by AuumJakkaphan

 

มนุษย์ทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวและปั่นจักรยานอย่างเราๆ  เอาจริงใจหนึ่งก็อยากไปให้สุดว่าจะทำได้ดีสักแค่ไหนอีกใจก็รู้สึกว่า“โหทำไมมันใช้เวลาในชีวิตเยอะจัง” ทีนี้พอเราทุ่มเทไปแล้วตามตารางเพื่อพัฒนาการปั่นตามตารางอย่างมีวินัย“ผลลัพธ์” ที่หลายคนเรียกว่า“ความแรง” หรือ“ขาแรง”มันก็มาแต่เมื่อถึงจุดที่เพื่อนๆเรียกเราว่า“ขาแรง”แล้วหลายคนพบว่าสิ่งนั่นไม่ได้ยั่งยืนเลยเพราะเพียงแค่“หยุด” ความแข็งแรงที่เคยมีก็จะลดลง  หรือ. อาจจะพบว่าการพัฒนาที่เคยทำได้นั้นอยู่กับที่หรือพัฒนาได้ช้า

 

หลายครั้งเมื่อภาระงานเราเยอะก็พาลทำให้เราไม่ได้ปั่นมากขึ้นไปอีกแล้วยิ่งพูดว่า“การปั่นจักรยานให้มีความสุข” มันมีหลายรูปแบบและไม่มีสูตรสำเร็จเพราะ“ความสุข” ของแต่ละคนคงไม่เหมือนกันแล้วยิ่งในปัจจุบันนี้วงการจักรยานออกแนวนิ่งสงบไม่พบงานแข่งมากมายเหมือนช่วงหลายปีที่ผ่านมาหรือเพื่อนๆหลายคนก็เปลี่ยนไปทำกิจกรรมอย่างอื่นแทนยิ่งทำให้ความสุขในการปั่นลดน้อยถอยลงไปจนหลายคนกลับมานั่งมองตัวเองกับจักรยานแล้วบ่นว่า“นี่เราปั่นจักรยานไปเพื่ออะไรกันแน่”

 

ปั่นจักรยานเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ถ้าหยุดไปนาน(อาจจะแค่1-2อาทิตย์) คุณจะรู้สึกแย่มากๆในการกลับมาปั่นอีกครั้ง  ที่พวกเราเรียกกันว่า“กลับมาเริ่มใหม่” ซึ่งล่าสุดผมหยุดปั่นไป2 เดือนกว่าๆเกือบ3 เดือนผมบอกได้เลยว่าการกลับมาเริ่มใหม่เป็นสิ่งที่ต้องใจแรงใจแรงกายการต่อสู้กับตัวเองอย่างมากเพื่อจะกลับไปสู่จุดเดิมหรือใกล้เคียงกับที่เคยทำได้  ส่วนหนึ่งเกิดจากระบบหลอดเลือดที่เคยทำงานได้ดีในตัวเราลดประสิทธิภาพลงแล้วยิ่งไปกับกลุ่มที่เคยปั่นด้วยกันแล้วพบว่า“ทำไมเราอ่อนแอขนาดนี้” ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะมาถึงจุดนี้ผมเลยมานั่งบททวนว่ามีอะไรบ้างที่พอจะเป็นแรงบันดาลใจให้“เรากลับมาพัฒนาตนเองกับจักรยานที่รักอีกครั้ง”

ถ่ายสวยๆสักใบ 

ไม่ว่ารูปจะปั่นช้าหรือเร็วแค่ไหนการที่เรามีรูปสวยๆสักรูปไว้โพสต์ลงในSocial Media เพื่อบอกกล่าวเพื่อนๆว่าเราปั่นอยู่นะยิ่งถ้ามีCaption แปลกๆให้เพื่อนๆมาติดตามและแลกเปลี่ยนความเห็นแล้วก็อาจจะมีบางอารมณ์ชวนกันไปออกทริปเก็บภาพสวยๆเพื่อเอามาสร้างแรงบันดาลใจในการปั่นของเราเองที่สำคัญได้เจอเพื่อนที่คอเดียวกั

