หลายๆคนก็ยังสงสัยกันต่อว่า แล้วรายการแข่งอะไรมันจะเกี่ยวข้องกันบ้าง เห็นการแข่งมีมากมาย ปั่นนั่น ปั่นนี่ เยอะแยะไปหมด

คำถามนี้เกิดขึ้นเมื่อเรามาคุยกันว่า ประเทศไทยกำลังส่งทีมชาติและทีมโปร ไปแข่งเพื่อล่าแต้มเข้าประเทศ ทำผลงานลุ้นไปโอลิมปคิกัน วันนี้ผมก็จะขอมาเล่าให้ฟังกันเพื่อคยามเข้าใจว่า งานแข่งจักรยานนั้นจัดออกเป็นประเภทอะไรบ้าง โดยที่วันนี้ จะคุยเฉพาะในมุมของ “เสือหมอบ” เทา่นั้นนะครับเสือภูเขา ไทม์ไทรอัลนั้น ขอยกเอาไว้ก่อน เอาล่ะครับมาเริ่มกันเลย

 

งานแข่งระดับประเทศ

งานแข่งเหล่านี้จัดขึ้นโดยองค์กรที่ดูแลจักรยานของภายในประเทศเอง หลักๆก็ประกอบด้วยงานแข่งของทางสมาคมฯเป็นผู้จัด โดยเฉพาะรายการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย ซึ่งมีผลในการสะสมผลวานชิงแชมป์ประเทศไทย ไม่มีความเกี่ยวขอ้งอะไรกับรายการนานาชาติ และโดยหลักการแล้ว ไม่ถือว่าเป็น “โปรทัวร์” ครับ นอกจากนั้นยังรวมถึงรายการกีฬาต่างๆเช่น กีฬาแห่งชาติ กีฬาเยาวชนฯ ที่ได้รับการดูแลโดยตรจากสมาคมจักรยานฯ ส่วนรายการอื่นๆที่เอกชันเป็นผู้จัด ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่ได้รับการรับรองใดๆ ก็ถือว่าเป็นรายการทั่วไปครับ จะแข่งขันเอาจริงเอาจัง หรือจะเน้นที่วัดใจ อันนี้ก็อยู่ที่แต่ละเจ้าจะจัดกันไป ือว่าเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ดังนั้น งานต่างๆที่ท่านเห็น ทีมชาติ ขาแรง คนดังไปร่วม ทั้งหมดในประเทศไทยกลุ่มนี้ ถือว่าเป็นรายการที่เราจะไม่นำมาคุยกันครับ

 

รายการแข่งนานาชาติที่ไม่ใช่ UCI Race

ก็มีมากมายหลายรายการ ที่ไม่ได้ระบุอยู่ใน”ปฏิฑินการแข่ง”ของ UCI ซึ่งทำหน้าที่ดูแลกีฬาจักรยานระดับนานาชาติ รายการเหล่านี้ ทีมชาติไปแข่ง ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับแต้มที่จะสะสมกันเพราะไม่ได้รวมอยู่กับระบบการจัดการรวมของกีฬาจักรยานนานาชาติ แต่ในการจัดนั้น จะมีความร่วมมือกับ UCI เข้ามาควบคุมการแข่งขันก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องมีแต้มสะสมให้กับนักกีฬา ทีม หรือประเทศ เปรียบเทียบง่ายๆครับว่า งานปั่นในบ้านเรา ที่สมาคมจักรยานฯเข้ามาควบคุมดูแล ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเก็บคะแนนสะสมชิงแชมป์ประเทศไทยเสมอไปนั่นเอง

 

UCI Event 

นี่แหละครับ รายการแข่งขันที่มีคะแนนที่ต้องสะสม และเป็นรายการที่เรียกกันติดปากว่า “โปรทัวร์” หรือรายการอาชีพนั่นเอง ซึ่งแบ่งออกเป็นระดับต่างๆกัน แต่ละระดับมีข้อกำหนด และมีแต้มที่ได้รับแตกต่างกันออกไปตามระดับ ระดับสูงก็ได้แต้มมาก ระดับต่ำลง ก็ได้แต้มน้อยลงมานั่นเอง รายการเหล่านี้ จัดโดยองค์กรต่างๆ จะเป็นเอกชน รัฐบาล แต่ละประเทศทำการยื่นขอจัดและอยู่ภายใต้ข้อกำหนดและการดูแลจาก UCI ระบุอบู่ในปฏิฑินการแข่งขันอย่างเป็นทางการ มาดูระดับกัน จำง่ายๆดังนี้ครับ (จากต่ำสุดไปสูงสุด)

