อากาศร้อน ทำให้เราเสียน้ำในร่างกายออกไปมากกว่าปกติ นั่นคือเรื่องที่ไม่บอกก็คงรู้กันดี แต่อากาศเย็นๆสบาย หรือหนาวๆแบบนี้ล่ะครับ? นี่แหละครับอีกช่วงเวลาที่คุณฮาจ”ขาดน้ำ”ได้อย่างไม่รู้ตัว

 

ตามปกติแล้วร่างกายเราจะปรับอุณหภูมิตัวเองให้คงที่จลอดเวลา ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือสำคัญก็คือ เหงื่อ อุปกรณ์ระบายความร้อนด้วน้ำที่ชาญฉลาดของพวกเรา และเหงื่อก็จะนำมาด้วยการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ไปในเวลาอันรวดเร็ว นั่นคือสิ่งที่ทำให้วันที่อากาศร้อน (ซึ่งคิดเป็นร้อยละเก้าสิบของประเทศไทย) เราจึงแนะนำให้ทุกคนจิบน้ำรวมกันให้ได้ราวๆ 0.7 – 1 ลิตรต่อชั่วโมง

 

ในวันที่อากาศเหน็บหนาว (ไม่ถึงร้อยละสิบของประเทศไทย) ร่างกายของเราจะเสียเหงื่อออกมาไม่มากนักเพราะอุณหภูิมของร่างกายสูงกว่าอากาศภายนอก ไม่จำเป็นต้อลระบายความร้อนออกมาทางผิวหนังก็ได้ เราเราจึงรู้สึกว่า เสียน้ำและเกลือแร่ออกไปน้อยกว่าเดิม ซึ่งนั่นก็ทำให้หลายๆคนคิดว่า “เหงื่อไม่ออก ไม่ต้องซีเรียสเรื่องน้ำดื่ม” และกลายเป็นต้นเหตุของอาการที่ไม่พึงประสงค์ตามมานั่นเอง เพราะไม่ว่าจะเสียเหงื่อออกมาระบายความร้อนหรือไม่ แต่ร่างกายของเราๆก็เสียน้ำออกมาจากกระบวนการสังเคราะห์หลังงานตามปกติอยู่แล้ว ซึ่งก็มีปริมาณที่คิดเป็นคำแนะนำให้จิบน้ำราวๆ 0.7 มล. ต่อเวลาการปั่นจักรยานหนึ่งชัวโมงนั่น เอง (นี่คือค่าที่ฝรั่งเขาศึกษามาจากอุณหภูมิมาตรฐาน)

 

ที่สำคัญ ในหน้าหนาวของบ้านเรา อากาศจะแห้งกว่าปกติ จนหลายต่อหลายคนมีอาการผิวแห้ง ปากแห้งได้ง่าย นั่นแหละครับ มาเพราะการขาดความชุ่มขื้นของผิวหนังที่เสียไปจากอากาศที่แห้งกว่าปกติ เหงื่อจึงแห้งไปได้รวดเร็วกว่าเดิมด้วย จนทำให้เราไม่รู็สึกว่าเราเียเหงื่อออกมาตามปกติ รวมกันทั้งหมดนี้เองที่ทำให้เวลาปั่นจักรยานในหน้าหนาว เราไม่รู็สึกขาดน้ำ ไม่กระหายน้ำ ไม่ค่อยจิบน้ำ และปากแห้ง ปากเหนียวกันได้ง่าย

 

อย่าลืมนะครับ ไม่ว่าจะหน้าไหนก็ตาม หลังปั่นจักรยานท่านควรรู็สึกสบายเหมือนเดิม ไม่กระหายน้ำจนเกินไป ลแะสามารปัสสาวะออกมาได้โดยปกติ สีไม่เข้มแก่จนเกินไป หรือห่างไกลจากอาการ”ฉี่ไม่ออก”หลังปั่น อันเป็นเครื่องวัดว่า ท่านดื่มน้ำน้อยเกินไประหว่างปั่นจักรยาน

Tag :: hydration
December 9, 2019 cyclinghub 0 Comment