คงไม่ต้องอธิบายกันมากว่ารองเท้า Bont เป็นแบรนด์อะไรนะครับ เอาเป็นว่าสรุปง่ายๆคือ เขาเป็นแบรนด์ที่เก่งเรื่องคาร์บอนมาก่อนแล้วพอมาทำรองเท้าจักรยาน ก็อาแนวคิดการสร้างรองเท้าให้พอดีกับรูปทรงของเท้าที่สุดผสมกับความเชี่ยวชาญเรื่องคาร์บอน มาสร้างเป็นรองเท้าที่สามารถอบร้อนเพื่อดัดให้รูปทรงรองเท้า เข้ากับเท้าเราได้อย่างดีที่สุด นั่นก็เพื่อความต้องการของนักปั่น ที่ต้องการรองเท้าที่ส่งกำลังได้อย่างดีเยี่ยม ในทุกๆอณูของวงรอบการปั่นจักรยานของเรา นี่คือนิยามของรองเท้า Bont ที่เรารู้จักกันมาโดยตลอด และแน่นอนว่า แฟนๆรองเท้ายี่ห้อนี้เองก็ยกนิ้วให้กับสรรพคุณดังกล่าวอย่างถ้วนหน้า โดยเฉพาะแฟนตัวยงอย่าง จุฑาธิป มณีพันธุ์ สปรินท์เตอร์ทีมชาติไทยของเรา ใช้และหลงรักในรองเท้า Bont มาโดยตลอดด้วยเหตุผลว่า พออบให้มันพอดีเท้า เข้ารูปแล้ว รู้สึกว่ารองเท้าเป็นส่วนหนึ่งของเท้า สามารถระเบิดพลังออกไปได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

จนล่าสุด Bont เปิดตัวรุ่นท็อปตัวใหม่ Bont HELIX ที่ออกแบบให้ล้ำเหนือชั้นเข้าไปอีกขั้น เพราะไม่เพียงแต่พื้นและโครงรองเท้าด้านข้างจะสามารถอบร้อนและดัดให้เข้ากับเท้าของเราได้ ตัวสายสลิงที่ทำหน้าที่รัดกระชับด้านบน ยังทำหน้าที่โอบรัดเท้าทั้งหมด หมุนวนเป้นเกลียววนขึ้นลงระหว่างหลังเท้าและโครงสร้างรองเท้า เพื่อรัดให้เท้ากับรองเท้าเป็นส่วนหนึ่งเดียวกันยิ่งกว่าเดิม จากเดิมที่ต้องใช้สายรัดและปุ่มหมุนเพื่อรัดให้รองเท้าแน่นกระชับที่ด้านบน แต่คราวนี้ การหมุนปุ่มหมุนเพียงปุ่มเดียว จะดึงสายสลิงที่ร้อยวนรอบๆเท้าให้รัด รับกับรูปเท้าพอดีทุกส่วนเท่าๆกัน เป็นอีกนวัตกรรมการออกแบบที่ล้ำหน้า และแน่นอนว่ามันต้องการการผลิตที่ยุ่งยากยิ่งกว่าเดิมมาก และเป็นที่มาของค่าตัวที่สูงลิ่วระดับเอ็กซ์คลูซีฟ

และยิ่งพิเศษไปกว่านั้น Bont ได้เปิดตัวสีพิเศษคอเล็คชั่นใหม่ล่าสุด Reflex Collection ในโทนสีที่เรียกว่า “Titanium Series”สีพิเศษที่สามารถสะท้อนแสงได้ ทั้งตัววิสดุที่ใช้สีพิเศษ สะท้อนแสงยามตกกระทบ และ ส่วนที่สะท้อนแสงมากขึ้นแบบผิวของดลหะ โอกาสนี้เราเลือกที่จะทดสอบ HELIX Reflex Collection Tatanium Silver หรือสีเงินไทเทเนียม เพราะอยากเห็นว่ารองเท้าจะขึ้นไฟขนาดไหนยามค่ำคืน (อีกสีคือ Tatamium Black จุดสีเงินจะสะท้อนตัดกับพื้นสีดำชัดเจนมากกว่า) แนวคิดของคอเล็คชั่นนี้ เกิดมาจากการออกแบบรองเท้าที่เห็นได้ชัดยามอากาศปิด เช่นฝนตก กลางคืน หรือ ช่วงสลัวแบบหน้าหนาวในยุโรป และมันก็กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้รองเท้าไฮเอ็นด์คู่นี้ยิ่งล้ำค่ามากขึ้นไปด้วย

