หมวกกันน็อค อุปกรณ์สุดสำคัญของการปั่นจักรยานที่มีบทบาทมากที่สุดที่นักปั่นสักคนจะต้องมีหากจะเริ่มปั่นจักรยานมากกว่าแค่การปั่นไปซื้อโอเลี้ยงที่ปากซอย เพราะบ้านเรายังไม่มีกฏหมาย”บังคับ”ให้ผู้ขี่จักรยานต้องสวมหมวกกันน็อคทุกครั้งแบบในหลายๆประเทศ แต่สำหรับคนปั่นที่ขี่จักรยานออกกำลังกายในยุคนี้ รับรองว่า คงไม่มีใครอยากจะปั่นจักรยานโดยไม่ใส่หมวกกันน็อคอย่างแน่นอน นั่นก็เพราะหน้าที่สำคัญที่สุดของหมวกกันน็อคที่มอบให้กับพวกเราก็คือ การปกป้อง”หัว” อันมีค่าของเราเอาไว้ หากเกิดอุบัติเหตุนั่นเอง อย่างไรก็ตาม นับแต่อดีตจนถึงปุจจับัน หมวกกันน็อคมีความเปลี่ยนแปลงไปมากมาย แม้ว่าเป้าหมายยังคงมุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัย แต่จากการศึกษาและความต้องการทางการตลาด ทำให้นักออกแบบหมวกกันน็อคต้องพัฒนาหมวกให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งนี่คือ 3 สิ่งที่หมวกกันน็อคสมัยใหม่ มีโดยที่บรรพบุรุษของพวกมันอาจด้อยกว่าอย่างทันที

ใหม่ ฟังเนื้อหาในรูปแบบ podcast

การป้องกันแรงกระแทกแบบหมุน

เดิมทีเราเชื่อกันว่า อาการบาดเจ็บของสมองเมื่อเกิดอุบัติเหตุเกิดมาจาก สมองที่วิ่งไปชนกับผนังกะโหลกศรีษะภายใน เหมือนกับ เจลลี่ที่ลอยอยู่ในกะลาที่โดนเขย่า จนเกิดความเสียหาย ทว่าการวิจัยที่ค้นคว้ามาตั้งแต่ช่วงปี 2003 เป็นต้นมา พบว่า การบาดเจ็บในลักษณะดังกล่าวแทบไม่เกิดขึ้นจริง ในทางกลับกัน พวกเขาพบว่า การบาดเจ็บที่แท้จริงเกิดจากการที่สมองอันลอยเป็นอิสระอยู่ภายในกะโหลกศรีษะ เกิดการบาดเจ็บจากการถูก”หมุน” อย่างรวดเร็วมากกว่า เนื่องาก การลอยอยู่นั้น ยังมีเนื้อเยื่อที่ทำการเชื่อโยมสมองกับโครงสร้างภายในอยู่ด้วย ดังนั้น เมื่อเราเกิดอุบัติเหตุล้มลงไป จนศรีษะกระแทกพื้น แรงกระแทกนั้นจะส่งผลให้เกิดการหมุนที่กะโหลกศรีษะอย่างรวดเร็วฝนส่วนพันของวินาที ในขณะที่สมองยังคงอยู่นิ่ง แรงเฉือนที่เกิดจากการหมุนที่ไม่พร้อมกันนี้เอง ก่อให้เกิดการบาดเจ็บที่เนื้อเยื่อ และอาการตกเลือดภายในได้มากกว่า ดังนั้น หมวกในยุคหลังๆ เน้นการออกแบบเพื่อให้โครงสร้างของหมวกรับแรงกระแทกและสลายแรงออกไปด้วยการกระจายแรงไปยังโครงสร้างส่วนต่างๆ ลดแรงหมุนที่เกิดขึ้นอย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะโครงสร้างแบบ MIPS ที่ลดแรงมุมเฉียงได้มากกว่าเดิม ดังนั้นหมวกกันน็อคในยุคหลังๆจึงมีการออกแบบการรับแรงที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งแบบไม่มี และมี MIPS ภายใน เพื่อทำหน้าที่รับมือกับแรงกระทำที่แตกต่างจากเดิมนั่นเอง

