Garmin Venu 2 สมาร์ทวอทช์ที่แอ็คทีฟที่สุด

เราไม่เสียเวลาเกริ่นยาวให้วุ่นวายนะครับ มาเข้ากันเลยที่การทำความรู้จักกับ Garmin ในซีรีส์ Venu  ซึ่งตัวนี้ออกมาเป็นเจ็นที่ 2 แล้ว มีจุดเด่นอยู่ที่ เป็นสมาร์ทวอทช์แบบเต็มตัว ตัวแรกของกลุ่มนาฬิกาจากค่ายนี้ ซึ่งเดิมที นาฬิกาแต่ละตัวก็จะออกมาเน้นไปที่การตอบสนองความต้องการการออกกำลังกายและกิจกรรมต่างๆ เฉพาะทางกันไป  แล้วใส่ฟีเจอร์ของสมาร์ทวอทช์มาบ้างพอเป็นสีสันเพิ่มเติม แต่การออก Venu มานี้  Garmin  มุ่งเน้นไปที่การสร้างนาฬิกาอัจฉริยะ ที่เพิ่มเอาความเป็นนาฬิกาออกกำลังกายเข้าไปด้วย ดังนั้น ถ้าจะมองให้ถูกจริงๆ ก็ต้องบอกว่า นี่คือ การเข้ามาชนตลาดสมาร์ทวอทช์ ในพื้นที่ของกลุ่มนาฬิกาสุดล้ำซึ่งถูกครอบครองโดยแบรนด์ไอทีมาก่อนนั่นเอง

ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของ Garmin ในการทำนาฬิกาออกกำลังกายมาหลากหลายชนิด หลายโมเดล หลากรูปแบบ จึงพอจะเชื่อมั่นได้เลยครับว่า ในเรื่องการออกกำลังนั้น Venu 2 จะสอบผ่านได้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในมุมความสามารถในการเป็นสมาร์ทวอทช์จะเป็นอย่างไรนั้น วันนี้ เราจะมาลงรายละเอียดกันนะครับ

 

เริ่มกันที่ เรื่องของสเป็คโดยรวมเสียก่อน ตัวนาฬิกา Venu 2  ทำจากบอดี้สเตนเลสสตีล เพื่อความแข็งแกร่ง ร่วมกับด้านใต้เป็นโพลีเมอร์เสริมเส้นใยพิเศษ  มีน้ำหนักเบาไม่ระคายเคืองผิวหนัง หน้าจอสัมผัส วงกลมแบบสี AMOLED ขนาด 45 มม. (รุ่น Venu 2S ขนาด 40 มม.) มีความละเอียดเพิ่มเติมจากรุ่นก่อนถึง 10% แสดงรายละเอียด ตัวหนังสือต่างๆได้คมชัดมากขึ้น โดยใช้กระจกแบบ กอริลล่ากลาส 3  กันรอยขีดข่วนและการกระแทกตกจากที่สูง 15 เมตร แถมกันน้ำระดับความลึก 50  เมตร อีกด้วย

เฉพาะเรื่องสเป็คของบอดี้แบบนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ Venu 2 ขึ้นมาเทียบชั้นแถวหน้าของสมาร์ทวอทช์ได้แล้วครับ เพราะในกลุ่มนาฬิกาอัจฉริยะในท้องตลาด มีเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น ที่สามารถทนถึกบึกบึน และเบาบางใส่สบายได้แบบนี้ ถ้าเอาความทนต่อน้ำหนักตัวเรือน ก็ต้องสรุปกันไปเลยว่า 10 คะแนนเต็ม นำมาเป็นอันดับแรกแบบไม่ต้องกังขา การทำงานของนาฬิกาควบคุมผ่านระบบทัชสกรีน แะปุ่มควบคุมด้านข้างสองปุ่ม โดยใช้ระบบปฏิบัติการของ Garmin  เองทำได้ไม่ยาก จัดกลุ่มรายละเอียดต่างๆ ที่ซับซ้อนเป็นหมวดหมู่เข้าถึงได้ง่าย และมีการตั้งค่าหรือฟีเจอร์การควบคุมบนตัวเรือนที่ละเอียดที่สุดในกลุ่มสมาร์ทวอทช์อีกด้วย

 

