สวัสดีครับพี่น้องนักปั่น ชาวมิตรรักสหายแห่งโลกสองล้อทุกถ้วนทั่ว วันนี้ถึงเวลาพอเหมาะที่จะกลับมาคุยกันกับเรื่องราวของจักรยานในมุมมองของข้าพเจ้า แบบเดิมๆอีกหนึ่งหน เพราะการได้บ่มเพาะเอาสิ่งที่คิดอยู่ในมโนคติแห่งตัวเราออกมาก็ได้มาถึงจุดสิ้นสุดลงแล้ว บัดนี้ก็เป็นจังหวะที่เหมาะที่สุดที่จะได้ร่ายกาพย์เรื่องนี้ให้สดับกันพอเป็นพิธี บอกไว้ก่อนเลยนะครับว่า สาระอาจไม่หนักหนา แต่เรื่องความแซ่บนั้นรับรองว่าสาหัส และเตือนกันเอาไว้ ณ ตรงนี้เลยว่า “ยาว” แน่นอน ใครไม่ชอบอ่านแบบยาวๆ ไปรอฟัง Podcast เอาครับ ซึ่งก็ไม่มีทางได้รส ได้อรรถ เช่นนี้อย่างแน่ที่สุด เอาล่ะ เข้าเรื่อง

 

“โลกไม่เคยหยุดอยู่กับที่”

วลีนี้ใช้ได้ผลกับทุกๆวงการอย่างไม่ต้องสงสัย กับจักรยานเองก็เช่นกัน เมื่อย้อนรำลึกไปในอดีตกาลนานมา จัรกยานเราเปลี่ยนรูปแบบหน้าตากันมาชนิดที่แทบหาเค้าโครงเดิมไม่ได้ ย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 19 ที่จักรยานเป็นรถเท้าไถทำจากไม้ มาจนถึงทุกวันนี้  มีอะไรบ้างที่เป็นนวัตกรรมอันสุดอวกาศ คุณลองนึกภาพคุณเป็นสุภาพบุรุษยุคแจ็คเดอะริปเปอร์ ที่ได้เห็นจักรยานยุคนี้ ทุกชิ้นในนั้นมันคือยานอวกาศชัดๆ นับตั้งแต่สายเบรค ก้ามเบรค ยางนอก ยางใน ซี่ล้อ ดุมล้อ เกียร์ โอ้โฮเฮะ นี่มันยานบินจากดาวไหนกันเนี่ย ใช่แล้วครับ เพราะการแข่งขันและการพัฒนา จักรยานจึงไม่เคยหยุดอยู่กับที่ เมื่อเวลาผ่านเลยไป ผลลัพธ์จึงออกมาแทบจะไม่เหลือรากพันธุ์แห่งบรรพบุรุษเอาไว้แล้ว ทว่า หากมองในมุมกลุบกัน ในเพียงชั่วชีวิตของเรานั้น หนึ่งระยะเวลาการกำเนิดเกิดขึ้นและตายดับกลับสู่แผ่นธรณี จักรยานเรามีอะไรบ้างที่ผุดเข้ามา โครงคาร์บอนงั้นหรือ ไม่เลย เจ้าวัสดุนี้ที่เหมือนจะเพิ่งมีมาไม่นาน อันที่จริงแล้ว วัสดุนี้เริ่มเอามาใช้พัฒนาจักรยานกันตั้งแต่สมัยยุค 70s ใช่ครับ ฟังไม่ผิดครับ ยุคที่อาไอโรจน์ ใจสิงห์ เป็นพระเอกทะเล้นขาวตี๋พลิกธรรมเนียมพระเอกพิมพ์นิยมของเวลลานั้น และเข้ามาสุ่ตลาดอย่างเบาๆในช่วงเดียวกับที่ติ๊ก ชิโร่ ออกมานำเสนอผลงานเดี่ยวในอัลบั้มแรก นี่คือชีวิตของคาร์บอนไฟเบอร์ในวงการจักรยาน ถ้าจะนับไปที่ระบบเบรคซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะพูดถึงในบทความนี้กันแล้ว เจ้าดิสค์เบรค ตัวปัญหาและประจุเริ่มของความคิด มีมานานขนาดไหนกันนะ ถ้าบอกเป็นปีไป ก็คงจะไม่สามารถสื่อให้เข้าใจได้ชัดเจนนัก แต่หากผมเล่าว่า ดิสค์เบรคในจักรยานนั้น ถูกนำมาใช้ในเสือภูเขาก่อน โดยนำมาแก้ปัญหาเรื่องสภาพเส้นทางเปียกลื่น และกำลังเพบรคที่ไม่เพียงพอของระบบเบรคแบบเดิมๆ (เบรคผีเสื้อ ก่นอจะมาเป็นวีเบรค) ลองฟังเพลงนี้นะครับ แล้วหลับตานึกถึงตัวคุณในตอนนั้น นี่แหละครับ เพลงที่มาพร้อมๆกับระบบดิสค์เบรคจักรยานเข้ามาในตลาดจริงจัง

