คำถามยอดนิยมมากๆสำหรับนักปั่นเกี่ยวกับเกียร์จักรยาน นอกจาก คำถามที่ว่าจะเอาเงินที่ไหนมาอัพเกียร์ดี ก็เป็นคำถามเกี่ยวกับการเลือกอัตราทดเกียร์ให้เกมาะกับตัวเองนั่นแหละครับ เพราะไหนๆจะอัพ จะเลือกแล้ว ก็ต้องเลือกให้มันดีที่สุด หรือจะเอาไปโมดิฟายไต่ระห่ำกัน ก็ต้องมาดูกันว่า เรามีทางเลือกอะไรกันบ้างที่จะนำมาคำนวนให้ได้เห็นภาพกัน

สำหรับอุปกรณ์พื้นๆที่เราพบเจอก็คือ จานหน้าอันประกอบไปได้ 53/39, 52/36 และ 50/34 กับเฟืองหลัง 11-28, 11-30, 11-32 และ 11-34 ซึ่งเราก็มักจะต้องมานั่งชั่งใจกันว่า จะเอาเกียร์ไหนดี เอาเบาที่สุดไว้ก่อน หรือจะเลือกอะไรให้เข้ากัน ไปจนถึงไม่มั่นใจว่าอันไหนจะทดกำลังเบากว่ากัน วันนี้ครับ ผมจะมาสอนวิธีคำนวนง่ายๆ ง่ายมากๆ แค่มีเครื่องคิดเลข หรือ ความสามารถในการคิดเลขระดับประถมศึกษาตอนปลาย ก็สามารถคำนวนหาค่าที่คุณจะนำมาพิจารณาได้แล้ว

 

ค่าที่เราควรสนใจคือค่า “อัตราทดเกียร์” หรือเรียกกันว่า Ratio ของเกียร์นั้นๆ หลักการง่ายมากๆคือ จานหน้าหมุนไป 1 รอบ ใช้ไปกี่ฟัน มันจะไปหมุนเฟืองหลังที่จำนวนฟันใดๆไปกี่รอบ หรือเป็นอัตราส่วนของจานหน้าต่อจานหลังนั่นเอง การคำนวนคือ จานหน้า/เฟืองหลัง = อัตราทด  เลขยิ่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้เกียร์หนักๆ เลขยิ่งน้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้เกียร์เบาๆ แล้วเอาเลขมาเทียบดูกันครับ ว่าคุณะเลือกใช้อย่างไรดี

ยกตัวอย่างแรก

จานหน้า 34 ฟัน กับเฟือง 28 จะมีอัตราทด 34/28 = 1.21

จานหน้า 36 ฟัน กับเฟืองหลัง 30 จะมีอัตราทด 36/30 = 1.2

จานหน้า 39 ฟันกับเฟืองหลัง 32 จะมีอัตราทด 39/32 = 1.22

 

คุณก็จะเห็นได้ว่า ทุกๆเฟืองที่เพิ่มขึ้น 2 ฟัน จะมีค่าพอๆกับการลดจำนวนฟันที่จานหน้าลง 2 ฟันนั่นเอง ดังนั้น หากคุณกำลังลังเลอยู่ว่าจะเปลี่ยนเฟืองหรือเปลี่ยนจานไปอย่างไรดีนั้น นี่น่าจะช่วยไขข้อข้องใจได้ไม่ยากเลย สำหรับท่านที่ขี่จานหน้า 52/36 แล้วอยากจะหาเกียร์ทดเบาๆไปไต่เขา คิดจะไปจานคอมแพ็คดีหรือไม่นั้น ก็ต้องบอกว่า การเปลี่ยนเฟืองให้หญ่ขึ้น 2 ฟัน ก็จะได้ผลลัพธ์เดียวกันในราคาที่ถูกกว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คุณจะเสียไปคือ ความต่อเนื่องของการไล่เกียร์ที่จะต้องมีช่วงกระโดดมากกว่า ซึ่งมันจะส่งผลกับการขี่บนทางราบ รวมถึง ต้องเช็คว่าตีนผีของคุณ พร้อมรับกับเฟืองมี่ใหญ่ขึ้นได้หรือไม่ด้วยนะครับ

 

ทว่า…ปัญหามันไม่ได้จบเพียงเท่านี้ครับ ปัญหามันมาอยู่ที่ แล้วถ้าเรามองที่อีกด้านของอัตราทดล่ะ… ที่เกียร์หนัก ซึ่งส่งผลกับความเร็วที่เราสามารถปั่นได้สูงสุด เราจะประเมินจากอัตราทดได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้ครับ เพราะเมื่อเรารู้ว่า หมุนขาไป 1 รอบ เฟืองหลังจะหมุนไปกี่รอบ ก็เท่ากับว่า ล้อหลังจะหมุนไปกี่รอบ และเมื่อเรารู้เส้นรอบวงของล้อหลัง คุณเข้าไปด้วยรอบขา ก็จะได้ระยะทาง 1 นาทีที่จัรกยานวิ่งไปได้ และคูณเข้าไปด้วย 60 ก็จะได้ความเร็วที่ทำได้ในรอบขานั้นๆ

ฟังแล้ว มึนๆใช่มั้ยครับ อย่าเพิ่งตกใจครับ เรามาดูวิธีคำนวนกันเลย โดยที่ผมจะใช้รอบขา 100 รอบต่อนาที และ เส้นรอบวงของล้อสเือหมอบ 700c ยางหน้ากว้าง 25 มม.  ซึ่งเท่ากับ 2.1 ม. นะครับ

 

จานหน้า 50 ฟันกับเฟือง 11 มีอัตราทดเท่ากับ 50/11 = 4.54

ดังนั้น หมุนขา 1 รอบได้ระยะทางเท่ากับ 4.54 x 2.1 = 9.53 ม.

