ถ้าจะถามว่า งานแข่งจัรกยานอะไรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในดลก ก็คงไม่พ้นกับ “ตูร์ เดอ ฟร็องซ์” งานแข่งจัรกยานทางไกลที่เก่าแก่ และได้รับความสนใจที่สุดในดลก แม้แต่คนที่ไม่ปั่นจักรยานก็ยังรู้จักกับชื่องานแข่งนี้เลย เทียบได้ไม่แตกต่างจาก”บอลโลก” ที่บรรดาแฟนๆบอลก็ฝันกันว่าเมื่อไหร่กันนะที่ “บอลไทยจะไปบอลโลก” ซึ่งก็มีนโยบายต่างๆนานาให้ได้ยินกันมาตั้งแต่สมัยบอลโลกจัดที่เม็กซิโกโน่น จนถึงทุกวันนี้ วลีที่ว่า “บอลไทยไปบอลโลกได้ ประเทศอื่นก็จะไปเตะบอลจักรวาล”

สำหรับชาวนักปั่นเรา ถ้าจะฝันให้เห็นนักปั่นไทยไปปั่นงานระดับนี้ได้ ต้องมีวิธีอะไรบ้าง วันนี้ฮับจะขอนำมาบอกกัน แล้วคุณคิดว่า ฝันนี้จะไปได้ถึงหรือต้องรอให้มี ตูร์ เดอ ยูนิเวิส ??

 

ก่อนอื่น ต้องอธิบายกันก่อนนะครับว่า ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ เป็นการแข่งจักรยานที่จัดโดยเอกชน อันมีชื่อว่า ASO ยักษ์ใหญ่แห่งผู้จัดกีฬาของยุโรป จัดกีฬาต่างๆมากมายทั้งจักรยานและแข่งรถ อยู่ภายใต้การควบคุมและตัดสินของ UCI สหพันธ์จักรยานนานาชาติ ที่เทียบง่ายๆก็คือ FIFA นั่นเอง โดยเกณฑ์ในการเข้าร่วมนั้นแตกต่างจากฟุตบอลโลกอย่างสิ้นเชิง เพราะในการแข่งบอลโลก คัดเลือกจากทีมชาติ ที่ผ่านการเตะคัดเลือกรอบต่างๆมาแต่ละทวีิปที่มีโควต้าลดหลั่นลงไปตามมาตรฐานของภูมิภาคนั้นๆ แต่สำหรับจักรยาน ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ นักแข่งจะต้องลงแข่งในนามของ”ทีมอาชีพ” เท่านั้น โดยกำหนดให้ทีมอาชีพระดับสูงสุด หรือดิวิชั่นบนสุดเข้าร่วมได้โดยอัตโนมัติ ร่วมกับทีมระดับดิวิชั่นสองที่ได้รับเชิญอีกส่วนหนึ่งเรียกว่า”ทีมไวล์คา์ด” ดังนั้นไม่ต้องไปคัดตัว ไม่ต้องส่งใบสมัครให้เสียเวลา ไม่มีสิทธิและหนทางอื่นที่จะได้เข้าร่วมได้ ดังนั้นด้วยข้อกำหนดนี้เอง เราจึงมาสร้างเป็นหนทางที่จะเห็นคนไทยอยู่ในนั้นได้ตามด้านล่างนี้เลย พร้อมแล้ว ไปฝันกันให้สนุก

 

จดทะเบียนทีมอาชีพระดับสูงสุด

ในเมื่อกำหนดกันมาแบบนี้ ทางที่ดีก็ สร้างทีมขึ้นมาซะเลย!! แล้วไปยื่นจดทะเบียนกับ UCI เป็นทีมระดับสูงสุดซะ เพียงเท่านี้ เราก็จะได้สิทธิในการร่วมโดยอัตโนมัติ สมมุติว่า มีอัครมหาเศรษฐีดำริขึ้นมาอยากไปสร้างฝันนี้ ว่าแล้วก็ทุ่มเงินก้อนใหญ่ ว่าจ้างหาทีมงานมาดูแลจัดการสานฝัน”ปั่นไทยไปตูร์” เป็นทีม Tai Babe (หมูน้อยไทย ไม่เกี่ยวอะไรกับเครื่องดื่มที่มีจริงนะจ๊ะ) วงเงินจดทะเบียนซัก 1200 ล้านบาท ดำเนินกิจการทีมครบถ้วนตามข้อกำหนด แล้วก็ไปสรรหานักปั่น ทีมงานมาให้ครบ เอาเงินฟาดหัวซื้อตัวนักปั่นมาให้ครบ ซึ่งต้องหานักปั่นระดับฝีเท้าชั้นนำมาให้ได้สามสิบกว่าคน เพื่อตระเวนแข่งให้ครบตลอดปีด้วย ไม่ใช่แค่จะไปฝรั่งเศสอย่างเดียว อีกอย่างนะครับ แผนนี้อาจต้องใช้เวลายาวนานหลายปีกว่าจะเป็นจริง เพราะมีทีมแล้ว ก็ใช่ว่าทีมจะประสบความสำเร็จได้

