รายการแข่งจักรยานต่างๆมักจะนิยมมอบเสื้ออันเป็นสัญลักษณ์ของผู้ชนะให้กับแชมป์ของรายการนั้นๆ ดังเช่นที่”เจ้าฟี่” เพิ่งคว้าแชมป์ Asian Jumior Road Championship มาครองหมาดๆ ซึ่งเจ้าฟี่ก็มีสิทธิที่จะสวมเสื้อตัวนี้ในการปั่นแข่งขันได้อย่างสมศักดิ์ศรี และเป็นดั่งเกียรติยศของเขาว่า ณ เวลานี้ เขาคือผู้ครองตำแหน่ง”แชมป์” อังทรงเกียรติ แต่ในระเบียบของ UCI ที่ควบคุมการแข่งขันจักรยานสาสกล ก็ได้ระบุข้อบังคับในการสวมเสื้อตัวนี้เอาไว้อย่างละเอียด ซึ่งในวันนี้ เราจะขอนำเอาขอควรรู้มาบอกเล่ากันสักนิด เฉลิมฉลองการได้ครองตำแหน่งแชมป์เอเชียของเด็กไทย

 

จะสวมได้เมื่อไหร่บ้าง?

ข้อนี้เป็นข้อบังคับที่สำคัญที่สุด เพราะในการแข่งจักรยาน แบ่งประเภท ชนิด รุ่น ออกแตกต่างกันมากมาย แชมป์ในแต่ละแบบที่ได้รับเสื้อ ก็จะมีสิทธิสวมใส่เสื้อในเฉพาะเวลาทำการแข่งขันในรายการเฉพาะนั้นๆเท่านั้น โดยเรียงลำดับการให้ความสำคัญในการพิจารณาดังนี้

-ชนิดของจักรยาน

ในประเภทของจักรยานต่างๆที่ UCI ดูแลแบ่งออกเป็นชนิดต่างๆมากมาย แต่เพื่อความเข้าใจง่ายๆ ก็คือ การดุว่ารายการนั้นๆเป็นเสือหมอบ รถลู่ เสือภูเขา ไซโคลครอส หรืออื่นๆ ผู้ที่เป็นแชมป์จะต้องสวมใส่เฉพาะในรายการชนิดที่ตนชนะเท่านั้น ถ้าชนะแชมป์ในชนิดเสือหมอบมา ก็ไม่สามารถใส่ได้ในการแข่งรถลู่ หรือ เสือภูเขานั่นเอง

-รูปแบบการแข่งขัน

ในแต่ละประเภทจักรยาน ก็มีรูปแบบการแข่งขันที่แตกต่างกัน นับเฉพาะเสือหมอบเองก็มีการแข่งขันถนน (Road Race) และ จับเวลา (Time Trial) สิทธิในการสวมเสื้อจะต้องอยู่ในรูปแบบการแข่งขันนั้นๆ ดังนั้น เจ้าฟี่ก็สวมเสื้อแชมป์เอเชียได้เฉพาะในการแข่ง Road Race เพียงอย่างเดียว จะไปสวมเสื้อแชมป์เอเชียลงแข่งไทม์ไทรอัลไม่ได้อย่างเด็ดขาด

-รุ่นของการแข่งขันของตน

ในการแข่งขันก็ยังคงแบ่งออกเป็นรุ่นต่างๆอีก ทั้ง Junior, U23, Elite และ Master ดังนั้น แน่นอนว่าเสื้อสัญลักษณ์ของแชมป์ จะสามารถสวมได้ในรุ่นของตนเองที่ได้รับรางวัลมาเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นเจ้าฟี่อีกนั่นแหละ หากจะสวมเสื้อตัวนี้ ก็จะมีสิทธิสวมใส่ได้เฉพาะในการแข่งรุ่น Junior เท่านั้น ไปลงแข่งรุ่น U23 หรือ Elite (บ้านเราเรียกรุ่นโอเพ่น) ไม่ได้ แม้ว่าในรายการนั้นจะไม่มีแชมป์รางวัลดังกล่าวของรุ่นนั้นมาลง แต่ก็ถือว่าไม่มีสิทธิใส่เสื้อแชมป์ที่ได้รับมา

สรุปได้ว่า เจ้าฟี่ของเรา จะมีสิทธิสวมเสื้อแสดงสัญลักษณ์ของแชมป์เอเชียได้เฉพาะในการแข่ง เสือหมอบ รุ่น Junior ประเภท Road Race เพียงอย่างเดียว ห้ามไปใส่เสื้อตัวนี้ ในกรณีอื่นๆอย่างเด็ดขาด

 

มีสิทธิสวมใส่ได้นานเท่าไหร่?

