นักปั่นเอเชีย ที่ประสบความสำเร็จสุงสุดในการแข่งจักรยาน คงมีเพียงกลุ่มนักปั่นคาซัคสถาน ที่แม้จะเป็นประเทศที่อยู่ในเอเชีย แต่พวกเขามีโครงสร้างร่างกายแบบยุโรปมากกว่า แถมไปแข่งในยุโรปเป็นหลักเสียด้วย นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นนักปั่นตะวันออกกลาง นักปั่นจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ยังไม่มีใครที่ก้าวขึ้นมาเป็นนักปั่นถึงระดับตัวสำคัญของทีม และสามารถคว้าชัยชนะใหญ่ๆได้เลย จนทำให้เส้นทางของนักแข่งเอเชียในวงการจักรยานอาชีพนั้นช่างเลือนลางเสียเหลือเกิน ทว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้ว โลกได้ให้ความสนใจไปที่หนุ่มน้อยหน้าตาสุดจะเป็นเอเชีย ลูกครึ่งเกาหลี-ออสเตรเลีย ที่รูปลักษณ์ภายนอก ดูเป็นชาวเอเชียมากกว่ายุโรป ด้วยส่วนสุงเพียง 165 ซม. สีผิวเข้ม  เส้นผมและสีดวงตา ทั้งหมดนี้ ทำให้ไม่มีใครคิดว่าเขาจะไปได้ไกลมากนัก แต่แล้ว ด้วยหลายๆอย่างผสมผสานกัน ที่สำคัญนอกจากกายภาพภายในที่มาจากเลือดแห่งคอเคซอยที่เขามีในกายจากบิดาออสซี่ เหนือสิ่งอื่นใดคือ การเดินทางไปบนเส้นทางของนักปั่นอย่างเป็นลำดับขั้นตอน

Palio del Recioto 2013 – Dilettanti – 02/03/2013 – Caleb Ewan (Australia) – foto Gianfranco Soncini/BettiniPhoto©2013

นับตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เขาเริ่มต้นแข่งจักรยานอย่างจริงจัง ด้วยแรงกระตุ้นจากพ่อของเขา ซึ่งชื่นชอบกีฬาชนิดนี้ระดับเข้าเส้น สนับสนุนให้ลูกชายของเขาออกมาใช้ชีวิตกลางแจ้งแบบชาวออสเตรีเลีย แทนที่จะอยู่กับการ์ตูนและเทคโนโลยี ตามแบบฉบับของเด็กลูกครึ่ง หรือเชื้อสายเอเชียที่อยู่ย่านนั้น แม้ ยวน จะไม่สามารถหาทักษะทางด้านกีฬาอื่นเพื่อเล่นกับเพื่อนๆของเขาได้ ด้วยร่างกายที่เล็กกว่าฝรั่งมาก แต่บนจักรยาน เขาดุคล่องแคล่วและมีแววจะไปได้ไกล นานนับปี ที่เขาค่อยๆสะสมความสามารถอย่างช้าๆ โดยเริ่มต้นเข้าโครงการฝึกอย่างเป็นขั้นตอนตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี ไม่เน้นไปที่ชัยชนะ แต่เน้นเพื่อการสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม ทีละเล็กละน้อย ในที่สุด เขาก็แสดงฟอร์มสม่ำเสมอ คว้าแชมป์ระดับเยาวชนะออสเตรเลียได้เมื่ออายุเพียง 16 ปี (อยู่ ม.4) ต่อมาในวัยเพียง 17 ปี เขาติดทีมชาติออสเตรเลียชุดเยาวชนเข้าทำการแข่งขันจักรยานลู่ชิงแชมป์โลก แถมยังครองตำแหน่งแชมป์ประเภทลุ่ของออสเตรเลียอีกหลายต่อหลายรายการ และเมื่ออายุ 18 ปี เขาก็ได้เข้าร่วมการแข่งโปรทัวร์หลายๆรายการ พร้อมครองตำแหน่งแชมป์ไทม์ไทรอัลออสเตรเลียในรุ่นเยาวชน ในยุโปรเขาสามารถคส้าชัยชนะการแข่งโปรทัวร์มาได้หลายรายการ และในปีนั้นเอง ที่เขาได้รองแชมป์โลก เสือหมอบเยาวชนชาย

Calen Ewan wins stage five of the 2015 Tour of Spain

ความมุ่งมั่นเข้าตาจนถูกดึงเข้าไปอยู่ในทีมพัฒนาของโปรทีมใหญ่ เจย์โก้-เอไอเอส อคาเดมี่ทีม ในปี 2013 ด้วยวัยเพียง 19 ปีเท่านั้น และปีต่อมาเขาก็ได้สัญญาปั่นอาชีพร่วมกับทีม โอริก้า-กรีนเอจ ซึ่งตั้งแต่ 2014 ถึง 2018 ที่เขาอยู่กับ กรีนเอจฯ เขาทำผลงานได้อย่างสุดยอด และกลายเป็นดาวรุ่งที่ถูกจับตามอง

 

