เกียร์ไฟฟ้านี้ ถือเป็นพัฒนาการของวงการจักรยานที่ดูแล้วใหม่ทันสมัยมากๆ แต่ความเป็นจริงนั้น เทคโนโลยีนี้ถูกเริ่มพัฒนามายาวนานเกือบๆจะ 2 ทศวรรษเข้าไปแล้ว และได้ออกมาวางจำหน่ายและถูกใช้อย่างจริงจังกว่า 1 ทศวรรษ แต่ด้วยราคาที่ยังนับว่าไม่ถูกสำหรับทุกๆคนนี้เอง ที่ยังทำให้มีความสงสัยและคำถามว่า อะไรคือความได้เรปียบ และมันคุ้มค่าหรือไม่กับการใช้เกียร์ไฟฟ้า คำถามเหล่านี้ เกิดมาพร้อมๆกับความสงสัยในข้อดี ข้อเด่นของเกียร์ไฟฟ้า ที่จะนำมาเล่าให้ฟังในวันนี้นั่นเอง

 

กำเนิดเกียร์ไฟฟ้า ข้อดีของความแน่นอน

กำเนิดของเกียร์ไฟฟ้านั้น เกิดมาจากความต้องการในการลดข้อบกพร่องของระบบเกียร์สายที่เกิดจากสายเคเบิลที่หย่อน หมดอายุ เพราะเมื่อสายเริ่มหย่อน การเปลี่ยนเกียร์ก็จะไม่เป๊ะเหมือนเดิม ส่วนเมื่อสายเริ่มเก่า หมดอายุ สายฝืดอยู่ภายในปลอก เวลาเปลี่ยนกียร์ก็ไม่รวดเร็ว จนถึงสามารถติดขัดได้นั่นเอง สำหรับนักแข่งโปรทีม ที่ใช้สายเกียร์ และระบบเกียร์เปลืองอย่างมาก กล่าวคือ แทบจะเปลี่ยนสายเกียร์กันในทุกๆไม่กี่สัปดาห์ เรื่องพวกนี้นับว่ากวนใจอย่างมาก ดังนั้น วิธีการแก้ปัญหาคือ ใช้ระบบไฟฟ้ามาทำหน้าที่ควบคุมสับจานและตีนผีนั่นเอง  และได้รับการยอมรับในเวลาอันรวดเร็วจากความแน่นอนของการใช้งาน หรือเรียกง่ายๆว่าเมื่อปรับตั้งให้ตรงแล้ว มันจะไม่มีวันเพี้ยนอีกเลย นอกจากเกิดอุบัติเหตุ

นักปั่นเองก็ไม่ต้องพะวงกับจังหวะ และน้ำหนักการกดชิฟท์เกียร์แบบเดิม เพราะปุ่มที่่กดนั้น ให้ระยะและน้ำหนักที่เท่าเดิมในการขยับเกียร์ทุกครั้ง แถมยังสามารถปรับให้มันหลบหลีกแนวโซ่ได้เอง ไม่ต้องคิดอะไรมากเลย ทั้งหมดนี้คือความ”แน่นอน” ที่ได้มาจากเทคโนโลยีไฟฟ้า

 

ชีวิตง่ายและรวดเร็ว

นอกจากการใช้งานที่มั่นคงแน่นอนขึ้นนั้น สำหรับช่างประกอบจักรยานแล้ว เกียร์ไฟฟ้า ช่วยทำให้การประกอบจักรยานคันๆหนึ่งทำได้ง่ายและเร็วขึ้นมาก รวมถึงการดูแลรักษาต่างๆอีกด้วย เนื่องจากเมื่อไม่มีเคเบิลมาเกี่ยวข้อง ช่างสามารถไล่ปัญหาต่างๆได้รวดเร็วขึ้นมาก และแก้ปัญหาต่างๆด้วยวิธี”เปลี่ยนอะไหล่” ไปเลย ดังนั้นในโปรทีม จึงมีสายไฟ ชิ้นส่วน และ แบตเตอรี่ สำหรับเปลี่ยนใช้งานเอาไว้มากมาย การปรับตั้งเกียร์ก็ทำได้ง่ายและเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก

