คำถามแรกๆของคนที่สนใจการใช้พาวเวอร์มิเตอร์ ที่ทำการบ้านและมองหา”วัตต์” มาใช้สักตัว คือ จะเลือกใช้วัตต์รูปแบบไหนดี เพราะแต่ละรูปแบบ แต่ละแบรนด์ ก็ดูมีข้อดี ข้อเด่นกกันทั้งนั้น วันนี้ เราจึงนำข้อดี และจุดเด่นของวัตต์ในแต่ละรูปแบบมาเพื่อประกอบการพิารณากันนะครับ

 

วัตต์ที่ดุมล้อ

จุดเด่นของวัตต์ที่ทำการวัดแรงบิดที่ดุมล้อหลังคือ สามารถใช้งานร่วมกันระหว่างจักรยานได้ง่ายที่สุด เพราะเมื่อคุณเปลี่ยนล้อจักรยานไปอีกคัน ก็เท่ากับว่า คุณสามารถติดวัตต์ได้กับทุกคันโดยไม่ต้องมีเครื่องมืออะไรเลย ดังนั้น ระบบนี้จึงเหมาะสมมากสำหรับคนที่มีจักรยานหลายๆคันและต้องการลงทุนกับพาวเวอร์มิเตอร์เพียงตัวเดียวที่ใช้ร่วมกันได้ทั้งหมดอย่างคล่องตัวที่สุด

วัตต์ที่จานหน้า

การวัดที่จานหน้านั้น ถือเป็นระบบยอดนิยมในเรื่องของความต้องการในมาตรฐานค่าแรงบิดที่คงที่มากที่สุด เพราะที่ตำแหน่งนี้ มีแรงรบกวนในทิศทางที่ไม่ได้ก่อให้เกิดแรงขับเคลื่อนรถน้อยมาก แรงกระทำที่เกิดขึ้นที่สเตรนเกจจ์ที่วัดจากน็อตยึดใบจาน หรือแกนกลางจานหน้าเป็นแรงที่กระทำแบบทิศทางเดียว ระบบก็สามารถปิดให้มีการรบกวนจากปัจจัยแวดล้อมได้น้อยที่สุดอีกด้วย

วัตต์ที่ขาจาน

ขาจานนับเป็นจุดที่ติดตั้งตัววัดแรงบิดที่ง่ายที่สุด มีต้นทุนการติดตั้งต่ำที่สุด ไม่ว่าจะแบบขาจานข้างซ้าย หรือแบบติดตั้งทั้งสองข้าง ทำให้เมื่อเทียบแล้ว มีราคาที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด ตัววัตต์เพียงติดตั้งบนขาจานยี่ห้อและรุ่นต่างๆทเ่านั้น เทคโนโลยีก็ไม่ซับซ้อน จึงมีแบรนด์ทางเลือกออกมาในรูปแบบนี้มากที่สุดเช่นกัน สรุปแล้ว จุดเด่นจริงๆก็คือราคาค่าตัวที่สุดคุ้มนั่นเอง

วัตต์ที่บันได

การกำเนิดของวัตต์ที่บันไดคือการหาตำแหน่งวัดแรงบิดที่ใกล้เคียงกับเท้าให้ได้มากที่สุดเพื่อวัดแรงกระทำกับจักรยานจริงๆ ซึ่งมันสามารถต่อยอดไปถึงการวัดแรงในค่าที่นำมาพัฒนาการปั่นได้มาก อาทิเช่น แรงด้านนอก/ด้านในของบันได หรือ แรงขับที่เสียเปล่าจากการปั่น ไปจนถึงแรงกระทำที่ละเอียดในทุกมุมของวงรอบการปั่น รวมทั้งนับเป็นระบบที่ถอดย้ายคันได้ไม่ยากอีกด้วย จึงเหมาะกับการใช้งานแบบมีจักรยานหลายคัน แต่ต้องการวัตต์เพียงตัวเดียว

วัตต์ในแกนกระโหลก

ในตำแหน่งนี้ถือว่าแรงกระทำที่เกิดขึ้น ปราศจากแรงรบกวนอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากแนวแรงที่วัดคือแรงบิดที่เกิดขึ้นในแกนกลางของขาจานทั้งสองข้าง คล้ายกับเพลารถยนต์ที่มีการหมุน ดังนั้น การวัดแรงในจุดนี้จึงได้ค่าวัตต์ที่ละเอียดมาก ตลอดจนโดนรบกวนจากสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดตามไปด้วยนั่นเอง

วัตต์แบบที่ใช้การคำนวนเทียบเคียง

นี่คือระบบทางเลือกที่ใช้การคำนวนด้วยสมการต่างๆ มีตัวแปรเป็นปัจจัยแวดล้อม เพื่อวัดค่าวัตต์ที่ได้จากการเทียบเคียงออกมา ไม่ได้วัดจากแรงบิดจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำแรงลมมาช่วยคำนวน หรือ การวัดชีพจรและเทียบเป็นค่าวัตต์จากสถิติฐานข้อมุล จุดเด่นคือ มักมีราคาที่ถูกมาก เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการวัตต์ที่ละเอียดจริงจัง แต่เพียงอยากมีวัตต์เพื่อเทียบและควบคุมการปั่นอย่างคร่าวๆ ใช้งานง่าย ไม่วุ่นวาย เป็นวัตต์ก้าวแรกของคนที่เริ่มสนใจ

Tag :: Power Meter
August 13, 2020 cyclinghub 0 Comment