น่าจะเป็นที่พอหอมปากหอมคอกันไป กับย้อนรำลึกวันวานยังหวานอยู่ กับเสียงสะท้านทรวง ขยี้หัวใจของพี่อ๊อด คีรีบูน ในตอนนั้นใครยังขาสั้น รองเท้าผ้าใบ วิ่งหัวเกรียนหาตุ๊กตามาให้สาววันวาเลนไทน์คงพอนึกอารมณ์ออกครับ กลับมาเข้าเรื่องกันนะครับ นี่แหละครับคือจุดแรกๆที่จักรยานเริ่มเอาระบบเบรคนี้มาใช้ และมีการพัฒนาต่อมาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งใบดิสค์ที่ระบายความร้อนได้ดีขึ้น ขนาดของดิสค์ที่เหมาะสม ระบบการควบคุม การจัดการกับระบบน้ำมัน ต่างๆเหล่านี้ เราได้พัฒนามาจนดิสค์ของจักรยานแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากดิสค์ของพาหนะอื่นๆ แม้ว่าจะก่อกำเนิดมาด้วยจุดเริ่มต้นเดียวกัน ซึ่ง 30 ปีต่อมานี่เอง ที่ดิสค์เบรค กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธศึกใหญ่ที่อุตสาหกรรมจักรยานนำมาตีทะลวงแหกฝ่าวงล้อมชนิดทุบหม้อข้าวกันเลย โดยเริ่มชิมลางกันเบาๆกับเสือหมอบดิสค์เบรคในช่วงเวลาไล่ๆกับการเสียชีวิตของ สตีฟ จ็อบส์ ผู้ให้กำเนิดผลไม้ที่แพงที่สุดในโลกอย่าง”แอ็ปเปิล” เมื่อช่วงปี 2011 ใช่แล้วครับ นี่คือการยกพลขึ้นบกตีหัวหาดของอุตสาหกรรมจัรกยานที่ผ่านมาเกือบ 10 ปีเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถทะลวงฝ่าแนวรับอันแข็งแกร่งนี้ไปได้  มีบ้างหมู่ บางกองร้อย สามารถทะลวงข้ามบังเกอร์ปืนกลเข้าไปตีโอบด้านหลังกันได้ แต่ก็สุดจะทานทนกับปืนใหญ่ที่กระหน่ำเข้ามา รวมถึง การยิงสนับสนุนจากเนินเขาสูงที่สาดกระสุนปืนใหญ่ลงมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะคืบหน้ามาได้จากวันแรกที่กระสุนลั่นสนั่นหาดยาว แต่ก็ไม่มีท่าทีเลยว่าพวกเขาจะเข้ายึดที่มั่นเพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการกระจายกำลังดิสค์เบรคความหวังใหม่ของอุตสาหกรรมจักรยานโลกได้สำเร็จ

 