มาดูที่เซ็นเซอร์กันบ้างครับ ด้านล่างใช้เซ็นเซอร์จับชีพจรด้วยลำแสงความเข้มข้นสูงรุ่นล่าสุดที่เรียกว่า Garmin Elevate Version 3 มีความละเอียดสูง แม่นยำมาก รวมถึงประหยัดพลังงาน และจับค่าต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม ทำให้ Venu 2 สามารถแสดงค่าตรวจจับและบันทึกค่าพื้นฐานอย่างชีพจรได้แม่นยำและต่อเนื่อง นำไปตรวจจับเพิ่มเติมการเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว วัดการนอนหลับได้อย่างละเอียด โดยแยกคุณภาพการนอนในแต่ละระดับได้ รวมถึงบอกระดับของอ็อกซิเจนในกระแสเลือดระหว่างวันและการนอนหลับ เพื่อตรวจจับอาการหยุดหายใจขณะหลับได้ด้วย และนำมาคำนวณเทียบกับกิจกรรมอื่นๆ ออกมาเป็นค่าพลังงานร่างกาย (Body Batterry)  และแบ่งแยกสภาพความเครียดทางจิตใจในแต่ละวันได้อีกด้วย ความสามารถทั้งหมดที่กล่าวมา เมื่อนำสมาร์ทวอทช์ในตลาดมาเทียบกันแล้ว ก็ไม่มีแบรนด์ไหนเลยครับ ที่จะใส่เอาทุกอย่างมาครบขนาดนี้ บางตัวอาจจะตรวจจับคุณภาพการนอนได้ แต่ก็ไม่สามารถแบ่งแยกรายละเอียดระดับการนอนได้ บางตัวจับชีพจรทั้งวันก็จริง แต่เป็นการสุ่มจับเป็นช่วงๆ ไม่ได้บันทึกตลอดเวลา และบางตัวแม้จะบอกจังหวะการเต้นของหัวใจที่อาจเสี่ยงต่ออาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ จากการตรวจจับคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้ก็จริง แต่ก็ไม่สามารถบอกความเครียดและค่าพลังงานร่างกายสะสมแต่ละวันได้

มาถึงฟีเจอร์สำคัญของสมาร์ทวอทช์กันนะครับ ว่าด้วยความสมาร์ทของนาฬิกาอัจฉริยะ ซึ่ง Venu 2 ทำงานเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android  ส่งข้อมูลการแจ้งเตือนมาแสดงที่หน้าจอได้ทั้งสายโทรเข้า ข้อความ และการแจ้งเตือนแอปพลิเคชั่นต่างๆ แสดงภาษาไทยได้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังกดตอบกลับข้อความผ่านตัวนาฬิกาได้โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ รวมถึงการควบคุมแอปพลิเคชั่นอื่นๆ เช่น ความบันเทิง การสั่งงานเล่นเพลงบนแอปพลิเคชั่น Youtube Spotify และ Joox เชื่อมต่อกับชุดหูฟังไร้สายผ่านสัญญาณ Bluetooth และเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ทผ่านสัญญาณ Wi-fi ได้โดยตรง 

 

ไฮไลท์ด้านนี้คือ การรองรับระบบ NFC  ที่ใช้เป็นฟีเจอร์ Garmin Pay  มาร่วมมือกับระบบชำระเงินของบ้านเราอย่าง Rabbit Card ทำให้ เราสามารถเติมเงินไว้ในระบบ Garmin Pay จากนั้นนำนาฬิกาไปแตะเพื่อชำระสินค้า บริการต่างๆ ในร้านค้ามากมาย โดยไม่ต้องใช้เงินสด หรือโอนเงินให้วุ่นวาย การใช้งานระบบชำระเงินนี้ แม้แต่สมาร์ทอทช์เจ้าตลาดยักษ์ใหญ่ของวงการก็ยังต้องยอมแพ้นะครับ เพราะไม่สามารถใช้บริการในประเทศไทยได้ ดังนั้นการที่ Garmin จับมือกับ Rabbit Card นี่ถือเป็นการขยับที่สุดยอดมากๆ 

ถ้าจะพูดถึงความสุดยอดเรื่องต่อไปนี้ รับรองว่าสุดยอดแบบที่สุดจริงๆ ครับ กับอายุของแบทเตอรี่ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของสมาร์ทวอทช์แทบทุกตัว ด้วยการใช้งานต่อเนื่องได้ในหลักชั่วโมง ไปจนถึงเพียงวันกว่าๆ เท่านั้น แต่มาเจอกับ Venu 2 ที่เปิดใช้เป็นนาฬิกาแบบเบสิคได้ยาวนานถึง 11 ชั่วโมง และใช้เป็นสมาร์ทวอทช์ที่เปิดรับสัญญาณต่างๆ แบบปกติได้ 3 วันสบายๆ เลย เป็นข้อดีที่ Garmin ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยมครับด้วยการพัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์เองทั้งหมด ตลอดจน ระบบปฏิบัติการของ Garmin  เองก็ไม่ได้กินพลังงานอะไรมากนัก และโจทย์ที่มุ่งเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายที่ชอบความแอ็คทีฟ ทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ หรือออกกำลังกายเป็นสำคัญ ดังนั้น ไม่เพียงแค่ออกกำลังกายได้สมใจแล้ว ก็ยังต้องสามรถใช้งาน Venu 2 เป็นนาฬิกาอัจฉริยะในชีวิตประจำวันได้ข้ามวัน ชนิดที่ไม่ต้องมานั่งลุ้นกัน

