ช่วงนี้จับจักรยานไปปั่นที่ไหนๆ ก็จะพบกับบรรดาเสือหมอบประเภท Time Trial ให้เห็นกันอยู่ไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นนักปั่นชายก็ดี หญิงก็ได้ ต่างหยิบจับเสือหมอบ Time Trial มาควบด้วยความเร็วที่เรียกได้ว่าสูงถึงสูงมาก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ยังไม่ค่อยได้พบได้เจอจักรยานเสือหมอบประเภทนี้มากนัก เนื่องจากมีหลายๆปัจจัยประกอบกัน แต่เราจะข้ามประเด็นตรงนี้ไป แล้วเราจะมาโฟกัสพินิจพิเคราะห์ว่าทำไมเจ้าเสือหมอบ Time Trial ถึงได้รับความนิยมมากขึ้น

 

ก่อนอื่นต้องบอกไว้ก่อนครับว่าผมเองก็ไม่ได้ถนัดในการปั่นเสือหมอบ Time Trial ซักเท่าไร แต่สิ่งที่สังเกตได้หลายๆอย่างว่าเจ้าเสือตัวนี้ได้รับความนิยมนั่นก็คือ “งานแข่งชันต่างๆ” ใช่แล้วครับ เพราะมีการจัดการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นงานแข่งจักรยานระดับประเทศ ชิงแชมป์ประเทศไทย หรืองานไตรกีฬาที่มีให้เลือกลงแข่งกันตลอดทั้งปี จึงไม่แปลกครับที่จะทำให้เจ้าเสือหมอบ Time Trial ได้รับความนิยม อีกทั้งเหล่านักปั่นเองได้พัฒนาศักยภาพกันอย่างต่อเนื่องทำให้ความเร็วของเสือหมอบธรรมดานั้นเริ่มไม่เร้าใจ จึงเกิดกิเลสบันดาลให้ต้องงอกเสือหมอบ Time Trial ออกมา เพื่อสนองกับความเร็ว ความแอโร่ไดนามิค นั่นเองครับ

ถ้าพูดถึงจักรยานประเภทนี้แล้วคงไม่พูดถึงงานจักรยานที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นงานใหญ่สำหรับบรรดาทีมจักรยานสมัครเล่นทั้งชาย-หญิงของประเทศเลยก็ว่าได้ นั่นคือ Toyota Club Race Thailand 2019 ซึ่งประกอบไปด้วยการแข่งขันเป็น 4 สนาม เก็บคะแนนทุกสนาม ตามแบบฉบับที่โปรทัวร์เค้าทำกันเลยครับ แต่วันนี้จะขอโฟกัสไปที่สนามแรกที่เป็นการแข่งขันประเภททีมไทม์ ไทรอัล (TTT, Team Time Trial)

 

ตอนนี้ขอย่อง่ายๆว่า TTT (Team Time Trial) นะครับ การปั่นทีมแบบนี้เป็นการผสานความสามัคคีกันในระดับทีม ไม่ว่าจะเป็นทีมชาย หรือทีมหญิง ต้องเข้าใจกติกาว่าการแข่งขันจับเวลาที่ตัวไหนของทีม โดยการขี่ TTT นั้นไม่ได้สนใจแค่ความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคอยดูและสังเกตเพื่อนร่วมทีมด้วย เพราะใน 1 ทีมนั้นจะประกอบด้วยนักกีฬาที่ถนัดกันคนละแบบ หรือว่าง่ายๆคือ อาจจะต้องมีคนที่ปั่นได้อ่อนที่สุดของทีม แล้วทำไมต้องไปคอยดูคนที่ปั่นช้าสุดด้วย อันนี้สำคัญครับ เมื่อเป็น TTT แล้วถ้าคนที่เป็นขาแรงอาศัยแต่ความแรง อาศัยความหนักในการกดแล้วไซร้ พอมาถึงคนที่มีแรงน้อยสุดอาจจะปั่นไม่ถึงปลายทางได้ อาจจะทำให้เราต้องเสียเพื่อนร่วมทีมไปก่อน แทนที่การมีคนอยู่ในทีมมากย่อมได้เปรียบในการขี่ TTT