ก่อนอื่นผมต้องอธิบายตรงนี้นะครับ ว่า ต่อไปเราจะไม่มาเถียงกันเรื่องว่าดิสค์เบรคนี้ดีหรือไม่ เพียงพอหรือไม่ หรือจำเป็นหรือไม่ นี่คือบทวิเคราะห์และเรื่องราวสนุกๆของสิ่งที่เกิดขึ้น ซึมซับผ่านผู้เขียนที่ได้โลดแล่นเลียบเคียงอุตสาหกรรมจักรยานมาพอสมควรแก่การนำมาเบ่งเล่าให้สูดดมกันอย่างคนคุ้นเคย ดังนั้น เรื่องดราม่าต่างๆช่างหัวมันเอาไว้ที่อื่นโน่น ณ จุดนี้ มีเพียงวงเสวนาของมิตรรักแกล้มสุรารสเลิศใต้ต้นไม้ใหญ่รับลมเย็นพัดโชยมาจากชายเขาเท่านั้น ใครใคร่ฟังต่อก็หย่อนก้นลงนั่ง กระชับวงเข้ามาคุยกันตรงนี้ได้อย่ารอช้า แต่หากใครมีเวลาน้อย มีชีวิตเร่งรีบ ก็อย่าลืม กดแชร์บทความนี้เอาไว้ แล้วกลับมาร่วมวงเสวนาของเรากันต่อไปได้ครับ ผมไม่หนีไปไหน วณิพกวันนี้หยุดโคขรร่อนเร่ ขอทอดกายเพ้อรำพันเล่าขานในนิทานชวนหัวกับผุ้คนผ่านไปผ่านมาเลียบทางเปลี่ยวเช่นนี้แหละ

 

เมื่อย้อนกลับไปการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของจักรยานเมื่อวันวาน ที่ส่งต่อจากกระแสของอเมริกันชน เด้งมาที่เมืองผู้ดีอย่างสหราชอาณาจักรช่วงรอยต่อของปี 2009-2010 ที่จัดว่าผลิบานอย่างสวยงามต่อนเื่องกันยาวๆไปอีก 2 ปี นั่นทำให้จักรยานขายดีเป็นบ้าในเมืองฝรั่ง ซึ่งก็ลามต่อมายังเอเชียและตะวันออกกลางในเวลาไล่ๆกัน ยุคนั้น ทุกคนต้องเพ้อถึงจักรยานถึงจะเท่ โซเชียลของใครไม่มีรถถีบนี่เอาท์กันสุดๆ ถ้าจะคูลจริงๆต้องขี่ฟิกซ์เกียร์ไปกินเบียร์แล้วจอดเรียงกันเอาไว้หน้าผับ โอ้โฮ ยอดขายจักรยานในโลกพุ่งชนิดมีกลุ่มทุนต้องมาเทคอุตสาหกรรมจักรยานกันเต็มไปหมด นักลงทุน นักธุรกิจก็กระโดดเข้ามาเปิดร้าน เปิดธุรกิจจักรยานกันให้เพียบ ซึ่งมันก็ไม่ต่างจากไฟที่ไหม้ฟางแห้งเก่าๆในหน้าร้อนที่มีลมพัดเื่อย ยามเมื่อมีลมกรรโชกเข้ามาที ก็อือพัดลามไปติดเสียทั้งทุ่งได้อย่างไม่ยาก แต่เมื่อเชื้อฟืนนั้นเริ่มหมดไป ดั่งความต้องการของจักรยานใหม่ที่เริ่มไม่มีเข้ามา เพราะอะไร? ไม่ใช่เพราะคนเลิกปั่นหรอกนะครับ แต่เพราะ คนที่จะปั่น มันมีจักรยานกันไปหมดแล้ว บางคนมีไปแล้วหลายคัน จะซื้ออีกไปทำซากอะไรกันล่ะ อุตสาหกรรมจักรยานก็ต้องหาวิธีขายของกันให้ได้ วิธีที่ขายของได้ดีรองลงมาจากการหลอกขายก็คือ การพัฒนาวิศวกรรมและเร่งการออกแบบให้มันรุดหน้าเข้าไปอีก เพื่อให้ได้จักรยานที่ดียิ่งขึ้นไปอีก จนคนต้องอยากได้ อยากเสียเงินเปลี่ยนยานใหม่ ซึ่งกลยุทธการศึกนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยครับ เพราะในยุคที่จักรยานผลิบานนั้น พวกเขาได้ใช้กลศึกนี้ไปรเียบร้อยแล้ว ด้วยการออกจักรยานรูปแบบเฉพาะทางขึ้นมา เอ้า อยากขึ้นเขาก็ไปรถเบา อยากขี่ซิ่งก็ไปขี่แอโร่ฯ ใครชอบปั่นยาวๆก็มีรถเอ็นดูรานซ์มาให้ เรียกว่า มีคันเดียวไม่ได้ต้องมีหลายคันเอาไว้ใช้ให้ต่างสถานการณ์กัน แต่ปัญหาก็คือ ส่วนใหญ่ยังไม่สามรรถมีทุนทรัพย์ที่จะสอยรถ 3 คันมาจอดรอใช้ในเวลาที่ต้องการได้ และมันกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนยานได้ก็จริงแต่ไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดความต้องการครั้งใหญ่ที่จะขยับเขยื้อนยักษ์ใหญ่โตพุงพลุ้ยที่เพิ่งอิ่มมาจนจุกเรอเปรี้ยวอย่างอุตสาหกรรมจักรยานได้ แน่นอนครับ ก็ฟาดไปเสียขนาดนั้น ก็เกิดโลภ อยากจะโต อยากจะขยายขึ้นไปอีก จึงมีการลงทุนกันอย่างยกใหญ่ หมายให้เกิด”ดีมานด์” รับช่วงต่อ นายทุนก็ต้องการกำไรกลับมาจากการลงทุน นายห้างก็ลงทุนไปแล้วก็ต้องการยอดขายกลับมา โรงงานจักรยานที่เปิดกันเป็นว่าเล่นก็ต้องการกำลังการสั่งที่มาจากแบรนด์ต่างๆ ต่อเนื่องกันไปเป็นลูกโซ่ ทีนี้ พอยุโรปเข้าช่วงชลอตัวอย่างเต็มรูปแบบ เป้าของผลกำไรนั้นก็คือ การรุกเข้าตลาดเอชเียนั่นเอง

