หลังจากระยะเวลา 6-10 ปีที่ผ่านมา จักรยานถูกเปลี่ยนจากกิจกรรมของคนเฉพาะกลุ่มมาสู่ กระแสหลักของความนิยมในสังคม ดึงดูดให้คนมากมายหลากหลายรูปแบบเข้ามาสัมผัสกับจักรยานจนหลงใหลอยู่กับมันจนเดี๋ยวนี้ แต่ด้วยการเข้ามาอย่างพรั่งพรูนั้นเอง ที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างนักปั่นรุ่นเก่าๆที่ยึดถือแบบแผนของการปั่นยุคก่อน รวมถึงนิสัย การแต่งกาย และวัฒนธรรม กับนักปั่นยุคใหม่ๆ ที่เข้ามาจากกระแสสร้างสรรค์สังคม ซึ่งก็ไม่ได้ผิดนะครับ เพียงแต่มันคือการขับเคลื่อนไปของสังคม และจะสร้างให้เกิดวัฒนธรรมคนรถถีบใหม่ๆ ในยุคต่อไป

ทีนี้มาดูกันว่า อะไรบ้างที่หากคุณทำ คุณน่าจะมีความ “เก๋า” หรือเรียกแบบไม่เกรงใจกันว่า “โบราณ” อยู่ในตัวไม่มากก็น้อย.. อ๊ะๆ แซวกันเล่นนะครับ มันคือความ “อนุรักษณ์นิยม” นั่นแหละครับ มาดูกันเลยยยย

 

ถุงเท้าขาว/ดำ เท่านั้น

รู้มั้ยครับ ก่อนที่ถุงเท้าสวยๆ ลายงามๆ จะเข้ามาอยู่บนเรียวขาคนปั่นจักรยาน ย้อนกลับไปสิบปีก่อน สีของถุงเท้าปั่นมักเป็นดำหรือขาวเท่านั้น นักปั่นยุคเก๋าไม่นิยมถุงเท้ามีลายฉูดฉาด และถ้าเลือกได้คุณจะใส่ถุงเท้ายาวไม่เกิน 2-3 นิ้ว จากขอบรองเท้ามากกว่ายาวครึ่งแข้ง

คุณชอบเสื้อที่มีโลโก้ต่างๆ มากมาย

นักปั่นยุคสิบกว่าปีก่อน นิยมเสื้อปั่นที่มีโลกโก้มากๆ บนตัวเพราะมันดู “โปร” ดูมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าเสื้อลายเรียบ กราฟฟิคเก๋ๆ คูลๆ ที่ดูราวกับมือใหม่ที่ไปซื้อเสื้อมาจากร้านเมกะสโตร์ ยิ่งถ้าสีสันฉูดฉาดสุดๆ หลายสีเจ็บตาล่ะก็ยิ่งถูกใจ

บนจักรยานของคุณมียางสำรองใส่ไว้เสมอที่ใต้อาน

ไม่ว่าจะเป็นยางงัดในหรือยางฮาล์ฟไม่ว่าจะใส่ในกระเป๋าหรืดยัดไว้ใต้เบาะ แต่คุณออกไปปั่นไม่ได้ถ้าไม่มีมันที่ก้น และแน่นอน คุณเปลี่ยนมันเป็นอย่างไม่กังวล คุณไม่ไว้วางใจรถเซอร์วิสหรืออยากจะรอความช่วยเหลือจากพาหนะที่ตามมา

คุณรู้ว่าผูกเชือกรองเท้าอย่างไรมันจะไม่เข้าไปอยู่ในโซ่

ถ้าคุณรู้ว่าจะผูกปลายเชือกรองเท้า หรือร้อยมันอย่างไรมันจะไม่เข้าไปในโซ่แน่นอน คุณน่าจะเก๋าพอตัว เพราะสมัยก่อน ก่อนจะมีตีนตุ๊กแกและปุ่มหมุน นักปั่นต้องผูกเชือกรองเท้าให้”เป็น” มันต้องหลบไปอยู่ด้านนอกหรือมีการเก็บปลายเชือกและปมอย่างเรียบร้อย