 

จุดเด่นสุดท้ายก็คงต้องวกกลับมาที่ระบบสิ่งแวดล้อมของ Garmin ครับ ถึงแม้พวกเค้าจะไม่ได้ออกสมาร์ทโฟนของตัวเองอย่างแบรนด์ยักษ์ใหญ่ แต่แอปพลิเคชั่น Garmin Connect และ Connect IQ  ทำให้การเก็บ วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลของผลิตภัณฑ์ Garmin ทำได้ละเอียดสะใจสายแอ็คทีฟเป็นอย่างยิ่ง ในด้านความหลากหลายของข้อมูล ขอยกนิ้วให้เลยครับว่าแอปฯ นี้ตัวเดียว ครบถ้วนบริบูรณ์ที่สุดจริงๆ ไม่เคยเห็นแอปฯ ของค่ายไหนจะเยอะเท่านี้มาก่อน มาด้านความลึกก็ลึกจนสายออกกำลังแท้ๆ นำค่าที่ได้ไปช่วยให้เราแอ็คทีฟได้อย่างมีคุณภาพมากกว่าแค่มานั่งเปิดดูระยะทาง ดูเวลาของการออกกำลังกาย ยิ่งใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ของ Garmin เช่น หากคุณมี Edge อยู่ด้วยอีกตัวแล้ว  Venu 2 จะกลายเป็นตัวเก็บข้อมูลนอกเหนือจากเวลาออกกำลังกายที่ดีที่สุด และเชื่อมต่อ แลกเปลี่ยนค่าต่างๆ กับ Edge  มาประมวลใน Garmin Connect  

มาดูเรื่องข้อเสียกันบ้างนะครับ เพราะเพื่อให้ได้จุดเด่นทั้งหมดที่กล่าวมานี้ Venu 2  เองก็ต้องยอมเสียบางอย่างไปบ้าง

ข้อเสียที่พบได้หลักๆ คือการตอบสนองไม่รวดเร็วติดจรวด น่าจะเพราะเลือกใช้ฮาร์ดแวร์ภายในที่ไม่ต้องเร็ว แรงมากนัก เพื่อความประหยัดพลังงาน รวมถึงตัวหน้าจอที่ไม่ได้สัมผัสได้แบบลื่นๆ ติดนิ้วทันใจ ในอีกด้านหนึ่งก็คงเป็นเรื่องของความสมาร์ทที่ทำได้แบบเกือบสุดครับ เพราะถ้าไปเทียบกับสมาร์ทวอทช์เจ้าตลาด ที่สมาร์ทได้แบบไม่ต้องสนใจสายแอ็คทีฟตัวจริง ที่ทั้งรับสายจากตัวเรือน กดตอบข้อความผ่านคีย์บอร์ดบนหน้าจอ หรือลงแอปพลิเคชั่นได้สารพัดหลากหลายตามแต่ชอบใจ เจ้าตัว Venu 2 ยังไปไม่ถึงตรงนั้นครับ

 

สรุปสุดท้ายจากข้อดีและข้อเสียที่กล่าวมาทั้งหมด พอจะสรุปได้ว่า สนนราคา 13,xxx บาท นี้ Garmin Venu 2 เป็นสมาร์ทชอทช์ที่มีความสมาร์ทได้ในระดับแนวหน้า ตามมาตรฐานทั่วไปของนาฬิกาพวกนี้ในตลาดครับ แต่เพิ่มเติมด้วยฟีเจอร์ด้าการออกกำลังกายที่แน่นที่สุด คนที่น่าจะชื่นชอบ Venu 2 น่าจะเป็นสายออกกำลังที่กำลังมองหาสมาร์ทวอทช์ครบๆ เต็มๆ สักเรือนแต่รู้สึกว่าแบรนด์สายไอทีใช้ออกกำลังได้ไม่สะใจ หรือ จะเป็นสายเทคโนโลยีที่อยากมีนาฬิกาออกกำลังกายที่ครอบคลุมความต้องการพื้นฐาน โดยไม่เจาะจงชนิดกีฬาเฉพาะ 

November 4, 2021 cyclinghub 0 Comment