หมวกที่ได้ชื่อว่าเป็น”กระแส” แห่งความนิยม จนเราได้พบเห็นนักปั่นใส่กันอย่างล้นหลาม ตลอดจนมีทั้งของปลอม ของเลียนแบบ ของเทียบ ของเกรดสามเอ ในแต่ละยุค แต่ละช่วงก็เปลี่ยนหน้าสลับกันไปเรื่อยๆ เฉกเช่นเดียวกับกระแสแฟชั่นที่มาแล้วก็ไป อย่างไรก็ดี หากจะนึกถึงหมวกใบหนึ่งที่เป็นกระแสแรงข้ามหลายปี นิยมยอดเยี่ยมตั้งแต่วันที่ออกมา จนถึงแม้กระทั่งผ่านไปแล้ว 4 ปี ก็ยังได้รับความนิยมอยู่ โดยเฉพาะถูกคู่แข่งนำไปเป็นบรรทัดฐานในการพัฒนาหมวกออกมาแข่งขันกันทางการพัฒนา คงไม่พ้น Specialized Evade หมวกที่รูปร่างเตะตาที่สุดใบหนึ่งของประวัติศาสตร์การออกแบบหมวกจักรยาน

จุดกำเนิดแรกในอุโมงค์ลมของพวกเขาเอง ทำให้ Specialized มีเวลาทุ่มให้กับการพัฒนาหมวก Evade ในรุ่นแรกได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องไปเช่าอุดมงค์ลมเพื่อตรวจสอบรูปทรงที่ต้องการออกแบบ และนั่นทำให้ Evade เป็นหมวกเสือหมอบแบบแอโร่ฯ ที่มีความแอโรไดนามิคส์สุงที่สุดในเวลานั้น รวมถึงหลายปีต่อมา ถ้านับถึงระดับท็อป 5 ของหมวกเสือหมอบแอโร่ฯ ก็จะเห็นว่า Evade ก็ยังคงมีรายชื่อติดโผอยู่ แม้ว่าจะเสียคะแนนให้กับคู่แข่งที่เกิดตามมา รวมถึงแนวโน้มการพัฒนาหมวกที่แตกต่างออกไปในเวลาต่อมาไปบ้าง ซึ่งในบรรดาข้อเสียที่ Evade แรกมีและถูกคู่แข่งพัฒนาแซงหน้าก็ได้แก่เรื่องของน้ำหนักหมวกที่ค่อนข้างมาก ตลอดจนความสามารถในการระบายอากาศที่โดนหมวกในสมัยต่อๆมาทำได้ดีกว่า ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุที่ในการวิจัยเพื่อพัฒนารูปทรงของ Evade พวกเขาเน้นรูปทรงที่ทำความเร็วได้ดี มีความแอโรไดนามิคส์สูงมากที่สุดเท่าที่หมวกเสือหมอบจะทำได้ (ในขณะนั้น หมวกใบนี้ทำความแอโร่ฯได้ดีกว่าหมวกไทม์ไทรอัลยุคก่อนหน้านั้นบางใบด้วยซ้ำ) ซึ่งในเวลาต่อมา หัใจของความลู่ลม การบริหารอากาศที่ผ่านไป เปลี่ยนแนวคิดจากรูปทรงของหมวก มาอยู่ที่การสร้างช่องทางระบายอากาศภายในที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อากาศที่ไหลผ่านทั้งด้านในและนอก มีความเรียบลื่น เกิดกระแสอากาศด้านหลังน้อยที่สุด หมวกจึงไม่ต้องมีรูปร่างที่เทอะทะ และปิดทึบอีกต่อไป และอาศัย่องทางระบายอากาศที่ดีนั้น ช่วยในการระบายความร้อนภายในอีกด้วย

และนี่ก็คือก้าวสำคัญที่ Evade II ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ในเมื่อหมวกใบเดิมของพวกเขา ยังมีสมรรถนะสูงชั้นนำในตลาด และมีคู่แข่งที่เข้ามาชิงความเป็นยอดไป มากมายหลายรุ่น หลากยี่ห้อ ทีมวิจัยเพื่อพัฒนาของ Specialized จึงต้องสร้างโจทย์ของ Evade II ที่ทำความเร็วได้ไม่แพ้เดิม ระบายอากาศได้ดีกว่าเดิม และมีน้ำหนักที่เบากว่าเดิม รวมถึง มีรูปร่างภายนอกที่ดู”ร่วมสมัย” มากขึ้น ในที่สุดหลังจากที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องหลายปี ทั้งภายในและภายนอก พวกเขาก็จบลงที่ดีไซน์ของหมวกใบใหม่ ซึ่งยังคงมีเค้าลางของรูปทรงและจังหวะในการออกแบบของรุ่นเดิมอยู่อย่างเต็มตัว แต่รูปลักษณ์ภายนอกที่ชัดเจนคือทรงหมวกที่สั้นง ช่องเปิดบนหมวกที่ใหญ่และมากขึ้น  ท้ายหมวกดูกระชับกว่ารุ่นแรก ซึ่งโดยรวมทำให้มันดูทันสมัยมากขึ้นมาก