การฝึกปั่นเป็นทีม TTT เริ่มจากการเซ็ตตัวหรือกำหนดตัวว่าใครจะอยู่ในตำแหน่งไหนเป็นอันดับแรก โดยอาจจะเก็บคนที่แข็งแรงไว้หลังคนที่อ่อนที่สุดในทีม การฝึกผลัดวนนักปั่นเองต้องคอยดูทิศทางลม และกำกับการเปิดช่องให้ผลัดวน เข้าออกให้ถูกต้องเพื่อลดแรงลม หรือแรงปะทะที่จะเข้ามาสู่ทีมครับ เช่นในกรณีที่มีลมปะทะด้านขวา คนที่สังเกตต้องให้สัญญานในการเปิด อาจจะใช้เสียงง่ายๆครับว่า “เปิดขวา” ก็เป็นอันรู้กันว่าถ้าลมมาฝั่งซ้าย = เปิดซ้าย , ลมมาฝั่งขวา = เปิดขวา ในกรณีที่ผลัดวน เราอาจจะไม่ต้องถึงขั้นผลัดวนกันเป็นสายพานแบบที่โปรทัวร์เค้าทำกัน แต่อาจจะกำหนดว่า ผลัดวนที่ 10-15 วินาที คอยคุมหัวใจอย่าเกินโซนที่กำหนด ไม่ใช่ว่าใครมีแรงเยอะก็ลากนานๆ แช่ยาวๆ อันนี้ไม่เป็นผลดีกับทีมครับ เพราะนอกจากจะทำให้ให้สมาชิกในทีมต้องเร่งเพซตามแล้ว บางคนอาจจะสละเรือ หรือเจ้าตัวเองอาจจะเล่นเอาหมดแรงดื้อๆกลางทางก็ได้ครับ เพราะฉะนั้นการผลัดกันลาก ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าลากคนละเท่าไร แล้วกิโลเมตรที่เท่าไรเราจะค่อยๆเพิ่มเพซ หรือข้อตกลงอื่นๆกันระหว่างทีมครับ

 

พอพูดเรื่องจักรยานเสือหมอบ Time Trial คงต้องเน้นไปที่ความแอโรไดนามิค องศาที่ซิ่งมาก เพื่อมุดลม หรืออื่นๆ แต่หลายๆคนอาจจะเข้าใจผิดว่าข้อความข้างต้นนั้นคือปกติ ซึ่งจริงๆการเซ็ตแล้วจักรยาน Time Trial นั้นต้องเซ็ทให้ตัวเราปั่นสบายที่สุดครับ ไม่ใช่ว่าขอแต่มุดลม หลบลม แต่ปั่นแล้วไม่สบาย สุดท้ายก็ส่งผลเสียหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หรือการหายใจที่ต่างออกไปจากจักรยานเสือหมอบแน่นอน เพราะฉะนั้นหากต้องการเซ็ทรถแล้วไซร้ สิ่งที่ทำเป็นอันดับแรกคือเซ็ทให้เราปั่นสบายก่อนครับ ไม่ว่าจะเป็นช่วงขา ช่วงตัว หรือช่วงเท้าแขน ทุกอย่างต้องสบายที่สุดเพราะในตอนแข่งเราจะจับอยู่ที่ไตรบาร์ หรือ แอโร่บาร์ เพื่อทำความเร็ว เพราะฉะนั้นร่างกายต้องสบายที่สุด จึงจะสามารถออกแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

ส่วนในเรื่องความเร็วนั้นค่อยๆพัฒนาในตอนท้ายได้ครับ หลักการง่ายๆก็เหมือนเราปั่นจักรยานแรกๆนั่นแหล่ะครับ ตอนปั่นแรกๆอาจจะต้องคุมรอบขา คุมหัวใจ ค่อยๆเก็บระยะ Endurance ไป เมื่อร่างกายมีความอดทนแล้ว Endurance เราค่อยๆเซ็ทเพซความเร็วขึ้นทีหลังได้ ซึ่งอันนี้จะได้ผลมากกว่าตำนึงแต่ความเร็ว ความมุดในช่วงแรกครับ

ขอให้นักปั่นทุกท่านปั่นให้สนุก แข่งขันให้สนุก และปลอดภัย  ทาง Cycling Hub ส่งใจเป็นแรงเชียร์ให้ครับ

FLK

Tag :: FLKTime Trial
February 26, 2019 cyclinghub 0 Comment