ข้อนี้ก็เป็นอีกข้อที่ต้องอัพเดทกันให้ดี เพราะสิทธิในการสวมจะมีอยู่จนกระทั่ง เกิดการแข่งขันที่ชิงตำแหน่งนั้นๆในครั้งต่อไป ดังนั้นหากมีการแข่งชิงแชมป์เอเชียที่มีรุ่น Junior ในครั้งต่อไปก็ถือว่า สิทธิของแชมป์เอเชียของเราในเสื้อตัวนี้ ก็จะถูกยกเลิกไปในวันนั้น เพราะเมื่อเริ่มการแข่งในครั้งนั้นๆก็ถือว่าเป้นเวทีให้ชิงเกียรติยศนี้กันใหม่นั่นเอง

และความซับซ้อนในรุ่นที่มีอายุจำกัดอยู่ก็ยังคงอยู่ที่อายุของนักปั่นด้วย เพราะถ้านักปั่นคว้าแชมป์ U23 มาได้ในปีสุดท้ายของอายุนั้นๆและดันอายุข้ามไปจนต้องขึ้นไปลงรุ่นโอเพ่น(Elite) ก็แปลว่าไม่สามารถสวมเสื้อตัวนี้ได้อีกต่อไป จริงๆก็เข้าใจได้ไม่ยากเลยครับ เพราะมันก็จะเข้าไปที่สิทธิบังคับพื้นฐานด้านบนที่อธิบายเอาไว้

 

สิทธิในการใส่ชื่อสปอนเซอร์

แน่นอนว่า UCI เล็งเห็นความสำคัญของผู้สนับสนุนต้นสังกัดของนักกีฬาในการแข่งขัน ดังนั้นพวกเขาจึงเปิดโอกาสให้มีผู้สนับสนุนอยู่บนเสื้อได้โดยที่กำหนดทั้งตำแหน่งและขนาดของตราผู้สนับสนุนต่างๆเอาไว้ชัดเจน เรียกว่ามีกรอบการใส่มาให้ ไม่ให้นำเอาเสื้อสัญลักษณ์แชมป์ไปปู้ยี่ปู้ยำจนเละเทะไปหมด ดังนั้นหากต้นสังกัดหรือผู้สนับสนุนของเจ้าฟี่ต้องการจะทำเสื้อให้น้องใส่ในการแข่งขันรายการต่างๆ ก็ต้องไปเปิดดูระเบียบข้อบังคับขนาดและตำแหน่งของเสื้อมาก่อน และจัดวางผู้สนับสนุนให้อยู่ในระเบียบนั้นๆจึงจะทำได้

นอกจากนั้นในการระบุแบบชุแชมป์ ก็ยังบังคับมาด้วยว่า กางเกงต้องทำออกมาเป็นสีขาว/สีดำ/สีดำขอบขาว เท่านั้น จะไปทำกางเกงสีอื่นๆมาไม่ได้ แม้ว่าชุดแข่งของทีมหรือต้นสังกัดจะเป็นกางเกงสีอื่น และกำหนดมาชัดเจนเลยว่า โลโก้ของผู้สนับสนุนเสื้อผ้า จะต้องอยู่ที่ขากางเกงด้านหน้าเท่านั้น (แถมยังมีกรอบขนาดพื้นที่มาให้ด้วยว่าห้ามเกินเท่าไหร่)

 

