เขาว่ากันว่า ช็อคโกแล็ตนั้น “ดีต่อใจ” อันนี้ไม่ใช่แค่พูดกันเล่นๆให้มุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริ้ง กระดิ่งแก้ว แววตาเสือกันเล่นๆนะครับ วันนี้ฮับจะจับเอาคุณประโยชน์ของมัน มาแผ่ให้ฟังกัน แล้วจะได้รู้ว่า ของหวานๆ ที่น่าจะแสลงกับคนรักสุขภาพ มันกลับมีสรรพคุณที่ดีจนไม่น่าเชื่อ

 

ปัญหาหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพในการปั่นคือ การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบหมุนเวียนโลหิต อันเป็นบ่อเกิดกำลังในรูปแบบของแอโรบิคที่เข้มข้น ซึ่งนอกจากความแข็งแกร่งของร่างกายแล้ว การทำงานของระบบหลอดเลือด ความดันโลหิต และความสามารถในการลำเลียงเอาของดีเข้าสู่กล้ามเนื้อ และกับย้ายเอาของเสือออกไปจัดการ ก็เป็นกำแพงสำคัญ ที่ทำให้ “สมรรถภาพ” ของการปั่นนั่นจะดีหรือไม่ดี พัฒนาได้เต็มที่หรือไม่ ตัวบ่งชี้งอย่างหนึ่งที่วิทยาศาสตร์การกีฬาใช้เฝ้ามองก็คือ ความดันโลหิต อันเป็นการฟ้องความคล่องตัวของถนนหลวง ให้เหล่าเม็ดเลือดและสารอาหารพลังงานจำเป็นวิ่งปรู๊ดไปสู่เซลส์กล้ามเนื้อ ตลอดจนลำเลียงเอาสิ่งต่างๆชื่อมต่อกับระบบทั้งมวลที่มีในร่างกาย ความดันโลหิตสูง ก็หมายถึงถนนอาจจะแคบ รถติด หรือพาหนะขนส่งและเครื่องอุปโภคทั้งหลายวิ่งได้ไม่ลื่นปรื๊ดๆ และความดันโลหิตที่ต่ำกว่า ก็หมายถึงความ “โหลว์” ของเส้นทางนั้นๆ เหมือนเราดูกูเกิ้ลแล้วเป็นสีเขียว รถไม่ติดวิ่งปร๋อไม่ต้องกลัวไปไม่ทันนั่นเอง

 

การศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัย South Australia ที่ทำในปี 2012 ได้พบว่าสารมีประโยชน์ในโกโก้หรือช็อคโกแล็ตนั้นช่วยให้ระบบหลอดเลือดและคลาดิโอวาสคิวลาร์ ทำงานได้ดียิ่งขึ้น มีความสามารถในการยืดหยุ่นได้ดี ส่งผลให้ความดันในการออกกำลังกายลดต่ำลง ผลที่ได้รับคือ อัตราการเต้นของชีพจรที่ลดลง กล้ามเนื้อได้รับพลังงานและกำจัดของเสียได้เร็วยิ่งขึ้น สามารถสร้าง ใช้ และสะสมพลังงานทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การศึกษาใช้กลุ่มตัวอย่างชายวัยกลางคนที่่มีนี้ำหนักเกินมาตรฐานจำนวน 21 คนแบ่งออกเป็นสองชุดโดยชุดหนึ่งให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีโกโก้เข้มข้น ส่วนอักกลุ่มหนึ่งดื่มเครื่องดื่มรถโกโก้ จากนั้นให้ปั่นจักรยานในระดับความหนักก่อนแล็คเตทเทรสโชลด์หรือประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ของอัตราชีพจรสูงสุดระยะเวลา 10 นาทีเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเข้าสู่กระบวนการแอโรบิคเข้มข้น แต่ยังไม่เผาผลาญไกลโคเจนมากเกินไป จากนั้นตรวจวัดความดันโลหิตและค่าต่างๆ จากนั้นสลับกันแบบสุ่มตัวอย่าง พบว่า ความดันโลหิตของกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับโกโก้มีค่าต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงประสิทธิภาพในการดำเนินกิจกรรมของระบบแอโรบิคก็ทำได้ดีกว่าอย่างเด่นชัด

ซึ่งผลวิจัยนี้สอดคล้องกับการศึกษาในสหรัฐอเมริกาเมื่อปั 2009 ที่ว่าสารเคมีในช็อคโกแล็ตสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการออกกำลังกายและสนับสนุนการฟื้นตัวรวมถึงสะสมพลังงานกลับไปได้เร็วขึ้น

 

นอกจากนี้ในโกโก้หรือช็อคโกแล็ต ยังมีคาเฟอัน สารสำคัญที่ทราบกันดัอยู่แล้วว่ามีคุณประโยชน์ฏับกีฬาเอนดูรานซ์อย่างมาก อยู่ในปริมาณที่เพียงพอที่จะเกิดปฏิกิริยาได้ดั แม้ จะไม่มีมากเท่าในกาแฟ แต่ช็อคโกแล็ตร้อนหนึ่งแก้ว ก็มีปริมาณคาเฟอีนที่เพิ่มความสามารถในการสะสมพลังงาน และชลอความรู้สึกเจ็บปวด ล้า จากการทำงานหนักของร่างกายได้

 

หากคุณกลัวว่า ช็อคโกแล็ตจะทำให้อ้วน อย่าเพิ่งตระหนกไป เพราะ ดาร์คช็อคโกแล็ตหนึ่งแท่งปกติ มีพลังงานเพียง 30 แคลลอรี่เท่านั้น นอกจากจะเปี่ยมไปด้วยสารเคมีอันทรงประโยชน์ต่อระบบคลาดิโอวาสคิวลาร์ ยังมีกรดอามิโนสำคัญ ไขมันดี และวิตามันบี ที่ช่วยให้การทำงานของระบบต่างๆของร่างกายทำได้ดียิ่งขึ้น ขอเพียงคุณเลือกบริโภคช็อคโกแล็ตที่มีปริมาณโกโก้เข้มข้นและมีน้ำตาลต่ำก็พอ

Tag :: nutrition
February 8, 2019 cyclinghub 0 Comment