หลายคนปั่นจักรยานมาก็นานเป็นเดือนๆ เป็นปีๆแล้ว เริ่มรู้สึกว่า ปั่นอยู่อย่างไรก็ได้แค่อยู่อย่างนั้น ไม่เห็นจะพัฒนาไปได้เสียที เวลามีเท่าไหนก็ได้เพียงเท่านี้ จะให้ไปแรง ไปแซงใครเขา ดูเหมือนว่าชีวิตคงต้องพลีถวายให้กับจักรยานจนเสียการด้านอื่นไปจนหมด นั่นคือสิ่งที่ทุกคนย่อมต้องพบและเจออย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งถ้าคุณเป็นคนปั่นที่ชอบจะซิ่งให้ไวแต่ใจมันนำกายไปหลายนาที ความรู้สึกเจ็บใจย่อมเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย และแล้วในที่สุดก็ได้เวลา ใช้เงินแก้ปัญหา เราจะอัพอะไรดีนะ ให้รถเราแรงและพอจะไปแซงเพื่อนได้ ไม่ว่าจะเป็นล้อใหม่ ยางใหม่ ไปจน รถใหม่ ที่ต้องใช้กำลังทรัพย์ทุ่มลงไปเรือนหมื่น เรือนแสน ก็ไม่แน่ใจเลยว่า มันจะได้มาสักกี่วินาที เราขอแนะนำขั้นตอนการอัพที่รับรองว่าคุ้มสุดๆ คุณเริ่มต้นด้วยงบเพียง 1,500 บาท ก็หาได้ในท้องตลาด ไปจนหลายๆหมื่นก็มีให้เลือกใช้ และนี่คือการอัพเกรดที่สุดยอดที่สุดแล้วในจักรยานหนึ่งคัน เพราะมันไม่ใช่การอัพรถครับ มันคือ การหาอุปกรณ์มาอัพคนให้ได้ อ๊ะ… อย่าเพิ่งเลิกอ่านเพราะผิดประเด็นะนะครับ มาลองฟังความหมายและข้อเด่นที่คุณจะได้จากเทรนเนอร์ครับ

เนื้อๆ เน้นๆ

เทียบระยะเวลา 30 นาทีบนการออกไปปั่น กับ 30 นาทีที่ปั่นบนเทรนเนอร์ คุณอาจต้องตกใจเมื่อพบว่า 30 นาทีบนเทรนเนอร์คุณจะได้สาระสำคัญของการปั่นที่มากกว่า ด้วยเหตุที่คุณสามารถฝึกเฉพาะเจาะจงความเข้มข้นได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องสนใจกลุ่มเพื่อน สภาพแวดล้อม และการจราจร ดังนั้นหากคุณต้องการประโยชน์สูงสุดจากเวลาที่น้อยนิด นี่จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยได้อย่างมหาศาล และมันจะพัฒนาคุณได้อีกหลายเท่าตัว

 

ความต่อเนื่อง

หากคุณนำเอากราฟการปั่นบนถนนหรือปั่นร่วมกับกลุ่มเพื่อนนักปั่นมาดู จะพบว่า ราว 5-10 เปอร์เซ็นต์ของกราฟคือช่วงเวลาที่คุณฟรีขาหยุดปั่นเลยทีเดียว และหากนับรวมถึงช่วงที่คุณปั่นผ่อนแรงลงจากเป้าหมายที่ต้องการ ก็อาจมีสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของการปั่นทั้งหมด เทรนเนอร์ที่ตั้งอยู่กับที่นั้น ไม่มีการรบกวนจากสิ่งแวดล้อมภายนอก คุณสามารถซอยขา ออกแรงในความหนักที่ตอ้งการได้ตลอดเวลา

 

ฝึกทักษะได้ง่ายดาย

ถ้าคุณคิดจะพัฒนาทักษะต่างๆเช่น การควงขา การออกแรงให้ได้ประสิทธิภาพ การเร่งความเร็ว รวมถึงกาไล่เกียร์ให้ต่อเนื่อง เทรนเนอร์ช่วยให้คุณฝึกและเจาะจงอยู่กับเรื่องเหล่านี้ได้ง่ายกว่าการออกไปปั่นบนสภาพแวดล้อมข้างนอก ที่มีสิ่งรบกวนมากมาย ซึ่งแน่นอนว่า ทักษะที่ดีขึ้น ช่วยให้คุณปั่นได้ดีขึ้นโดยที่มีแรงเท่าเดิมอย่างไม่ต้องกังขา

 

ใช้เวลาน้อยกว่ามาก

ข้อนี้ต้องทำความเข้าใจกันสักนิดนะครับว่า ส่วนมากแล้วการออกไปปั่นจักรยานแต่ละครั้ง คุณจะเสียเวลาไปกับการเดินทาง การปั่นออกไปยังจุดเริ่มต้นที่ไม่ค่อยได้ประโยชน์ในแง่การฝึกซ้อม การขนย้ายจักรยาน ยิ่งถ้าเป็นชีวิตคนเมืองใหญ่ด้วย การจราจรย่อมมีผลอย่างมากแน่นอน บางครั้ง คุณได้ปั่นจักรยาน 1-2 ชั่วโมงแต่ต้องเดินทางไป-กลับด้วยระยะเวลาพอๆกับที่ปั่น เทรนเนอร์ที่ตั้งในบ้าน เพียงคุณเปลี่ยนชุดและเริ่มปั่น คุณก็สามารถเริ่มต้นพัฒนาได้ทันที

 

ดังนั้นเมื่อข้อดีทั้งหมดรวมกัน คุณก็จะได้การปั่นเพิ่มเติมง่ายๆที่ไม่ต้องออกไปไหนนานๆ และมีเวลาน้อยนิดก็สามารถเพิ่มเติมความฟิตให้กับตัวเองได้ไม่ยากเลย ลองคิดดูนะครับ หากสัปดาห์หนึ่งคุณมีเวลาปั่นอยู่แล้วราวๆ 3 ชม. จากวันหยุดที่ออกไปพบปะประชาชนคนชอบซิ่ง การที่คุณได้ปั่นซุ่มอยู่กับบ้านด้วยเวลาจำกัดวันละ 30 นาทีเพิ่มเติมอีกเพียง 4 วันในสัปดาห์ คุณจะได้เวลาเพิ่มขึ้นมาเป็น 5 ชั่วโมง หรือเท่ากับ เกือบๆสองเท่าของเวลาปั่นเดิม และถ้าคุณใช้ 30 นาทีในแต่ละวันอย่างคุ้มค่า ทั้งเรื่องของกายภาพและทักษะ ผสมกับการออกไปปั่นบนถนนสนุกเร้าใจระยะยาวกว่า คุณจะได้ผลงานการปั่นที่ดีกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดเจน ชนิดที่ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนเทพขนาดไหนก็ไม่สามารถหยิบยื่รนให้ได้

February 17, 2020 cyclinghub 0 Comment