อย่างที่เกริ่นเลยนะครับ เรื่องอุบัติเหตุนั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากพบ อยากเจออย่างแน่นอน และทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ในเมื่อเรื่องแบบนี้ ไม่มีใครที่จะควบคุมได้อยู่หมัด ดังนั้น เมื่อเอาไม่อยู่ ก็ถึงเวลาอุบัติอย่างไม่เต็มใจ และ อะไรคือสิ่งที่่ควรปฏิบัตเมื่อประสบอุบัติเหตุ ทั้งกับตนเองและผู้อื่น ซึ่งถ้าคุณเป็นผู้ที่อยู่ในจุดนั้น คุณอาจเป็นคนที่ช่วยสร้างวินาทีที่สำคัญกับชีวิตของเพื่อนนักปั่นไปตลอดกาล

 

มีสติ

คำนี้สั้นมากและฟังดูง่ายที่สุดครับ แต่อันดับแรก ไม่ว่าคุณจะนอนอยู่กับพื้น หรือกำลังวิ่งไปหาเพื่อนที่นอนอยู่ คุณต้อง”มีสติ” ก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าสิ่งที่คุณกำลังจะพบในขั้นต่อไปคืออะไรก็ตาม คุณต้องรับรู้ว่านี่คือเหตุที่เกิดขึ้นมาแล้ว และยังไม่มีทางรู้ได้ว่ามันจะหนักหนาสาหัสขนาดไหน การรับมือกับสิ่งที่อยู่ต่อหน้าอย่างมีสติ ไล่ลำดับและข้อปฏิบัติทั้งหมดนั้นสำคัญเหมือนการติดกระดุมเม็ดแรกเลยทีเดียว

 

สำรวจสัญญาณชีพ

อันดับแรกที่สุดเมื่อเข้าถึงตัวผู้บาดเจ็บ หรือตัวคุณเองนั่นแหละครับ สิ่งสำคัญคือ ดูว่ามีสติรู้ขนาดไหน เพราะอุบัติเหตุจักรยานมีโอกาสที่จะกระทบกระเทือนต่อสมองได้ ดังนั้น การหมดสติ จึงเป็นหนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งมันอาจจะเป็นเหตุที่ร้ายแรงยิ่งขึ้นต่อไปได้ แต่ถ้ายังมีสติรับรู้ ตอบโต้ ตอบสนองได้ นั่นถือเป็นจุดแรกที่่เราสามารถพูดคุยสอบถามรายละเอียดต่อเนื่องได้ หรือหากคุณเป็นผู้ประสบเอง ก็สามารถสื่อสารกับคนอื่นๆได้นั่นเอง

ในข้อนี้ หากพบว่าหมดสติ หยุดหายใจ หรืออื่นๆใดนอกจากนี้ แนะนำว่า ถ้าคุณไม่มีทักษะทางด้านการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน ผ่านการอบรมมาก่อน ก็ไม่ควรลงมือปฏิบัติอะไรทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นการผายปอด ช่วยหายใจ ปั๊มหัวใจ เพราะ แม้ว่าจะเป็นเจตนาที่ดีแต่หากทำผิด ก็อาจจะก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บที่หนักยิ่งกว่าเดิมได้

 

ประเมินความหนักเบื้องต้น

ขั้นตอนนี้ถือว่ายากและสำคัญมากครับ การตัดสินใจระหว่างการเรียกความช่วยเหลือ กับการแก้ไขด้วยตนเองง่ายๆ คงต้องดูกันที่รายละเอียดต่างๆที่มองเห็น และรู้สึกได้ แน่นอนว่าหากคุณเป็นผู้ประสบเหตุเองก็คงไม่ยากนัก เพราะถ้าบาดเจ็บมาก ก็คงยากที่จะพยายามขยับตัวได้ ซึ่งนั่นหมายถึงต้องเรียกความช่วยเหลือ ดังนั้นในขั้นตอนก่อนหน้านี้ที่สำรวจว่าเราสามารถสื่อสารกันได้หรือไม่นั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่ถ้าคุณต้องตัดสินใจเอง (ผู้ประสบเหตุหมดสติ) แนะนำให้เลือกทางที่เซฟที่สุดไว้ก่อน คือ ถ้าเลือกไม่ถูกว่าจะตัดสินใจเรียกหรือไม่เรียกความช่วยเหลือแบบลังเล ให้ตัดสินใจเรียกครับ