โอกาสที่เกียร์ไฟฟ้า จะทำงานผิดพลาด แบบไม่มีอุบัติเหตุอะไรมาก่อนนั้น มีน้อยกว่าเกียร์ระบบสายเคเบิล เพราะถ้ามันถูกใช้งานของมันดีๆ ตามปกติแล้ว จะมีอายุการใช้งานยาวนานได้เป็นปีๆโดยที่ไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับมันอีกเลย อย่างมากก็แค่เสียบสายที่หลวมใหม่เท่านั้น ในจักรยานที่ใช้เีกยร์ไฟฟ้าบางคัน พบว่า สามารถใช้งานโดยชาร์จไฟแล้วออกไปขี่ปกติ นาน 2-3 ปี โดยไม่เกิดปัญหาทางกลไกเลยแม้แต่นิดเดียว เทียบกับเกียร์สายแล้ว ลองคิดดูว่า คุณจะพบกับปัญหาสาย สปริง และจุดหมุนต่างๆมากวนใจตามระยะเวลาของมัน

สำหรับคนที่ชอบเดินทาง เกียร์ไฟฟ้า ทำให้คุณสามารถถอดชิ้นส่วนเพื่อแพ็คขักรยานได้ง่ายขึ้นมาก เพียงดึงจุดต่อสายไฟออก ก็สามารถถอดตีนผีมาเก็บไว้แยกต่างหากได้เลย  และเมื่อเสียบกลับเข้าไปใหม่ คุณก็ไม่ต้องกังวลว่าเกียร์จะเปลี่ยนไม่เหมือนเดิม

 

ดัดแปลงได้ง่าย

ถ้าคุณอยากได้ปุ่มกดเกียร์เพิ่มที่แฮนด์ด้านล่าง ที่บาร์ด้านบน หรือ ที่ปลายของแอโรบาร์ เกียร์สายสามารถทำได้นะครับ แต่ มันต้องใช้การเดินสาย โมดิฟาย และความรุงรังของสายกับชิ้นส่วนต่างๆไม่น้อย ในขณะที่เกียร์ไฟฟ้า คุณเพียงแค่ต่อสายเข้ากับมือชิฟท์เตอร์ และเลือกติดตั้งตัวเปลี่ยนเกียร์เพิ่มตามที่ต้องการได้เลย ทำให้การควบคุมรถ ไม่ได้ถูกควบคุมอยู่ที่ตำแหน่งเดียวเท่านั้น ข้อนี้เป็นข้อที่เกียร์สายแทบจะไม่มีทางเทียบได้เลยแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตาม ของทุกอย่างล้วนมีข้อดีและข้อเสียทั้งสิ้น ต่อไปนี้ คือ สิ่งที่คุณจะพบเมื่อพูดถึงปัญหาของเกียร์ไฟฟ้า บางปัญหาเป็นเรื่องง่ายๆ บางปัญหาเป็นปัญหาระดับชาติของโปรนักปั่น และบางปัญหานั้น ต้องใช้เงินมากในการแก้ไขสิ่งทีเ่กิดขึ้นเพื่อให้จักรยานของคุณออกไปขี่ได้

 

ในการแข่งขันเสือหมอบชิงแชมป์โลกที่เพิ่งผ่านไปไม่นานนี้ ในรุ่นหญิง เรื่องราวดราม่าเกิดขึ้นกับนักปั่นสาวทีมชาติเดนมาร์ค “อูทรัป ลุดวิก” ที่กำลังมีลุ้นโพเดี้ยมอยู่ที่ด้านหน้าของการปั่น แต่แล้ว จักรยานของเธอก็เกิดปัญหาอย่างที่ไม่รู้ตัวมาก่อน เมื่อเธอไม่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ขึ้นมากระทันหัน จนต้องขี่เกียร์เดียวในช่วงสุดท้ายของการแข่ง เข้าเส้นชัยไปในอันดับที่ 8 อย่างเศร้าหงอย ดับฝันโอกาสคว้าเหรียญของเธอไปในทันที พร้อมๆกับที่เธอนั่งเศร้าร้องไห้อยู่คนเดียว ทีมช่างก็พากันหัวเสียค้นหาสาเหตุของปัญหานี้อย่างที่สุด แน่นอนว่าไม่ใช่”แบตหมด” เพราะพวกเขา ตรวจแบตเตอรีทั้งคืนก่อนแข่งขันและเช้าวันแข่งขัน แต่มันคือปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดของระบบไฟฟ้า นั่นเอง