 

ด้านท้ายของหมวกน่าจะเป็นจุดที่สะดุดตาที่สุด หัวหน้าทีมออกแบบให้ข้อมูลว่า ช่องเปิดด้านหน้าจะไร้ซึ่งความสามารถใดๆเลยหากไม่มีช่องทางให้อากาศไหลผ่านออกไปได้ ดังนั้นนี่คือการแก้ปัญหาแรกที่สุดของพวกเขา พวกเขาสร้าง Evade II ให้มีช่องระบายอากาศทางด้านหลังที่ใหญ่ ใหญ่กว่าด้านหน้าเสียด้วยซ้ำ นั่นช่วยให้กระแสของอากาศไหลผ่านภายในผ่านไปได้อย่างเร็ว รวมทั้งร่องระบายในหมวกที่ลึกและกว้างขึ้นกว่ารุ่นเก่า เชื่อมโยงช่องเปิดต่างๆของหมวกเอาไว้ ทำให้กระแสอากาศผ่านเข้าไปได้ในความเร็วที่น้อยลง หรือพูดง่ายๆคือ ขี่ช้าก็ยังมีลมเข้าหมวก และเป็นปัจจัยให้หมวกใบนี้เคลมว่าเป็นหมวกแอโร่ฯเต็มตัว ที่ใส่แล้วเหมือนใส่หมวกเสือหมอบปกติมากที่สุด

พวกเราตั้งคำถามมาอย่างยาวนานว่า Evade II จะออกมาเป็นเช่นไร เพราะจากการเปลี่ยนแปลของแนวทางการออกแบบระยะหลังจากที่ Evade เปิดตัว ก็เป็นเรื่องที่น่าจับตามองว่าพวกเขาจะขยับไปทางไหน แ่ผลงานในรอบนี้ค่อนข้างทำให้พวกเราประหลาดใจอยู่ไม่น้อย พวกเขาเลือกที่จะใช้สิ่งที่เรียบง่ายมาประกอบเป็นหมวกใบหนึ่งมากกว่าจะใส่เอาชีลด์กันแดด หรือ MIPS เข้ามาแบบหมวกอื่นๆในท้องตลาด  สิ่งเดียวที่ดูแล้วล้ำสมัยคือคลิปรัดแบบแม่เหล็กแทนที่ระบบคลิปเก่า คลิปแม่เหล็กนี้ สามารถใช้งานได้สะดวกด้วยมือเพียงข้างเดียว ทั้งการใส่และถอด แต่ก็แน่นหนาเมื่อปรับกระชับแล้วยังคงรักษาให้หมวกอยู่บนศีรษะของคุณได้อย่างมั่นคง ซึ่งนอกเหนือจากนี้ ไม่มีอะไรเป็นความ”แฟนซี” อื่นๆที่คุณจะเห็นได้ใน Evade II แต่อย่าเพิ่งมองว่านี่คือหมวกเบสิค ที่เปลี่ยนโฉมกันเท่านั้น ขอเพียงคุณได้มีโอกาสจับหมวกมาถือเอาไว้ รับรองว่าคุณจะต้องหลงใหลในคุณภาพงานประกอบและชิ้นส่วนต่างๆของหมวกอย่างแน่นอน บอกลาสติ๊คเกอร์ราคาถูกที่แปะบนหมวกใบละเกือบหมื่นไปเสีย เพราะในครั้งนี้ Evade II  ใช้งานประกอบสำเร็จมาแบบหมวก premium

สิ่งที่สะดุดใจสักหน่อยในการส่องหมวกครั้งแรกในโอกาสนี้ เราไม่ค่อยปลื้มใจกับตัวเลือกสีต่างๆของหมวกมากนัก สีที่มีดูแล้ว”เรียบ” ไปสักหน่อย อาจเพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะออกแบบให้มีสีสันเส้นสายอยู่กับจังหวะของรูปทรงและช่องเปิดแบบนี้ได้ง่ายนัก แต่การที่หมวกดูจืดไป ก็ลดทอนความสะดุดตาไปไม่น้อย แต่นี่ก็เป็นเพียงเรื่องของรสนิยมเท่านั้น อาจมีคนที่ถูกใจกับรูปทรงใหม่เฉี่ยว กับสีเรียบแบบโมเดิร์นคลาสสิคแบบนี้อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนชอบสีสันจัดจ้าน รับรองว่าหมวกสีฟ้าสด และสีเทาเงิน (ซึ่งเข้ากันดีเหลือเกินกับเฟรม Specialized สีพิเศษของปีเอตร์ ซากาน) จะทำให้คุณต้องเกิดอาการคันอยากได้มาครองแน่นอน

จุดที่น่าสนใจ : หมวกแอโร่ฯที่เบา ระบายอากาศได้ดี เหมือนหมวกเสือหมอบปกติ

จุดที่อาจผิดหวัง : ความเบาและเย็นจะทำได้ดีแค่ไหน และสีสันที่มีคัวเลือกถูกใจไม่ง่าย

 

July 31, 2018 cyclinghub 0 Comment