.2 : รายการที่จดทะเบียนรหัส .2 คือรายการโปรทัวร์ระดับเริ่มต้น ได้แต้มน้อยที่สุด ทีมสมัครเล่นสามารถได้รับเชิญลงได้

.1 : รายการที่จดทะเบียนรหัส .1 คือรายการโปรทัวร์ระดับสูง มีแต้มสูงขึ้น และสโมสรสมัครเล่นไม่สามารถลงได้

.HC : รายการที่จดทะเบียนรหัส .HC คือรายโปรทัวร์ที่อยู่เหนือระบบการจัดกลุ่มทั้งสองระดับ มีแต้มให้สุงกว่าระดับทั่วไป

.WT : รายการที่จดทะเบียนรหัส .WT คือรายการโปรทัวร์สุงสุดมีเพียง 5 รายการวันเดียวและ 3 รายการทัวร์เท่านั้น มีแต้มสุงมาก

 

ไม่ว่าจะเ)็นการแข่งจักรยานในโอลิมปิค หรือการสะสมคะแนนไปชิงแชมป์โลก จนถึงสิทธิของทีมอาีพที่เป็นต้นสังกัดนักกีฬา แต้มสะสมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากในแวดวงกีฬาจักรยาน ด้วยเหตุนี้เองที่ประเทศไทยจำเป้นต้องดำเนินแผนสร้างทีมโปรขึ้นมาทั้ง Thaialnd continental Team และ Thailand Women Cycling Team เพื่อให้ได้สิทธิในการร่วมแข่งรายการในกลุ่ม .1 และ .HC ได้ เพราะหากเป็นทีมชาติโอกาสได้รับเชิญไปนั้นจะมีน้อยกว่ามาก และแต้มสะสมของทีมก็จะช่วยให้ทีมได้รับสิทธิเชิญไปร่วมรายการต่างๆตามปฏิฑินที่มี ซึ่งเมื่อได้รับเชิญไป เราจะได้รับการสนับสนุนหลายด้านจากผู้จัดด้วย

ในทางกลับกัน ประเทศไทยก็จำเป็นต้องจัดการแข่งขัน UCI Event ในประเทศ เพื่อเป็นเวทีให้นักกีฬาได้มีโอกาสสะสมคะแนน บนความได้เรปียบของการเป็น”เจ้าบ้าน” ทั้ง Tour Of Thailand ที่เป็นระดับ 2.1 (เลข 2 นำหน้าแปลว่าแข่งหลายวัน) และ Tour Of Trat ซึ่งเป็นรายการแข่งระดับ 1.1 (รหัส 1 น้ำหน้าแปลว่าแข่งวันเดียว) และ 2.1 อยู่ติดกัน เท่ากับมี 3 รายการระดับสูงที่เราเก็บคะแนนได้

 

ดังนั้น หลายท่านน่าจะกระจ่างแล้วว่า เพราะอะไร เราจึงต้องสนใจกีฬาจักรยานให้มากขึ้น หากต้องการให้กีฬาจักรยานไทยก้าวต่อไปได้ไกลกว่านี้ แม้ว่าในดลกนี้ ไทยแลนด์ จะเป็นดินแดนที่แทบไม่มีความสำคัญในวงการปั่นสอง้อ แต่ในระยะเวลาเพียง 3-5 ปีที่ผ่านมา เราก้าวกระโดดการทำผลงานในระดับทวีปมาจนได้รับบการยอมรับมากขึ้น แต่จากนี้จะไปต่อได้ไกลแค่ไหน คงอยู่ที่กลไกสนับสนุนทั้งหมดทั้งปวงเป็นตัวขับเคลื่อนด้วย

May 30, 2019 cyclinghub 0 Comment