เสียงที่ได้ยินอยู่รอบๆตัวที่คุ้นหูที่สุดของนักปั่นจักรยาน ก่อนจะเริ่มต้นปั่น คุณนึกถึงเสียงอะไร? แน่นอนครับ ถ้าจะบอกว่า เสียง “คลิ๊ก” ของบันไดที่ยึดเข้ากับรองเท้าปั่นจักรยาน คือเสียงที่ต้องได้ยินระงมรอบๆตัว ก็คงจะไม่ผิดเพี้ยนไปจากความจริงเลย เพราะ บันไดที่ล็อคได้นี้เอง ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์”อัพเกรด” ที่นักปั่นต้องหามาใช้เป็นชิ้นแรกๆเพื่อให้ได้การปั่นที่ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เคยสงสัยกันมั้ยครับว่า ชื่อที่เรียกกันว่า”คลีท” หรือ”บันไดคลีท” นั้น มีที่มา ที่ไปอย่างไร และทำไมจึงถูกเรียกกันว่า”คลิปเลส” ทั้งๆที่การเอาเท้าเข้าล็อคกับบันได มีเสียงและถูกเรียกกว่าวั่า”คลิป”

Clipless นั้นเป็นภาษาอังกฤษ แปลกันตรงๆว่า”ไม่มีคลิป” ซึ่งการใช้งานบันไดนี้ เวลาเราจะเอาเท้าเข้าไปล็อคกับบันได ฝรั่งจะเรียกกันว่า”คลิป อิน” (clip in) และเมื่อเอาเท้าออกก็จะเรียกว่า “คลิป เอาท์” (clip out) ซึ่งมันก็สร้างความสงสัยกันว่า อ้าว ทำไมมันยังมีคำว่า”คลิป” ในเมื่อบันไดมันชื่อว่า”ไม่มีคลิป”  เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคแรกๆของการเริ่มต้นมีจักรยาน และไม่นานหลังจากนั้นก็มีการแข่งจัรกยานนั่นเอง ในสมัยนั้น นักปั่นก็รู้กันแล้วครับว่า การที่เท้าติดอยู่กับบันไดนั้น ถือเป็นข้อได้เรปียบอย่างยิ่ง ดังนั้น ในยุคแรกๆของการปั่นจักรยาน นักปั่นต่างก็ใช้สายรัด เชือกต่างๆ มัดเท้าของตัวเองเอาไว้กับบันไดเวลาจะปั่นจักรยานที ก็ต้องจัดการรัดให้เรียบร้อยก่อน และเวลาจะหยุดปั่นลงจอด ก็ต้อง จัดการแกะเท้าที่ถูกมัดเอาไว้ออกไปเสียก่อน ซึ่งแน่นอนว่า มันช่างไม่สะดวกเอาเสียเลย ดังนั้น ในระยะเวลาไม่นาน จึงมีนักปั่นที่สั่งทำบันไดที่มีสายรัดติดในตัว ซึ่งกลไกการรัดก็แสนจะเรียบง่าย มันคือบันไดที่มี สายเส้นหนึ่ง รัดเท้าเอาไว้จนติดกับบันไดนั่นเอง และถูกเรียกกันเป็นภาษาอังกฤษว่า “คลิป”

ในเวลาต่อมา ก็เริ่มมีการพัฒนาตัวสายรัดหรือ”คลิป”นี้ให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น จนกลายเป็นตัวรัดที่มีโครงของมันครอบเท้าด้านหน้าเอาไว้ด้วน เพื่อให้ออกแรงปั่นได้มีประสทิธิภาพมากยิ่งขึ้น และถูกเรียกกันว่า”Toe-clip” ซึ่งได้รับความนิยมและอยู่ยั้งยืนยงมายาวนานเป็นครึ่งศตวรรษกันเลยทีเดียว ในยุคหลังๆ มีการพัฒนาให้ระบบคลิปนี้ สามารถล็อคเท้าได้มากยิ่งขึ้น กล่าวคือ สายรัดทำหน้าที่ช่วยให้เท้าติดกับบันไดเวลาเรายกเท้าขึ้น ส่วนตัวครอบด้านหน้า ช่วยให้เราออกแรงดันลูกบันไดไปข้างหน้าได้ และ เพื่อต้องการออกแรงดึงบันไดไปทางด้านหลัง ก็เกิดบันไดที่มีร่องสำหรับล็อคกับพื้นรองเท้าออกมา โดยที่พื้นรองเท้า ทำการติดตั้งตัวล็อค หลักการเหมือนกุญแจกับแม่กุญแจนั่นเอง เมื่อวางเท้าลงล็อคไปพอดี ก็ทำการรัดสายรัดให้แน่น ทีนี้ ก็สามารถออกแรงได้ครบรอบวง และกลายเป็นบนไดจักรยานที่ถูกใช้โดยนักปั่น นักแข่งทั่วไปอย่างรวดเร็ว บันไดชนิดนี้บ้านเราเรียกกันว่า “บันไดตะกร้อ” และเรียกสายรัดที่เท้าว่า”กิ๊บ” นั่นเอง (คาดว่ามาจากคำว่า”คลิป”ที่เรียกให้สะดวกการการเข้าปากคนไทย) ในยุคนี้เอง เวลานักปั่นหน้าใหม่ จะเลื่อนชั้นมาปั่นจริงจัง ก็จังไปติดตะกร้อ ติดสายรัดที่บันได และเรียกกันว่า”ติดกิ๊บ”