สัมผัสแรกที่เราได้รับคือน้ำหนักที่จัดว่าเบามาก แม้ว่าการออกแบบทั้งหมดจะมีรายละเอียดเยอะแยะ รวมถึงสีพิเศษ ทำให้เราไม่ได้คาดหาความเบาจากรองเท้าซีรีส์นี้ อีกประการคือความแคลงใจที่จะใช้รองเท้าที่แข็งสุดๆขนาดนี้กับการปั่นระยะยาวๆจะเป็นอย่างไร แต่เมื่อเปิดกล่องออกมาก็ทำให้เราต้องรู้สึกว่า จะใส่สบายหรือไม่ก็ขอใส่ล่ะ เพราะมัน”สวย” เด่นเสียจริงๆ คุณจะไม่สามารถหารองเท้าที่เด่น มีเอกลักษณ์ และ รู้ว่ามันคืออะไรตั้งแต่ระยะ 50 เมตรแบบีน้อีกแล้ว รวมถึงมาตรฐานงานผลิตที่สุดยอดมากๆ ไม่ว่าจะเป็นรอยเย็บ ตะเข็บ การเก็บงาน สมกับราคาค่าตัวระดับรองเท้าปั่นไฮเอ็นด์อย่างที่สุด แม้แต่งานสีด้านใต้พื้นคาร์บอนก็ยังเก็บได้คม เส้นสายสมบูรณ์แบบ ด้านบนนั้นก็มองหาตำหนิเส้นด้ายที่ไม่เรียบร้อยไม่เจอ ถึงคู่ที่เราได้รับมาทดลองจะเป็นคู่ที่ผ่านมากโชว์ในงานเปิดตัวมาแล้วก็เถอะ แต่สภาพและความพรีเมี่ยมยังคงชัดเจนในตัวมันเอง

สีนั้นอาจจะไม่เหมือนกับที่เราได้ข่าวมาก่อน เพราะเราไม่คาดคิดว่ามันจะออกมาเป็นแนวนี้ ความขาวของรองเท้าสี Silver นั้น ออกไปทางโทนเทาๆมากกว่า ส่วนจุดๆสีเงินๆทั้งหลาย แรกเริ่มเลยก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันสะท้อนแสงอะไรเลยครับ แต่พอเข้าที่สลัวลงสักนิด เอาไฟตบเข้าสักหน่อย เราก็ถึงบางอ้อทันที เพราะ รองเท้าจะสะท้อนแสงเป้นสี”ขาว” อย่างชัดเจน อันที่จริงต้องบอกว่านี่ไม่ใช่สีขาวครับ มันคือการสะท้อนแสงกระทบลงมา คล้ายๆกับสีของเส้นบนพื้นถนนนั่นแหละ มองแรกๆมันก็งั้นๆแต่พอไฟสาดมา เมหือนกับตัวมันเองกำเนิดแสงได้ ซึ่งนี่คือความ”ขาว” ของคู่นี้ และแน่นอน จุดสะท้อนแสงทั้งหลาย เปล่งประกายสมกับชื่อ Silver จริงๆนั่นแหละครับ

เอาล่ะครับ ออกจากเรือ่งราวของภาพลักษณ์ภายนอก มาคุยเรื่องสาระการออกแบบโครงสร้างและการทำงานกันบ้าง รองเท้า HELIX ออกแบบให้โครงรองเท้าคาร์บอน ต่อเนื่องจากพื้นรองเท้าโอบอุ้มขึ้นมาที่ด้านข้าง โดยรู้สึกชัดเจนที่สุดที่ช่วงส้นเท้าและเอ็นร้อยหวาย (ฝรั่งเรียกการโอบอุ้มตรงนี้ว่า “คัพ” ที่แปลว่าถ้วย มันเหมือนเป็นถ้วยที่พอดีกับส้นเท้าเรา) และช่วงด้านข้างของเท้าทั้งฝดซนสามเหลี่ยมด้านหน้าที่ส่งกำลัง และอุ้งเท้าที่ตัวโครงมีเคิร์ฟรองรับเอาไว้ แน่นอนว่ามันไม่ได้พอดีมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก แต่ต้องผ่านการอบก่อน โครงสร้างคาร์บอนทั้งหมดนี้ก็จะพอดีกับเท้าของผู้ใส่

และสิ่งที่ทำให้เราว้าวได้เมื่อลองใส่แรกคือ การที่สายสลิงของรองเท้า วนอยู่รอบๆเท้า กินอาณาเขตเป็นบริเวณกว้าง เมื่อหมุนปุ่มปรับเข้าไปแล้ว รู้สึกได้ทันทีว่า สายสลิง กำลังดึงให้รองเท้าโอบแน่นเข้ามามากขึ้น ยิ่งหมุนแน่นเท่าไหร่ รองเท้ายิ่งแน่นโดยไม่มีจุดกดทับให้รู้สึกได้ และนี่คือสิ่งสำคัญที่ HELIX ออกแบบออกมาอย่างจงใจ

เอาล่ะครับ เดี๋ยวรอชมการรีวิวหลังการใช้งาน ทั้งเรือ่งของสมรรถนะที่เราจะนำมันไปขึ้นเขาดูซิว่าแรงบิดสุงๆนานๆ รองเท้าจะทั้งแข็งและสบายแค่ไหน ตลอดจน ภาพของรองเท้าที่ต้องแสงไฟยามค่ำคืนในที่มืด ที่คุณจะได้เห็นด้วยตาตนเอง พบกันได้ ไม่นานข้างหน้านี้ ที่นี่เลยครับ

Tag :: BontShoes
July 24, 2019 cyclinghub 0 Comment