คุณจะบีบยางหลังจากสูบลมเสร็จแล้ว

แม้ว่าบนสุบจะขึ้นค่า PSI ที่คุณต้องการแต่คุณก็จะบีบที่ยางเช็คความแข็งให้ชินมือเสมอ และสามารถบีบแล้วกะได้ว่า ตอนนี้ยางของคุณมีลมอยู่ภายใน 85 ปอนด์ ไม่ใช่ 90 ปอนด์ แม้ว่าอันที่จริงมันจะไม่เป๊ะตามนั้นก็ตาม

คุณทักและสามารถคุยกับนักปั่นได้ง่ายและนานเหมือนรู้จักกันมาก่อน

หากไปร้านจักรยานหรือร้านกาแฟแล้วเจอเพื่อนนักปั่นที่ไม่เคยเห็นหน้า คุณสามารถยืน/นั่งคุยกันได้เรื่อยๆ จนรู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปเกินชั่วโมงแล้ว และพร้อมที่จะกล่าวทักทายทุกคนที่ผ่านผ่านหรือสวนกันไปบนเส้นทางแบบไม่ตะขิดตะขวง

คุณเคยพูดว่า “9 เฟืองก็เกินพอแล้ว”

…และจะไม่พูดอะไรอีกเลยเมื่อมันจะขึ้นไป 12 เฟือง…เพราะคุณผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาอย่างยาวนานแล้ว ตั้งแต่ 6-7-8 เฟือง จนถึงยุคที่ 9 เฟืองข้ามไป 10 เฟืองซึ่งทุกคนเชื่ว่ามันทำให้โซ่บางจนเกินไปและไม่สามารถใช้งานแข่งขันได้แน่ๆ

คุณรู้จักชื่อ อังตี, ฮีโนต์, เมิรคซ์ และ อินดูแรน

ถ้ารู้ว่าพวกเค้าคือ 4 คนที่ชนะตูร์ เดอ ฟร็องซ์ได้มากที่สุดถึง 45 ครั้งล่ะก็คุณใช่ของจริง แต่ถ้าคุณบอกว่า แลนซ์ อาร์มสตรอง ชนะมากกว่า ทำได้ถึง 7 ครั้ง และปฏิเสธการยกเลิกแชมป์เพราะทุกคนก็โด๊ปกันหมด…แสดงว่าคุณแข่งและอินกับช่วงปี 2000 อย่างมาก!!

คุณขึ้นเขาโดยไม่มีหมวกกันน็อค

ถ้าคุณเคยปั่นขึ้นเขาโดยไม่ใส่หมวกกันน็อค หรือ เคยแม้แต่คิดที่จะถอดหมวกกันน็อคโยนเอาไว้แถวนั้น เพื่อลดน้ำหนักกับคลายร้อน  โดยไม่รู้สึกผิดและไม่แปลกตาเพราะเห็นจนชินจากบรรดาโปร แปลว่าคุณผ่านช่วงเวลาก่อนการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว

 

เป็นเรื่องเบาๆ เพลินใจในวันนี้นะครับ สำหรับบางท่านมันอาจจะไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป เพราะทุกคนล้วนไม่มีใครเหมือนกันไปเสียทั้งหมด รวมถึงรสนิยมและจารีตของแต่ละพื้นที่ก็เช่นกัน แต่เชื่อว่าหากใครมีคุณสมบัติครบทุกข้อ (เอาจริงๆขอแค่มากกว่าครึ่งก็พอ) เชื่อว่าคุณมีความเก๋าของนักเลงเสือหมอบอยู่ในใจไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน

Tag :: giro
October 8, 2019 cyclinghub 0 Comment