รูระบายอากาศที่จำนวนไม่สำคัญอีกต่อไป

เมื่อก่อนเราเชื่อว่า หมวกที่มีรูระบายอากาศมากๆ จะเย็นกว่าหมวกที่มีรูน้อยกว่า รูที่ใหญ่กว่าจะรับลมได้ดีกว่าหมกที่มีรุเล็กๆ ดังนั้น หมวกแอโร่ฯที่มีรูน้อยๆจึงไม่ค่อยเย็น เมื่อเทียบกับหมวกแบบปกติที่มีรูพรุนเต็มไปหมด ทว่าการศึกษาใหม่พบว่า จำนวนและขนาดของรู มีผลต่อการระบายอากาศน้อยกว่าความสามารถของช่องทางการไหลของอากาศภายในหมวก กล่าวคือ รุที่มากมายแต่ไม่ได้อยู่ในองศาและตำแหน่งที่เหมาะสม เทียบไม่ได้เลยกับรูที่ถูกวางมาอย่างเหมาะสม กับช่องทางเดินลมภายในที่ยอดเยี่ยม เราจึงเห็นหมวกสมัยใหม่ มีรูระบายอากาศน้อยลง แต่มีช่องทางเดินลมภายในลึกขึ้น มีรูระบายออกทางด้านหลังที่มากขึ้นแทนที่ ซึ่งมันช่วยให้นักออกแบบสามารถสร้างหมวกที่มีความแอโร่ฯได้ในขณะที่ระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยหมวกแต่ละรุ่นต่างก็วางตำแหน่งของรูรับลมให้เหมาะสมที่สุดกับองศาของศรีษะเวลาปั่นจักรยาน ในขณะที่บริเวณอื่นๆสามารถปิดเรียบให้อากาศไหลผ่านไปได้ เมื่ออากาศไหลผ่านเข้าไปในช่องทางเดินลมภายใน ที่โล่งและลึก ก็สามารถระบายความร้อนออกไปทางด้านหลังหมวกได้รวดเร็วขึ้น

พวกเขาไม่สามารถโฆษณาว่าหมวกปลอดภัยกว่าเดิม

แม้ว่าหมวกใหม่ๆจะเน้นไปที่การออกแบบให้ปลอดภัยมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม แต่คุณสังเกตุหรือไม่ว่า ไม่มีหมวกใบไหนที่ชุจุดขายว่ามันปลอดภัยกว่าเดิม นั่นก็เพราะกฏหมายของสหรัฐอเมริกาและหลายๆประเทศ อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยไม่สามารถโฆษณาชวนเชื่อสรรพคุณความปลอดภัยได้โดยตรง คล้ายๆกับการโฆษณาสรรพคุณของยานั่นแหละครับ ดังนั้น พวกเขาจึงต้องสรรหาฟีเจอร์อื่นๆมาเป็นจุดขายมากขึ้นเช่น แอโร่ฯกว่าเดิม ขี่แล้วเร็วขึ้น เบากว่าเดิม หรือ  ทั้งเบาและแอโร่ฯ นั่นเอง รวมถึง การใส่เอาความสามารถล้ำๆเช่นการครวจสอบแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากนั้นหมวกจะทำการส่งข้อความไปบอกยังหมายเลขฉุกเฉินได้อย่างอัตโนมัติ เราจึงเห็นเพียงการขาย”สรรพคุณ” ของหมวกแทนที่จะขายความปลอดภัยเลย และนั่นเองที่ทำให้ตลาดผู้บริโภค ถูกชักจูงให้มองไปยังจุดขายต่างๆของหมวกก่อนความปลอดภัยไปด้วย เพราะนักปั่นแต่ละท่านเลือกหมวกกันน็อคโดยพิจารณาจุดเด่น ฟีเจอร์ต่างๆ และความสวยงามตามสมัยนิยม โดยที่ไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าหมวกของคุณ ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยแบบใดมา บางครั้ง หมวกใบละเกือบหมื่นบาท ก็มีความปลอดภัยพอๆกับหมวกใบละสองพัน แต่มีจุดเด่นอื่นๆอีกเพียบที่ใส่เข้าไว้โน้มน้าวความคันของเรา ที่สำคัญ หมวกสวยๆตามกระแส มันเย้ายวนใจถึงขั้นยอมมองหาของปลอมมาใส่แทนที่หมวกดีๆในราคาพอๆกันเสียด้วยซ้ำ

 

January 22, 2020 cyclinghub 0 Comment