 

ในการใช้งานระบบเกียร์ไฟฟ้า มีนักปั่นจำนวนมากมายที่พบปัญหา”ความเสียหาย” ในส่วนต่างๆทีเกิดขึ้นอย่างไม่มีปีไม่มีขลุ่ย เช่น สายไฟที่งอจนเกิดอาการแตกหัก ช็อตภายใน ไปจนถึงแบตเตอรีที่ชื้น จนความชื้นทำให้แบตฯเสียหาย ทั้งหมดนี้ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เีกยร์จะ”ไม่ทำงาน” หรือพูดง่ายๆคือ จักรยานคันนั้นนับว่าไร้เกียร์ก็ว่าได้ ผิดกับเกียร์สาย ที่เมื่อเกิดปัญหาขึ้น แม้จะไม่สมบูรณ์ แต่มันก็ยังพอจะทำงานต่อไปได้ มีนักปั่น 2 คนในระดับดลกที่นิยมใช้เกียร์สายปกติมากกว่าเกียร์ไฟฟ้า แม้ว่าทีมของเขาจะมีเกียร์ไฟฟ้าก็ตาม ได้แก่ ฟาเบียน คันเชลลารา และ อเลฮานโดร วาลเวอร์เด ทั้งคู่ใช้เกียร์สายในช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ของพวกเขา แม้จะไม่บอกเหตุผลว่าเพราะอะไร แต่เชื่อได้ว่า น่าจะเป็นเรื่องของความมั่นใจในระบบนี้อเอง

 

สำหรับโปรนักแข่งทั่วๆไป ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพวกเขา เพราะเมื่อรถมีปัญหาสักอย่าง ทีมงานสนับสนุนก็พร้อมจะเข้ามาเปลีย่นรถให้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีเท่านั้น พวกเขาก็จะได้รถใหม่ที่ไร้ปัญหา แต่สำหรับนักปั่นทั่วๆไป หากปัญหาต่างๆเกิดขึ้นระหว่างงานปั่น 160 กม. คุณแทบจะทำอะไรไม่ได้เลยกับระบบไฟฟ้า ตรงข้ามกับระบบสายเคเบิลแบบดั้งเดิม ที่คุณสามารถ”โมดิฟาย” แก้ไขปัญหาได้ง่ายมาก นักปั่นสายท่องเที่ยวทางไกล ที่เน้นเดินทาง จึงยังไม่นิยมใช้เกียร์ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์คู่ใจของพวกเขาแพร่หลายนัก เพราะปัญหาต่างๆอาจเกิดที่ไหนก็ได้ พวกเขาต้องการอุปกรณ์ที่สามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้้เมื่ออยู่กลางป่าลึก หรือทะเลทรายกว้างไกล

เชื่อไหมล่ะครับ แม้ว่าสายเคเบิลจะขาด แต่ จากที่เคยสัมภาษณ์นักปั่นสายโหดปั่นข้ามทะเลทรายมา เขาสามารถใช้สายเกียร์เก่าๆ กาว และเทปพันสายไฟ ต่อสายเกียร์ให้สามารถขี่ต่อไปได้กลางทะเลทรายมาแล้ว

 

ในปี 2020 นี้ เกียร์ไฟฟ้า จะเป็นความแน่นอน ของทุกคนหรือไม่นั้น เราคงตอบไม่ได้ครับ เพราะ แม้ว่าราคาจะลดลงมามาก ในคลาดมือสอง เราสามารถหาเกียร์ไฟฟ้า 10 สปีด หรือ ชุดอัพเกรดของ Ultegra Di2 ขายต่อกันในราคาราว”หื่นบาท” ไม่ยากเลย  มันถูกเสียยิ่งกว่าหมวกกันน็อครุ่นใหม่ๆเสียอีก แต่ก็ยังมีนักปั่นที่ทั้งนิยม และ ไม่นิยมเกียร์ไฟฟ้า ซึ่งจะอยู่เป็นดลกคู่ขนานกันต่อไป ไม่น่าจะสามารถเข้ามาแทนที่ได้ในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอนครับ

…แต่อนาคตอันไกลนั้น ก็ไม่แน่นะครับ เพราะความไม่แน่นอน คือความแน่นอนที่สุด

October 5, 2020 cyclinghub 0 Comment