จากเฟือง 9 มาสู่ 10 และ 11 จนถึง 12 ที่หลายๆ คนก็บอกว่าจะมีไปทำไม จะทำไปทำไมในเมื่อที่มีมันก็เกินกว่าที่จะใช้งานอยู่แล้ว เฟรมจักรยาน จะพัฒนากันไปทำไมอีก ในเมื่อที่ใช้อยู่ก็เบา ซิ่ง แข็ง พุ่งจนใช้แข่งได้สบายๆ กันอยู่แล้ว สงสัยจะเป็นเพราะ แบรนด์จักรยาน แบรนด์อะไหล่ ต้องการขายของจึงต้องออกของใหม่มาเรื่อยๆ ให้อยากได้ เดี๋ยวจะไม่ได้เงิน เป็นกลยุทธ์การตลาดของดลกทุนนิยม

การคิดแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติที่ได้ยินกันเรื่อยๆ เวลามีสินค้าอะไรออกมาใหม่ๆ บนเรื่องราวเส้นทางของจักรยาน วันนี้ก็เลยมาขอไขข้อสงสัยกันครับว่า ทำไมกันนะ จักรยานจึงยังจะต้อง “ไปต่อ” จนคุณรู้สึกว่ามันเกินความจำเป้น

 

เกียร์ที่มีไม่เคยเพียงพอ

อันนี้ถ้าคุณปั่นทางราบ ปั่นออกกำลังกายบนเทรนเนอร์ คุณอาจต้องการเฟืองเพียง 4-5 เฟือง จานหน้าจานเดียวอาจเพียงพอก็ได้ แต่สำหรับเส้นทางจักรยานในโลกนี้ ที่ยังมีถนน มีภูเขา มีทางอีกมากมายที่ยังไปได้ หลายๆที่ชันมาก ขึ้นและลงอย่างรวดเร็ว ทางเลี้ยวไปมาอย่างยากลำบาก ทั้งหมดต้องการการเกียร์ที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นการเพิ่มจำนวนเฟือง จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาเกียร์ เพราะเกียร์ที่ทดแรงได้มากขึ้น การไล่เฟืองที่ต่อเนื่องมากขึ้น ช่วยให้เราสามารถปั่นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น ว่าก็ว่าเถอะครับเรื่องแบบนี้ เวลามีไม่พอแล้วร้องขอจะใช้มันยากจะหาได้ทัน ดังนั้น พวกเขาจึงต้องพัฒนาเฟืองและเกียร์ต่อไปให้มากขึ้นอย่างแน่นอน

 

ทำไมเกียร์ต้องไฟฟ้าทำไมต้องไร้สาย

เกียร์ไฟฟ้ากลายเป็นเรื่องที่หลายๆ คนมองว่า “ไร้สาระ” เมื่อแรกๆ ที่มันออกมาราวๆ สิบปีก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไปร้อยละ 99.99 ของการแข่งขันจักรยาน พวกเขาเลือกใช้เกียร์ไฟฟ้ามากกว่าเกียร์สายปกติ นั่นก็เพราะ การใช้เกียร์ที่ซับซ้อนรวดเร็วในการปั่นทางเนินเขาชันขึ้นลง หรือทางโค้งลัดเลาะไปบนถนนของยุโรปเมืองเล็กๆ ต้องการระบบการเปลี่ยนเกียร์ที่แน่นอนตลอดการใช้งาน ไม่มีเรื่องของสายเกียร์ยืดมาเกี่ยวข้อง ดังนั้นระบบไฟฟ้าที่แน่นอนกว่า จึงเข้ามาแทนที่ในเวลาอันสั้น เพียง 10 ปีเท่านั้น เกียร์ไฟฟ้าก็เริ่มเป็นทางออกที่คุ้มค่าโดยเฉพาะในตลาดมือสองแล้ว ส่วนเรื่องของระบบสายนั้น เป็นสิ่งที่ท้าทายการพัฒนามากในเวลานี้ เพราะเฟรมและระบบจักรยานจะประกอบ รวมถึงออกแบบได้ง่ายขึ้นมากหากไม่มี หรือ ลดสายต่างๆ ให้น้อยที่สุด ดังนั้น เกียร์ไฟฟ้าที่ไม่ต้องเดินสาย จึงเป็นอนาคตที่ดีกว่า และมันคือการดูแลรักษาที่เรียบง่ายในระยะยาวอีกด้วย

 

องศาเฟรมที่สมบูรณ์แล้วแต่ยังต้องพัฒนาอีก

องศาของเฟรมจักรยานนั้นเป็นเรื่องลี้ลับคล้ายมนต์ดำที่ยากจะเข้าใจ แต่เป็นเวลาหลายทศวรรษที่องศาการออกแบบเฟรมแทบไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย ทว่าในช่วง 10-15 ปีให้หลังมานี้ แบรนด์ต่างๆ ขยับเปลี่ยนองศาของเฟรมอย่างช้าๆ ทีละนิดละหน่อย จนองศาของจักรยานใหม่ๆ ในเวลานี้ แตกต่างจากเมื่อก่อนมาก นั่นก็เพราะความต้องการออกแบบจักรยานให้ใช้งานได้หลากหลาย เหมาะกับคนได้มากกว่าเดิม จักรยานไม่ใช่เครื่องมือแข่งขันทำความเร็วของคนบ้ารถถีบเท่านั้น แต่มันคือ เครื่องมือในการออกไปออกกำลัง สร้างสุขภาพที่ดีกับวิถีชีวิตที่แอ็คทีฟด้วย กลุ่มคนที่แตกต่างนี้นี่เองที่ทำให้การออกแบบเฟรมต้องคำนึงถึงมากขึ้น และเฟรมที่เปลี่ยนไปจากการเปลี่ยนของระบบเกียร์และเบรค ก็สามารถเปิดไปสู่การออกแบบที่มีอิสระมากขึ้นด้วนเช่นกัน ดังนั้น เฟรมที่จะมาในอนาคตจะยังไม่หยุดนิ่งอย่างแน่นอน

October 9, 2019 cyclinghub 0 Comment