 

เช่นเดียวกับที่กองทัพญี่ปุ่นทำศึกขนาบรัสเซียจากตะวันออกในช่วงสงครามโลกครั้งที่สุด ขณะนี้ อุตสาหกรรมจักรยานได้บ่ายหน้ามาขายของในตลาดเอเชียกันอย่างยกใหญ่ เป้าหมายหลักคือการระบายสินค้าที่คงค้างฝืดเคืองในยุโรปมาที่ตลาดตะวันออกไกล และมันก็ไปได้ดีในระยะแรกครับ เพราะเทร็นด์ของแถวๆนี้ ล่าช้ากว่ายุโรปอยู่ 2-3 ปีเลยทีเดียว ดังนั้นในช่วงปี 2013 ที่ยุโรปไม่ค่อยโตแล้ว ในเอเชีย ซึ่งก็รวมถึงแผ่นดินสยาม แหลมทองของสุวรรณภูมิแห่งนี้ก็เป็นอีกที่ ที่สร้างเม็ดเงินให้กับอุตสาหกรรมนี้อย่างมากมาย อย่างไรก็ตาม นี่คือแผนระยะสั้นในการทำศึกนี้เท่านั้น พวกเขาได้เตรียมแผนระยะยาวเอาไว้อย่างเงียบๆแล้วตั้งแต่ช่วง 2009 นั่นเอง เพราะบรรดากุนซือใหญ่ทั้งหลาย ต่างผ่านร้อน ผ่านหนาวในการรบนี้มาอย่างโชกโชน ผ่านจุดขึ้นสูงและแตกดับไปของวัฏจักรแห่งจักรยานมาเป็นสิบปี พวกเขารู้แล้วว่าขาขึ้นนั้นมีมาได้ก็มีขาลงมาได้ และคราวนี้ สิ่งที่พวกเขาจะนำมาใช้ในการแก้เกมส์ให้แตกต่างจากการบุมของจักรยานในช่วงปี 1990 ก็คือ การออกเทคโนโลยีใหม่ที่จะเปลี่ยนจักรยานไปอย่างสิ้นเชิง ชนิดที่ไม่ใช่การอัพเกรดแต่มันคือการบังคับให้คนตอ้งเปลี่ยนจักรยานไปทั้งยวง ด้วยการพัฒนาชิ้นส่วนเดียว นั่นคือ “ดิสค์เบรค” นั่นเอง ที่จะทำให้จักรยานสามารถขายใหม่ได้ทันทีที่มันปัง

 

