ในปี 2020 นี้ถือเป็นปีแรกที่ UCI ประกาศให้ใช้แต้มสะสมของทีมเป็นส่วนสำคัญในการแบ่งคลาสของทีม นอกจากนั้นยังมีการแปลี่ยนแปลงในการยื่นใบรับรองเข้าสู่ดิวิชั่นสุงสุดหรือ เวิลด์ทัวร์ทีม (เพิ่มจำนวนนักปั่นขั้นต่ำและเกณฑ์อื่นๆ) ทำให้การเลื่อนชั้นขึ้นสู่ระดับสูงสุดของโปรทัวร์จักรยานนั้น มีตัวแปรมากไปกว่าแค่เงินทุนจดทะเบียนและการทำทีมเสียแล้ว  ระบบนี้ถูกนำมาดัดแปลงจากระบบของการแข่งรถสูตรหนึ่ง ซึ่งใช้คะแนนสะสมของทีมต่างๆเป้นตัวคัดทีมที่มีสิทธิเข้าร่วมการแข่งรายการใหญ่ๆด้วย ดังนั้น แต้มนี้จึงส่งผลต่อสิทธิในการเข้าร่วมรายการใหญ่ต่างๆตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไปนี้เอง จากเดิมที่สิทธิในการเข้าร่วม ถูกจัดวางเอาไว้เป็นกรอบหลวมๆ เช่น ทีมดิวิชั่นสูงสุดมีสิทธิเข้าแข่งรายการระดับ 2.WT โดยอัตโนมัติ รวมกับทีมระดับโปรฯคอนติเน็นตัล (ดิวิชั่นสอง) ที่ได้รับเชิญ แต่ในอนาคต ทีมที่ได้รับเชิญจะต้องมีแต้มสะสมการแข่งขันที่อยู่ในอันดับที่ดีอีกด้วย ไม่ใช่ผู้จัดสามารถเชิญทีมในประเทศหรือทีมของผู้สนับสนุนเข้าร่วมได้

 

คาดว่า จากกติกาเหล่านี้ ทำให้โอกาสในการเข้าร่วมรายการใหญ่ๆของทีมระดับดิวิชั่นรองเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น และการแข่งขันของกลุ่มทีมดิวิชั่นรองและทีมที่มีคะแนนสะสมท้ายตารางของทีมดิวิชั่นสุงสุดก็จะยิ่งร้อนแรงมากขึ้นในรายการทั่วๆไป เพราะไม่เพียงพวกเขาจะมีลุ้นได้รับเชิญเข้ารายการที่ใหญ่กว่าคลาสของตน ยังมีสิทธิที่ทำให้พวกเขาได้รับสิทธิเลื่อนชั้นได้ในปีต่อๆไป (แต่ทีมก็ต้องมีทุนพอที่จะขึ้นชั้นมาด้วย กระนั้น หากทีมมีโอากส เชื่อว่าการหาผู้สนับสนุนไม่น่าจะยากในขั้นต่อไป) ซึ่งการแข่งขันที่ร้อนแรงยิ่งขึ้นนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่ในระดับบนๆเทานั้น ในการแข่งขันระดับ .2 และทีมระดับคอนติเน็นตัลเองก็น่าจะได้รับผลไปด้วยไม่มากก็น้อย แม้ว่าในเอเชียทัวร์ อาจยังมีเกณฑ์ปกฺบัติที่ต้องจับตามองกันต่ไป ทว่าระบบแต้มสะสมทีมนี้เอง จะเป็นประตูที่เปิดสู่โอกาสของทีมต่างๆ ได้มีสิทธิก้าวสู่รายการแข่งที่สุงขึ้นในอนาคตด้วยแต้มที่มี

 

ในทางกลับกัน ความยากก็จะมีมากขึ้นเมื่อคงมีทีมระดับสูงหลายทีม ที่ต้องการแต้มสะสมเป้นกอบเป็นกำเพื่อลุ้นสิทธิต่างๆ ยินดีส่งเอาทีมชุดรองลงมาแข่งในทัวร์ขนาดเล็กต่างๆมากขึ้น พูดง่ายๆก็เล่นตัวน้อยลง เพราะหากทีมมาแข่งรายการแดนไกล ก็มีโอกาสเก็บแต้มให้ทีมได้ด้วย และทีมก็มีสิทธิต่างๆมากขึ้นในอนาคต ตัวนักปั่นที่มาเองก็มีเป้าหมายสำคัญที่ต้องเก็บรางวัล เก็บแต้มต่างๆมาให้ได้ด้วย  ดังนั้น ระเบียบข้อบังคับแบบใหม่นี้ น่าจะทำให้เกมส์การแข่งขันของโปรทีมจักรยานในรายการต่างๆ เข้มข้น ดุเดือดมากขึ้น เพราะทุกๆรางวัล ทุกๆผลงาน หมายถึงทุกๆแต้มที่ส่งผลต่ออนาคตของทีมทั้งนั้น คนที่ได้ประโยชน์ก็คงเป็นแฟนๆกีฬารถถีบนี่แหละครับ ส่วนคนทีน่าจะโอดโอยกับระบบใหม่นี้ คงไม่พ้น ทีมท้ายตารางของแต่ละระดับชั้น รวมถึง ผู้จัดการแข่งขันที่น่าจะได้รับผลกระทบไปด้วยไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

Tag :: protour
January 6, 2020 cyclinghub 0 Comment