000 บาท และสำหรับนักปั่นในรุ่นอายุนี้ที่่ทำอันดับเวลารวมได้เป็น 4 อันดับแรกจะได้เงินรางวัลตั้งแต่ 250,000 บาท ไปจนถึง 1,000,000 บาท

เวลารวมทีม

สำหรับเวลารวมทีม ที่ได้จากเวลาของนักปั่นที่ทำเวลาได้ดีที่สุดสามคนของแต่ละทีมมารวมกัน ทีมที่ได้เวลารวมดีที่สุดฝนแต่ละวันจะได้รับเงินรางวัล 140,000 บาท และเมื่อสะสมเวลารวมครบทุกเสตจ ก็จะได้ผู้ชนะเวลารวมทีม ซึ่งจะได้เงินรางวัล ตั้งแต่ 400,000 บาทไปจนถึง 15,000,000 บาท สำหรับทีมที่ได้เวลารวมดีที่สุด 5 ทีมแรก

รางวัลป้ายแดง

สำหรับนักปั่นที่บู๊ดุเดือดยอดเยี่ยมในแต่ละวันจะได้รับป้ายเบอร์การแข่งขันสีแดงไปติดในวันต่อไป ซึ่งการได้รับป้ายแดงนี้ มีค่าเท่ากับเงินรางวัล 100,000 บาทเลยทีเดียว และในวันสุดท้าย จะมีรางวัลใหญ่ สำหรับนักปั่นที่บู๊ได้ที่สุดตลอดการแข่งขัน ซึ่งมีรางวัลให้ 1,000,000 บาท

 

อย่าได้เอาเงินรางวัลทั้งหมดนี้ ไปเทียบกับกีฬาชนิดอื่นๆนะครับ ไม่ว่าจะเป็น กอล์ฟ เทนนิส แข่งรถฟอร์มูลาวัน เพราะเมื่อเทียบไปแล้ว จะพบว่า การเป็นซุูเปอร์ยอดมนุษย์ขี่จักรยานแข่งกัน ไต่เขา สปรินท์แรง และลงเขาความเร็วหลักร้อยนั้น มันช่างน้อยนิดเสียเหลือเกิน แต่ก็นั่นแหละครับ สำหรับกีฬาชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นระดับไหนก็ตาม ทั้งผู้เล่น ทีมงาน ผู้จัด และผู้ชม ต่างก็อยู่กับมันด้วยใจรักเป็นสำคัญทั้งสิ้น

September 14, 2020 cyclinghub 0 Comment