ปัญหาก็จะบังเกิดทันทีว่า แล้วเด็กไทยจะติดชุดใหญ่ลงกับเขามั้ยล่ะนั่น? ข้อนี้ก็ตอบไม่ได้เลยนะครับ เพราะถึงจะเป็นเจ้าของทีมใหญ่ระดับได้สิทธิแน่นอน ก็ไม่ได้แปลว่า นักปั่นในทีมจะเป็นเด็กไทยทั้งหมด และเพื่อสร้างผลงานด้านบวกให้กับ “ไทยเบ๊บ” ก็คงต้องไปแข่งแล้วได้ผล ได้งานกันมาบ้าง สุดท้ายแล้ว หนทางแรก ก็ไม่ได้การันตีว่าเราจะได้เห็นเด็กไทยในถนนตูร์ได้ แต่วิธีนี้รับรองว่า แบรนด์ไทย ได้ไปตูร์ เดอ ฟร็องซ์ แน่นอน

 

ไปซื้อทีมที่มีอยู่แล้วมาเลย

บรรดาทีมจักรยานต่างๆ ล้วนแต่มีสัญญากับสปอนเซอร์ที่กำหนดระยะเวลาทั้งสิ้น เมื่อหมดสัญญา ก็ต้องวิ่งหาผู้สนับสนุนใหม่กันให้วุ่น หรือไม่ก็ ยุบทีมไปเลย เราได้เห็นกันมามากมาย และในช่วง 3-4 ปีล่าสุดนี้เอง ที่เราได้เห็น”เศรษฐี”ตะวันออกกลาง พากันไปสนับสนุนทีมจักรยานเป็นของเล่นกันไม่ว่าจะเป็น ยูเออี หรือ บาห์เรน ดังนั้นหากจะคิดดีๆ แทนที่จะมาตั้งต้นสร้างทีมกันแบบเริ่มจากศูนย์ การไปคุยกับทีมที่กำลังจะหมดสัญญาแล้วไปสนับสนุนกันมาเลย สมมุติกันขำๆว่า “Ling Power” เกิดอารมณ์ดี ไปเทคเอาทีมที่กำลังจะปิดตัวลง มีนักปั่น มีทีมงานระดับโลก มีผลงานแะฝีมือเอาไว้แล้ว จากนั้นก็ ขอฝากเด็กไทยเข้าไปหน่อย เพียงเท่านี้ เราก็จะมีทีมงานที่่

แต่ก็นั่นแหละครับ “นิปโป” เครือธุรกิจให่จากญี่ปุ่น ไปทำทีมในอิตาลีได้หลายปี ฝากเด็กญีุ่ป่นเด็ดๆไปแข่งที่ยุโรปได้หลายคน แต่ก็ไม่ใช่ว่าเด็กทุกคนในทีมจะได้ลงแข่งรายการใหญ่สุด ดังนั้น ต่อให้”ลิงพาวเวอร์” เป็นเจ้าของทีม แต่คงไม่ได้แปลว่า ะสั่งให้ผู้จัดการทีมเอาเด็กฝากเราไปแข่งได้หากเด็กฝากนั้นไม่ได้มีฝีเท้าฟัดเหวี่ยงกับการแข่งได้ อีกอย่าง ถ้าลงไปแล้ว 5 วันไม่จบการแข่งนี่จะยิ่งทำลายฝันของเราไปกันใหญ่ ได้ไม่น่าคุ้มเสีย อย่างค่ายเกียร์ ชิมาโน ในอดีตก็เข้าไปสนับสนุนทีมในเนเธอแลนด์ และส่งเอา ฟูมิยูกิ เบปปุ เข้าทีมไปด้วย ซค่งก็สามารถแข่งเป็นตัวหลักของทีมจนได้ แต่ลงแข่ง ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ปีแรก ก็ไม่จบการแข่งขัน ต้องมาซ้ำรอบสอง ถึงจะจบได้