เมื่อเราหมุนขา 100 รอบต่อนาที ดังนั้น 1 นาทีเราหมุนล้อไปได้เท่ากับ 9.53 x 100 = 953 ม.

นำไปคูณด้วย 60 ได้เป็นความเร็วต่อชั่วโมง 953 x 60 = 57180 ม./ชม. หรือ  57.18 กม./ชม.

ดังนั้น ที่ความเร็ว 57 นิดๆนี้เอง คุณสามารถปั่นด้วยรอบขา 100 รอบต่อนาทีต่อไปได้ หรือในทางกลับกันก็คือถ้าคุณมีพลังมากพอจะปั่น 100 รอบต่อนาทีที่เกียร์นี้ คุณจะมีความเร็วสูงสุดได้ราว 57 นิดๆเป็นเพดานสุดท้าย

 

ทีนี้ลองมาเทียบกับ เจานหน้า 53 ฟัน กับเฟือง 11 กันบ้าง นะครับ

อัตราทดเท่ากับ 53/11 = 4.81

s,6o-k 1 iv[wfhitptmk’ 4.81 x 2.1 = 10.1 ม.

ใน 1 นาทีวิ่งไปได้ระยะทางเท่ากับ  10.1 x 100 = 1010 ม.

ในเวลา 1 ชั่วโมงวิ่งไปได้ระยะทาง 1010 x 60 = 60600 เมตร หรือความเร็ว 60.6 กม./ชม.

คุณจะพบว่า ถ้าคุณต้องปั่นที่ความเร็วนี้ คุณยังสามารถปั่นได้ด้วยรอบขา 100 รอบ ต่อนาที หรือสามารถทำความเร็วนี้ได้ถ้าคุณมีแรงปั่นมันได้ 100 รอบต่อนาทีนั่นเอง

 

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือ คุณมีแรงปั่นแบบนั้นได้หรือไม่ และ คุณจำเป็นต้องเผื่อว่าสามารถปั่นที่ความเร็วนั้นๆจริงหรือไม่ สำหรับข้อแรกนั้น ต้องบอกเลยว่า ถ้าไม่ใช่นักแข่ง นักกีฬา แทบจะไม่มีทางที่คุณจะได้ขี่ที่เกียร์หนักสุดๆเลยครับ ต่อให้ขี่ได้ก็อาจจะไม่สามารถทำรอบขาได้จริงๆ (ต่อให้ทำได้ก็ต้องคิดอีกต่อว่า นักกีฬาเขาสปรินท์ที่ 120-140 รอบต่อนาที ทำความเร็วสูงกว่าในการคำนวนนี้ขึ้นไปอีก) ข้อนี้ คงต้องให้แต่ละท่านตอบตัวเองล่ะครับว่า “ไหวมั้ย” ส่วนอีกเรื่องคือ เรื่องการขี่ ต้องบอกเลยครับว่า ในสถานการณ์ที่อำนวย คุณต้องปั่นจักรยานไปด้วยความเร็วมากขนาดนั้นแน่นอน เช่น การปั่นเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ลงเนินยาวๆทางตรงๆ และกลุ่มปั่นยังคงเพิ่มความเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง  หากคุณเจอความเร็วระดับ 60 กม./ชม. แล้วใช้จานหน้าแค่ 50/34 คุณก็ต้องปั่นซอยยิกๆ เกินร้อยรอบไปตลอดโดยไม่มีทางเลือกครับ ในจุดนี้ ก็ต้องมาถามตัวคุณเองอีกนั่นแหละครับว่า คุณต้องการการเผื่อเกียร์รองรับสถานการณ์แบบนี้หรือไม่

 

เมื่อคำนวนได้แล้วทั้งสองด้าน ก็จะได้รับคำตอบของคุณเองครับว่า คุณเหมาะกับเกียร์อะไร ถ้าคุณต้องการเกียร์ขึ้นเขาเบาๆที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ยังคงอยากเผื่อปั่นความเร็วสูงๆ แน่นอนว่าคุณคงต้องไปที่จาน 53/39 กับชุดเฟือง 11-34 แต่ถ้าคุณไม่ได้สนใจความเร็วสูงๆแบบนั้น คุณอาจจะพอใจอยู่ที่ 50/34 กับเฟือง 11-28  ที่คุณสามารถไต่เขาได้สบายๆและมีเกียร์ที่เรียงขี่ได้ดีในทางราบด้วย  เป็นตัวอย่าง

Tag :: Drivetrain
November 5, 2020 cyclinghub 0 Comment