อย่างกับนัดกันมา ค่ายแบรนด์ต่างๆตบเท้ายกพลในแผนการเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง พวกเขาผลักดันดิสค์เบรคอย่างเต็มที่ ชาติมหาอำนาจก็เปิดสาดกันก่อนได้ไม่ยาก เราย้อนกลับไปได้เห็นว่า แบรนด์ใหญ่ๆประกาศกร้าวอย่างชัดเจนว่า”เลิกผลิต” เสือหมอบริมเบรคกันไปทีละรายสองรายในรุ่นบนสุด เพื่อสร้าง”เทร็นด์” ใหม่ให้กับตลาด ด้วยบรรดาโปรที่ใช้รถแบบใหม่ หมายจะให้ตลาดต้องการบ้างในเวลาต่อมา และเป็นการบังคับทางอ้อมว่ าหากคุณอยากขี่รุ่นเทพ ต้องขี่แบบใหม่นี้นะ ซึ่งก็ไปได้สวยไม่หยอกกับตลาดเมืองนอกครับ เรียกว่า กลยุทธทุบหม้อข้าวบังคันเข้าตีนี้ใช้ได้ดีเลยทีเดียวกับคนมีเงินที่พร้อมจะจับเทคโนโลยีใหม่ๆ เอาข้อดีใหม่ๆมาใช้เพื่อความสุขของตนเองได้ และมันก็ดี โก้จริงๆ ยิ่งกว่าสาวบางโพของพี่ตู้เสียอีก แต่เรื่องมันไม่จบเช่นนี้สิครับ ถ้ามันจบง่ายๆแบบนี้ ผมคงไม่ต้องมาเขียนเล่าให้คุณฟังหรอก ป่านนี้จักรยานดิสค์เบรคขายเกลื่อน ขี่ทั่วไปเรียบร้อยแล้ว แต่เพราะอะไรล่ะ ที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถยัด และ เยียดความเป็นเจ้าของให้กับเราได้ ทั้งๆที่ลงทุนกันไปมหาศาลขนาดนี้แท้ๆ

 

ความไม่พร้อมของเศรษฐกิจโลก คือปัจจัยสำคัญที่พวกกองกำลังหมายยึดที่มั่นประเมินพลาดเกินไป ใช่ครับ การขายของใหม่นั้นจะขายได้ก็ต่อเมื่อ …. “เรา” ต้องมีเงิน ก่อน ของมันจะดีวายปล่อวงขนาดไหนก็ตาม หาก”เงิน” ไม่มี ก็ได้แต่มองและเฝ้ารอมันลดราคาเท่านั้นเอง ประกอบกับขาลงของความนิยมจักรยานในเอเชียมาถึงเร็วกว่าที่คาด แถม ลง ดิ่ง ยิ่งกว่าในยุโรปเสียด้วยซ้ำ ทำให้สินค้ามือสองทะลักเข้าสู่ตลาดขายต่อกันเต็มไปหมด ราคาก็ร่วงชนิดที่ใครเพิ่งมาเริ่มขี่ตอนนี้ถือว่ากำไรชีวิตมากๆ แล้วแบบนี้ ใครจะไปซื้อของใหม่ๆให้เสียค่าโง่ล่ะครับ คนที่ขี่มาแล้ว 3-4 ปี ก็พอจะเลือกของเป็น จับของมือสองคุ้มๆเป็นทางเลือกหลักกันไป การสร้างแนวต้านแบบนี้เองที่ไม่ต่างจากป้อมปืนใหญ่ที่ตั้งบนสันเขา กดปากกระบอกยิงถล่มลงมายังแนวหน้าที่หาญกล้ายกพลขึ้นบกอย่างอุกอาจ ซึ่งการมาของป้อมปืนเหล่านี้เองที่ดูแล้วจะแสดงให้เห็นถือความประมาทของกุนซือใหญ่ทัพผู้บุกเข้าตี เพราะพวกเขาเน้นเพิ่มกำลังเข้าตีโอบกระชับอย่างหนักแน่น ส่งเรือปืนมาจอดยิงสกัดระยะไกล เครื่องบินรบเข้ากระชับพื้นที่ ยิงกดกระหน่ำจนป้อมปืนใหญ่ไม่สามารถทำการยิงได้อย่างสะดวกนัก ในท่ามกลางควันคลุ้งงของสงครามนี้เอง หากสหายรักได้ลองไปยืน ณ เวลานั้น แล้วหยุดมองไปรอบๆ จะพบกับ ภาพอันน่าสลดหดหู่ของ ชายหนุ่มที่จากบ้านมาไกลโดยไม่คิดว่าจะตกอยู่ในสภาพนี้ บางคนนั่งร้องไห้โอดครวญร้องเรียกหาแม่ราวกับเด็กน้อยที่กลัวความตายอย่างสุดขีด บ้างก็ไปสบายแล้วด้วยพญามัจจุราชเรียกตัวไปหาอย่างไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ คราบเลือดที่ไหลนองบนผืนทราบ คลื่นทะเลซัดสาดเข้ามาแดงฉาน เขย่าให้ซากศพที่ไม่สมประกอบ ขาดแขน ขาดขา ไหวติงไปตามแรงเอื่อยของธรรมชาติ และก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำอะไรต่อไปได้นั้น เสียงหวีดสั้นๆผ่านมากระทบกับโสตประสาทเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่โลกทั้งใบจะถล่มลงมา ด้วยความอึกทึกของเสียงที่ดังราวฟ้าผ่าลงมาพร้อมๆกันที่คุณ  และภาพจากนี้ไปเป็นภาพที่คุณกำลังล่องลอยมองลงมาจากเบื้องบน เห็นความเป็นไปของสงครามนองเลือดเบื้องล่าง ก่อนความเย็นชื่นแห่งลมจะหอบให้ลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เปลวไฟจากปากกระบอกปืน และลูกไฟที่พวยพุ่งของระเบิดสนุ่นค่อยพลันเล็กแะจางลงไป เมื่อโดนกลุ่มเฆเข้าบดบัง ความสงบของชีวิตหลังจากวิญญาณได้ออกจากสังขารสุ่ความสุขนิรันดร์ที่กำลังใกล้เข้ามา กำลังเป็นปัจจุบันนั้นเอง