 

เด็กไทยฉายแววเข้าตาแมวมอง

ขั้นตอนนี้เราไม่ต้องสร้างทีม หรือไปซื้อทีมมาทำ แต่เราทำทีมของเรานี่แหละ แล้วออกไปแข่งรายการอาชีพต่างๆให้กระฉ่อนฝีมือเด็กไทย จนเข้าตาทีมใหญ่ที่จะดึงตัวไปร่วมทีมให้สำเร็จ วิธีนี้มีโอกาสเป็นไปได้ไม่น้อยเลย และเป็นขั้นตอนที่กำลังทำกันอยู่นี่เอง แม้ว่าเราจะยังไม่ได้ฝันไกลไปถึงตูร์ แตต่วิธีนี้ ทำให้เราสามารถพัฒนาขุนพลนักปั่นไทยให้เทียบเคียงแถวหน้าของเอเชียได้ อย่างน้อยๆตอนนี้ในเอเชีย เราไม่ได้ไปร่วมอย่างตัวสอดแทรกอีกต่อไป ผลงานตลอด 3 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เรามีทีมอาชีพ เป็นปัจจัยที่ทำให้เริ่มมีความสนใจในการดึงตัวนักปั่นไทยไปปั่นอาชีพในทีมใหญ่ของเอเชียมากขึ้น และเริ่มมีทีมในยุโรปเข้ามาทาบทามทดลองเอาเด็กไทยไปร่วมฝึก และแน่นอนว่าหากสร้างผลงานเข้าตา ก็จะมีโอกาสได้สัญญาไปอยู่ ไปปั่นแข่งที่ยุโรป ยิ่งถ้าสร้างผลงานเข้าไปอีก ก็มีเส้นทางการย้ายไปติดทีมใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

วิธีนี้ ใช้เวลายาวนาน จนอาจจะต้องรอหลักสิบปีกันเลย และถือเป็นทางเดินที่ตรงที่สุดแต่ก็ยาวไกล ไม่สนุกสำหรับโพสต์ฝันกลางวันแบบนี้ครับ ที่สำคัญที่สุด จะไปให้ถึงตรงนั้นได้ ทุนต้องเยอะและยั่งยืน เราจะมีเงินทุนส่งไปได้ยาวนานถึงแค่ไหนกัน ข้อนี้ยังเป็นคำถามสำคัญ

 

ส่งเด็กไปชุบตัวที่ยุโรปซะเลย

วิธีด้านบนนั้นเราต้องทำทีมตระเวนแข่ง ใช้เงินไม่น้อย วิธีนี้ หากนักปั่นคนไหนมั่นใจในฝีมือ หาคนสนับสนุนได้ ก็ไปอยู่ยุโรปมันซะเลยตั้งแต่ยังหนุ่มแน่นวัยห้าว ไปแข่งกับเขาตั้งแต่รุ่นเด็ก แล้วไต่เต้าเคล้าคลึงขึ้นมาเทียบชั้นฝรั่ง แล้วฉายแววออกมาจนได้ไปเป็นนักปั่นอาชีพซะ วิธีนี้ดูจะเร็วกว่านิดเพราะการไปตระเวนแข่งในยุโรป จะได้พบกับสถานการณ์และปัจจัยการแข่งในยุโรปที่แตกต่างจากเอเชียทัวร์ จะมีพื้นฐานการปั่นแข่งแบบฝรั่งฝังรากมาตั้งแต่เด็ก และแน่นอนว่า มันจะเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตไปสู่ปลายทางที่ฝันได้ในที่สุด

แต่ช้าก่อน…ปีๆนึง มีนักปั่นที่คิดแบบนี้นับหมื่นคน นักปั่นเอเชียที่ไปฝังตัวอยู่ยุโรปเพื่อฝันนี้ก็มีไม่น้อย แต่ละคนต้องผจญวิบากต่างๆมากมาย และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ไปถึงปลายทางของการเป็นโปรได้ และจะก้าวไปเป็นโปรระดับดิวิชั่นสูงสุด ที่ติดชุดใหญ่ 9 คนลงแข่งตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ก็เหมือนเพชรที่คัดสรรมาอย่างดี จากคนปั่นจักรยานเป็นแสนๆคนในยุโรป มีเพียง 200 คนเท่านั้นในแต่ละปีที่เรียกว่า พร้อมจริงๆ กว่าจะสร้างช้างเผือกไปถึงจุดนั้นได้ คงต้องใช้ทุนและเวลามหาศาลเลยทีเดียว