สิทธิในการนำลายแชมป์ไปใช้บนอุปกรณ์ต่างๆ

เราคงคุ้นตากับลาย”เรนโบว์” ที่อยู่บนรถหรืออุปกรณ์อื่นๆของแชมป์ดลก และแน่นอนว่าแชมป์ทวีปก็มีสิทธินี้เช่นกัน โดยที่อุปกรณ์นั้นๆจะต้องทำมาเพื่อให้นักกีฬาใช้ลงแข่งเพียงอย่างเดียว ห้ามนำไปผลิตขายเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า หากต้องการนำลายต่างๆไปใช้ผลิตขาย แน่นอนว่าต้องทำการชำระเงินกับเจ้าของสิทธิให้เรียบร้อยเสียก่อน ซึ่งเจ้าของสิทธิลายสัญลักษณ์ั้นๆก็เป็น UCI หรือ องค์กรจักรยานระดับทวีปที่ทำการดูแลกรรมสิทธิต่างๆ ดังนั้นเราจะเห็นว่า แม้แต่ในระดับแชมป์ดลกเอง ก็ไม่ได้สิทธิในการทำสินค้าลายแชมป์ดลกมาขายกันได้ดื้อๆ อุปกรณ์ที่คุณเห็นว่ามีลวดลายเฉพาะเหล่านี้ จะมีราคาสุงกว่าเดิม เพราะส่วนหนึ่งจะมีค่าลิขสิทธิ์ของลายนั้นๆที่ต้องจ่ายอยู่ด้วย

 

การรับรองและตรวจสอบ

แน่นอนว่านักแข่งจะต้องตรวจเสื้อที่ใช้ลงแข่งโดยผู้ตัดสิน ซึ่งก็จะทำการตรวจสอบทั้งสิทธิ รูปแบบ และระเบียบต่างๆให้ถูกต้อง ไม่เพียงเฉพาะลายแชมป์ต่างๆเท่านั้น ดังนั้น เมื่อจะผลิตเสื้อสัญลักษณ์ของแชมป์มาสวมใส่ จึงควรตรวจสอบให้ตรงกับระเบียบต่างๆของ UCI  เสียก่อน เพราะหากไปจนถึงหน้างานแข่งแล้วเสื้อผิดระเบียบบังคับ ผู้ตัดสินก็มีสิทธิไม่อนุญาติให้เจ้าฟี่ลงแข่งได้ (ถ้าไม่มีเสื้อมาเปลี่ยนให้ถูกระเบียบ) นอกจากนั้น สมาคมกีฬาจักรยานของประเทศก็ยังสามารถมีหน้าที่พิจารณาว่าเสื้อตัวนั้นถูกต้องเหมาะสมตามข้อบังคับของ UCI ได้ด้วย

เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดพอสมควร เพราะไม่เพียงแค่ขนาดและตำแหน่งเท่านั้น แม้แต่ ตัวสีของลวดลายที่นำไปพิมพ์ลงบนเสื้อ ก็จะต้องถูกต้องตามที่ UCI กำหนด จะเพี้ยนแดง ผิดเหลือง ไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยและเหมาะสม หากไม่ใช่ผู้ผลิตที่เชี่ยวชาญในกระบวนการนี้ ก็ควรทำงานร่วมกับฝ่ายเทคนิคที่สามารถควบคุมให้เสื้อออกมาถูกต้องตามระเบียบ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในสิทธิ และสามารถลงแข่งได้ของตัวนักกีฬาเอง

 

เสริมปิดท้ายนะครับว่า… รายการที่ลงแข่งในนาม”ทีมชาติ” จะต้องใส่เสื้อหรือชุดแข่งที่เป็นชุดทีมชาติเท่านั้น ไม่สามารถใส่เสื้อแชมป์แบบนี้ลงแข่งได้ ดังนั้นในคำแนะนำของวิทยากรจาก UCI  จึงแนะนำว่า หากจะลงแข่งในระดับนานาชาติ ยิ่งต้องตรวจสอบระเบียบให้ละเอียดเสียก่อน แต่ถ้าเป็นการลแข่งภายในประเทศ กับต้นสังกัดหลักของตนเอง นักกีฬามีสิทะิทำเสื้อลายแชมป์เอเชียใส่แข่งได้ เพียงแต่ต้องทำให้ถูกต้องตามระเบียบที่ยกตัวอย่างมาเล่าให้ฟังวันนี้นี่เอง

May 9, 2019 cyclinghub 0 Comment