กาแฟสักแก้วหลังปั่น/ ระหว่างทริป

การจิบกาแฟเหมือนจะเป็นของที่อยู่คู่กับการปั่นของก๊วนจักรยานยุคนี้ไปแล้วการเสาะแสวงหาร้านกาแฟใหม่ๆหรือแม้จะร้านเดิมก็ไม่ใช่ปัญหาแต่ถ้าเรากำหนดให้ร้านกาแฟและบรรยากาศในการจิบกาแฟคือเป้าหมายในการปั่นแล้วล่ะก็ผมเชื่อว่าการปั่นในวันนั้นก็จะมีรสชาตพอสมควรเหมือนหลายครั้งที่เราปั่นแล้วไม่ได้นั่งจิบกาแฟมันรู้สึกเหือนขาดอะไรสักอย่างหลายครั้งที่หยุดตามร้านกาแฟแล้วเจอนักปั่นก็มักจะได้แลกเปลี่ยนเส้นทางเป็นการเปิดประสบการณ์ปั่นในตัวเราที่มากขึ้นอีกด้วการเก็บสถิติPR : personal record 

เหมือนจะเป็นเรื่องปกติที่หลายคนพอปั่นเสร็จจะเอาข้อมูลการปั่นมานั่งดูแล้วก็มาดูว่าในวันนั้นหรือเส้นทางนั่นมีใครเคยปั่นไว้บ้างแล้วเราปั่นได้อันดับที่เท่าไหร่ซึ่งการสร้างสถิติของตัวเองก็เป็นอีกเป้าหมายที่ทำให้หลายคนใช้เป็นเครื่องมือในการฝึกซ้อมแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่าสถิติเป็นแค่เครื่องมือเฉยๆอย่าไปจริงจังมากเกินเพราะบางครั้งอาจจะทำให้เราเสียทัศนคติที่ดีต่อการปั่นและเพื่อนไปได้

เปลี่ยนเสื้อผ้าและอุปกรณ์บ้าง

หลายคนมองว่ามันเป็นเรื่องสิ้นเปลืองแต่ก็ต้องยอมรับว่า“ความคัน” มันไม่เข้าใครออกใครการเปลี่ยนอุปกรณ์ทดลองอะไรใหม่ๆตามกำลังและความแยากรู้อยากเห็นก็คงไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไรตราบเท่าที่มันไม่สร้างความเดือดร้อนให้

ตั้งเป้าหมายในการ“เอาชนะ” หรือ“ท่องเที่ยว”

การตั้งเป้าหมายแบบนี้ก็มีส่วนในการช่วยให้เราเกิดแรงในการพัฒนาเช่นเราจะพิชิตยอดดอยยอดเขาสักลูกจะเข้าร่วมงานแข่งเจ๋งๆสัก1 รายการซึ่งการตั้งเป้าแบบนี้จะทำให้เรากลับไปออกแบบการฝึกซ้อมและตารางในการใช้ชีวิตเพื่อเป้าหมายเดียวที่ชัดเจนซึ่งการออกแบบเช่นนี้ก็มีส่วนช่วยลดปัญหาในเรื่องของการจัดการเวลาในชีวิตของพวกเราไปได้พอสมควร

 

แล้วเพื่อนๆพี่ๆนักปั่นมีวิธีในการสร้างแรงบันดาลใจเพื่อพัฒนาตนเองแบบไหนกันบ้างมาแลกเปลี่ยนกันครับ  อย่างน้อยก็เพื่อนความสุขในการปั่นและชวนให้คนที่รักในการปั่นกลับมาคุยกันและออกทริปกันอีกครั้งแล้วทำให้การกลับมาปั่นไม่ทำให้โดนลากไปเชือดแล้วบอกตัวเองว่ามันไม่ใช่ทางของเราเพราะความจริงๆแล้วการที่เราเริ่มปั่ก็เพราะเราอยากใช้ชีวิตส่วนหนึ่งบนจักรยานของเราไม่ใช่เหรอครับ

Tag :: AUM
May 30, 2019 cyclinghub 0 Comment