ต่อมาบริษัทจากฝรั่งเศสรายหนึ่ง ได้ทำการออกแบบบันไดที่มีกลไกเพื่อล็อคเท้ากับตัวบันไดไว้ โดยพัฒนาต่อยอดมาจากระบบล็อคที่บันไดกิ๊บที่มีสายรัด เพื่อให้สามารถล็อค และปลดได้ทันที แก้ปัญหาในยุคก่อนๆ เมื่อนักปั่นจะเริ่มปั่นแต่ละครั้ง พวกเขาต้องคลายสายรัดออก เอาเท้าเข้าไปในตะกร้อ วางให้พอดีล็อคและดึงสายรัด แน่นอนว่า การจะจอดแต่ละที ก็ต้อง คลายสายรัดออก และ เอาเท้าออกจากตัวล็อคด้วย ดังนั้น การสร้างกลไกที่ทำให้บันได และตัวล็อคทำหน้าที่ได้เลยเพียงแค่กดเข้าไปนั้น ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมการออกแบบที่ชาญฉลาดมาก แบรนด์นั้นคือ “LOOK” นั่นเอง และเป็นการกำเนิดของบันไดที่เรียกว่า”Clipless” มาในที่สุด ทีนี้คงจะถึงบางอ้อกันแล้วครับว่า คำว่า”คลิป” ที่หายไปก็คือ สายรัดนั่นเอง มันหมายถึงบันไดที่ล็อคได้โดยไม่ต้องมีสายรัดมาให้วุ่นวาย

ส่วนคำว่า”คลีท” นั้น หมายถึง เจ้าชิ้นที่ติดอยู่กับพื้นรองเท้าของเรา ที่ทำหน้าที่เป็นตัวเข้าไปเกี่ยวกับเบ้าล็อคที่บันได อันที่จริงคำนี้ มีมาตั้งแต่ยุคบันไดตะกร้อแล้วครับ อย่างที่เล่าให้ฟังว่า บันไดตะกร้อนั้นก็สามารถมีตัวล็อคได้ที่พื้น ซึ่งก็คือคลีทแบบที่เราเห็นในเวลานี้นั่นแหละครับ และ Look ก็ได้ทำการพัฒนาตัวบันไดที่ด้านหลังของมันง้างออกได้เพื่อล็อคเข้ากับคลีทนี้โดยไม่ต้องมีสายรัดเข้ามาเกี่ยวข้อง ตัวบันไดจะติดกับรองเท้าในทุกๆองศาการปั่น นอกจาก การบิดเท้าออกไปข้างๆเพื่อง้างให้กลไกอ้าออก จนผลักเอาแผ่นลีิและรองเท้าหลุดออกมานั่นเอง

แต่ในบ้านเรา แน่นอนครับว่า เราก็เรียกกันติดปากว่า”ติดคลีท” เป็นเรื่องปกติ ซึ่งไม่ใช่แค่บ้านเรานะครับ ที่เรียกแบบนี้ เพราะในหลายๆประเทศก็เรียกในทำนองเดียวกัน ส่วนบันได”คลิปเลส” นั้น มีน้อยคนมากๆที่จะเรียกมันด้วยชื่อเต็มๆว่า”คลิปเลส” ที่พบเห็นได้ง่ายๆก็เรียกกันว่า “บันไดคลิป” และเรียกบันไดแบบสายรัดดั้งเดิมว่า”บันไดตะกร้อ” มายุคนี้ไม่น่ามีใครที่เรียกกันว่า”กิ๊บ” อีกแล้ว สิ่งที่น่าสังเกตุก็คือ บันไดคลิปเลสนั้น แม้จะถูกพัฒนามา 30-40 ปีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังอยู่บนพื้นฐานของการออกแบบเดิมๆที่ Look ได้ทำเอาไว้ จะมีแตกต่างก็เช่นบันไดของ Time และ Speedplay ที่เปิดจินตนาการแนวคิดการออกแบบออกไป ซึ่งบันไดที่น่าจะยอดนิยมที่สุดคงไม่พ้น Shimano แต่ระบบของตัวคลีทที่มีผู้ใช้มากที่สุดก็คือระบบ Keo ของ Look ซึ่งสร้างจากการพัฒนาระบบคลีทแรกสุดให้กว้างขึ้น ปลดได้ง่ายและล็อคได้ดีกว่าเดิม แถมพวกเขาปล่อยมาตรฐานนี้ออกมาให้บันไดอื่นๆนำไปใช้ได้ ดังนั้นบันไดแบรนด์อื่นๆจึงใช้คลีทระบบของ Look มากกว่า Shimano ที่ไม่ปล่อยมาตรฐานคลีทของพวกเขาออกมาให้คนนำไปใช้นั่นเอง

July 21, 2020 cyclinghub 0 Comment