 

ไปโอนสัญชาิตนักปั่นมาเป็นคนไทยซะ

ไม่ต้องอธิบายมากครับ ไปหานักปั่นเก่งๆ เอาเงินก้อนโตฟาดหัว หาทางทำทุกวิธี ไปหาซักคนที่เข้าเกณฑ์โอนสัญชาติมาเป็น”ไทย”ให้ได้ เพียงเท่านี้แหละ เราก็จะมีนักปั่นไทย แล้ว

แต่…ใน 200 คนที่แข่งในแต่ละปี จะมีใครเข้าเกณฑ์มาถือสัญชาิตไทยได้หรือไม่ และที่สำคัญ วิธีนี้จะได้ใจแฟนๆสองล้อกันรึเปล่า?

 

สร้างฝันจากเราทุกคน

คุณรู้หรือไม่ว่า ทีมจักรยานทีมหนึ่ง ใช้เงินเท่าไหร่? นี่คือปัจจัยความยากที่สำคัญที่สุด เงินทุน 8 หลักแก่ๆ คือสิ่งที่ทีมต้องมีในการดำเนินการแต่ละปี ใช่ครับบ มันไม่ได้มากเลยเมื่อเทียบกับกีฬาอื่นๆ แต่มันมากสำหรับนายทุนผู้ต้องการลงเงินแล้วได้”ประโยชน์”กลับมา  สิ่งที่เป็นทางทดแทนกันได้คือ ความสนใจของคนที่มองมา ถ้ามีคนจับจ้อง จำนวนมากพอ มีคุณภาพมากพอ รับรองว่า  โอกาสที่จะมีนายทุนให้เงินสนับสนุนสร้างฝันไม่ว่าจะหนทางไหนก็ต้องมีอย่างแน่นอน แต่ลำพังสิ่งที่เป็นตอนนี้ จักรยานที่เหมือนเป็นกระแสกำลังจะตาย ก็ได้รับความสนใจในมุมของกีฬาจักรยานไม่ได้มากเลย คนปั่นจักรยานเป็นแสนๆคนในแต่ละปี มีคนสนใจกีฬาจักรยานเพียงหลักพัน หลักหมื่นต้นๆ เท่านั้นเองแล้วจะไปฝันเอาเงิน 8 หลัก 9 หลักมาจากไหน

ถ้าท่านอ่านบทความนี้มาจนจบ แสดงว่า มีความฝันและหลงใหลในเรื่องของจักรยานไม่น้อยไปกว่าผม เรามาช่วยกันครับ ชวนเพื่อน เชิญเพื่อน มาสนใจกีฬาจัรกยานบ้างอีกสักนิด เพื่อให้กว้าวแรเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคง เพื่อส่งต่อไปยังก้าวที่สอง และสามต่อไป หากเทียบแล้ว การจะไปตูร์ เดอ ฟร็องซ์ มันคือการไปวิ่งขึ้นภูเขาแอลป์ ตอนนี้ เรากำลัง”หัดเดิน”ก้าวแรกให้สำเร็จ จะไปได้ดีแค่ไหน ก็อยู่ที่ พวกเราทุกคน ไม่ใช่ฝากความหวังเอาไว้ที่นายทุนและวิธีทางลัดใดๆก็ตามที่กล่าวมา

 

24-26 พฤษภาคมนี้ ทัวร์ออฟตราด การแข่งเพื่อสะสมคะแนนไปโอลิมปิคของทีมชาติไทย ถ่ายทอดสดทางแฟนเพจ ThaiPBS มาร่วมกันชมและเชียร์ สร้างความสนใจให้คึกคัก ไม่แน่ว่าการไปยืนอยู่บนเวทีโอลิมปิค อาจเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ทำให้โลกได้เห็นเสื้อจักรยานสีเหลือง-น้ำเงิน และจดจำพวกเราได้ เพราะทั้งคุณและผมเชื่อเสมอว่า คนไทย ทำได้ไม่แพ้ใครในโลก ถ้าเราช่วยกัน

May 22, 2019 cyclinghub 0 Comment