จุดสำคัญที่ควรตรวจร่างกายเบื้องต้นคือ กระดูกต่างๆ โดยไล่มาตั้งแต่ ศรีษะ คอ ไหปลาดร้า (ยอดนิยมของนักปั่น) ซี่โครง เชิงกราน และกระดูกขา โดยทดลองขยับ หรือบอกให้ผู้บาดเจ็บขยับตัวไล่จากนิ้วมือ ข้อมือ แขน มาเรื่อยๆ ห้ามจับขยับเองอย่างเด็ดขาด เพราะถ้าคนเจ็บขยับเองแล้วเจ็บ เขาก็จะขยับได้เท่านั้นล่ะครับ ค่อยขยับไปเรื่อยๆจนครบ ฝากเอาไว้อีกนิดนึงนะครับ เมื่อประสบเหตุแรกๆ ความเจ็บอาจยังไม่มา มีนักกีฬาไม่น้อยที่สามารถขยับตัวได้แม้จะมีกระดูกเสียหายด้วยใจที่สู้มาก ในกรณีคนธรรมดา แนะนำว่าถ้าสงสัยอะไร ก็ย้อนกลับไปข้อก่อนหน้านี้ครับ คิดว่าหนักไว้ก่อนดีกว่า

 

จัดการแผลภายนอก

เป็นเรื่องที่แปลกแต่จริงครับ แผลภายนอกที่เยอะแยะจากการล้มของจักรยาน ไม่ใช่เรื่องอันดับแรกๆที่คุณต้องสนใจเลย นอกเสียจากมั่นใจว่า ขั้นตอนก่อนหน้านั้น คุณไม่มีอะไรแตก หัก ร้าว เสียหาย ค่อยมาดูผิวหนังรอบตัว จัดการกับ”หมูแดง” ด้วยน้ำดื่มที่ติดรถเอาไว้ ฉีดเอาเศษฝุ่น เศษดินออกไปจากแผลเท่าที่ทำได้ นอกเสียจากคุณจะมีชุดทำแผลติดมา อย่าตกใจหากเลือดจะออกมากกว่าปกติเพราะร่างกายที่กำลังแอ็คทีฟสุดขีด หัวใจกำลังสูบฉีดพลุ่งพล่าน และสำคัญมากๆในขั้นนี้คือ บางครั้ง แผลถลอกนี่แหละครับที่อันตราย หากลึกและกว้างมาก ก็ควรไปพบแพทย์เร่งด่วนเช่นกัน ดังนั้นหากดูแล้วแผลลึกและยาว เลือดออกมากไม่หยุด ก็อย่าชะล่าใจว่าไม่มีอะไรหัก แล้วจะไม่ต้องกังวลครับ

 

สำรวจอุปกรณ์และจักรยาน

ในขั้นนี้ หากคุณเป็นผู้ประสบเหตุเอง ก็ไม่ต้องรีบร้อนครับ ให้มันมาเป็นอันดับสุดท้ายเลย แต่ก็อย่าลืมไล่เช็คอุปกรณ์ทั้งหมดทีละขั้น ช้าๆ อาจมีอุปกรณ์ ชิ้นส่วนที่หลุด แตก หัก กระเด็นออกไป อาจมีความเสียหายของจักรยานที่ขี่ต่อไม่ได้ ในกรณีที่คุณเป็นผู้ช่วยเหลือ ก็อย่าลืมรวบรวมสิ่งของเหล่านี้เอาไว้ให้ผู้บาดเจ็บครับ จักรยานอาจกระเด็นออกไปกลางถนน แตกหัก เสียหาย แม้ว่าสมบัตินอกกายจะไม่ได้สำคัญมากเท่าชีวิตที่อู่เบื้องหน้า แต่ก็สามารถช่วยเคลียร์พื้นที่จุดนั้นได้ไม่มากก็น้อย

 

 

August 4, 2020 cyclinghub 0 Comment