เขาเข้าสู่จุดพีคแรกของชีวิตเมื่อสามารถคว้าแชมป์แกรนด์ทัวร์แรกมาได้เมื่อปี 2015 กับชัยชนะเสตจของรายการ เวลต้า เอ เอสปานญ่า (ทัวร์ออฟสเปน) จากนั้นในปี 2017 ก็ยังสามารถคว้าเสตจ จิโร่ ดิตาเลีย ไปได้อีก นั่นทำให้โปรทีมใหญ่ๆจับตามองเขาอย่างจดจ่อ เมื่อเขาสิ้นสุดสัญญากับทีม มิเคลตัน-สก็อตส์ (โอริก้า-กรีนเอจ เดิม) จึงมีหลายต่อหลายทีมต้องการตัวเขาไปร่วมด้วย และ ยวน เอง ก็ตัดสินใจครั้งใหญ่ จากทีมบ้านเกิด ทีมที่เขาเริ่มต้นชีวิตโปรจักรยานขึ้นมา ทีมที่เรียกได้ว่าเป็นทีมแห่งการพัฒนาจักรยานออสเตรเลียก็ว่าได้นั่นแหละ เขาเดินจากทีมที่เรียนรู้การปั่นกับทีมงานนี้มาเกือบสิบปี ด้วยเหตุผลสำคัญคือ ทีมเปลี่ยนเป้าหมายของทีมจากการเป็นทีมสปรินท์เก็บเสตจ ไปสู่การเป็นทีมมุ่งเน้นคว้าอันดับเวลารวม ทำให้โอกาสของ ยวน ถูกมองเป็นเป้าหมายรองเท่านั้น โดยเฉพาะกับ ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ที่ทีมจัดนักแข่งเพื่อรับมือการแข่งหนักหน่วง การไต่เขา และทำเวลารวมของตัวสำคัญของทีมให้ได้ดีที่สุดมากกว่าการวางตัวนักปั่นมาเพื่อเก็บเสตจ และสำหรับสปรินท์เตอร์ มันจึงแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่เขาจะคว้าชัยชนะมาได้หากไม่มีคนคอยช่วยในช่วงท้าย

 

การเข้ามาทาบทางของ ล็อตโต-ซูดาล ทำให้ คาเล็บ ยวน ตัดสินใจไปร่วมกับทีมใหญ่สัญชาติเบลเยียมทีมนี้ เพราะเขาเล็งเห็นว่า ทีมมีเป้าหมายสำคัญที่ร่ายการคลาสสิควันเดียว และการคว้าเสตจของแกรนด์ทัวร์ พร้อมทั้งยังมีนักปั่นที่เป็นผู้ช่วยระดับโลกรอคอยโอบอุ้มพาเขาไปวางหน้าเส้นอยู่ด้วย และนี่ น่าจะเป็นการก้าวต่อไปยังเป้าหมายใหม่ที่รอคอยเขาอยู่ จากทีมบ้านเกิด แวดล้อมไปด้วยเพื่อนๆ ไปสู่ความท้าทายใหม่ในทีมต่างแดน ถือเป็นบททดสอบสำคัญของ ยวน แต่ในที่สุด เขาก็แสดงให้เห็นว่า ทีมไม่ได้คิดผิด เมื่อเขาสามารถคว้าเสตจ จิโร่ ดิตาเลีย ปีนี้มาได้ ซึ่งถือเป็นการอุ่นเครื่องเท่านั้น ในเวลาต่อมา เขายังมี ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ รอคอยอยู่ และแน่นอนว่า ทั้งทีม สื่อมวลชน และแฟนๆ ก็รอคอยดูว่า เขาจะขึ้นมาอยู่ในระดับ”เวิลด์” ได้อย่างเต็มตัวหรือไม่ แต่ใน 10 เสตจแรก มีเพียงคำว่าเก้อ เท่านั้นที่เราเห็น เพราะ จรวดจิ๋ว ยังยิงไปไม่ถึงเป้าฝัน แต่แล้ว ในที่สุด เมื่อวานนี้ เขาก็ปลอดล็อคตัวเองได้อย่างสวยงาม จากนี้ไป คือการเดินหน้าสะสมความสำเร็จในฐานะสปรินท์เตอร์ระดับโลกอย่างเต็มตัวของหนุ่มูกครึ่งเกาหลี-ออสซี่ผู้นี้

แม้ว่า สภานการณ์รอบๆตัวของยุคนี้จะแตกต่างไปจากสมัยก่อน จากวันเวลาที่มีสปรินท์เตอร์สุดเร็วเพียง 3-4 คนในแต่ละรายการ แต่ละยุคสมัย ขับเคี่ยวกันอยู่อย่างนั้น ในเวลานี้ ทุกๆรายการแข่ง ทุกๆทีม ก็มีสปรินท์เตอร์กันทั้งนั้น และยังเร็วสุดขีดกันแทบทุกคน ทำให้ในการแข่งขัน ยากจะเดาออกว่าใครคือผู้ที่เร็วที่สุดหน้าเส้นชัย แต่นั่นไม่ได้ทำให้ คาเล็บ ยวน หมดความมั่นใจ การซ้อมหนัก วินัย และการทุ่มเท เพื่อเพิ่มความสามารถให้ครบรอบด้าน จะกลายเป็นหนึ่งก้าวสำคัญที่เขาจะเติบโตต่อไป และจับตามองอนาคตของเขากันว่า จรวดจิ๋ว จะไปได้ไกลถึงไหน

Tag :: protourRidley
July 18, 2019 cyclinghub 0 Comment