 

นี่คือความสูญเสียของการคะเนการณ์เบื้องหน้าพลาดไป รายแล้ว รายเล่า ร้านแล้ว ร้านเล่า ที่เฝ้าสต็อคสินค้าจักรยานรุ่นใหม่ ครั้งแล้วครั้งเล่า ที่ผู้นำเข้าต้องลดราคาระบายของคงค้างจนสั่นลั่นสะเทือนวงการ ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่หนทางของการค้าขายที่ยั่งยืน มันเป็นเพียงมอร์ฟีนที่ฉีดยื้อให้ทหารเลวสิ้นใจไปอย่างไม่ทรมานเท่านั้น และแล้วเมื่อถึงสถานการณ์เช่นนี้ ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวรอีกต่อไป ในก๊กใหญ่ที่พากันประกาศกร้าว “เลิก” ผลิตเสือหมอบรถ่นบนๆแบบดิสค์เบรค ก็เริ่มมีฝ่ายที่ถอยทัพออกไปอย่างเงียบๆ ด้วยการกลับมาผลิตเสือหมอบริมเบรคในทุกๆระดับกันอีกครั้ง ทั้งแบบเฟรมและรถสำเร็จทั้งคัน ตอนนี้ หากมองสถานการณ์ในสมรภูมิให้ดี จะเห็นว่า ทัพพันธมิตรนั้น ฝ่ายที่ยังจำเป็นต้องยกพลเข้าตีอย่างไม่กลัวตายคือ กองทัพขนาดกลาง ขนาดเล็ก ที่หลวมตัวเข้าร่วมศึกนี้ และเพิ่งออกรุ่นใหม่ๆมาชนิดดิสค์ล้วนๆ ด้วยความมั่นใจว่า พี่ใหญ่ๆเค้าเปิดทางให้แล้ว ต่อไปนี้ก็ตีตามกันไปนั่นแหละ หารู้ไม่ว่า พวกเขาสามารถกลับลำมานำเสนอของที่ตลาด “ต้องการ” ได้ในทันที ผิดกับพวกคุณที่ขยับแต่ละทีนั้นยากแสนยากเย็นด้วยความเล็กของตัวเอง ทำให้ไม่มีกำลังพอที่จะพลิกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ได้อย่างฉับพลันนั่นเอง  อย่าให้เอ่ยยี่ห้อเลยครับพี่น้องเอ๋ย ในอนาคต 2 ปีข้างหน้า าหสถานการณ์ดลกยังคงเป็นแบบนี้ รับรองได้ว่าการมาและจากไปของโควิด-19 ไม่ต่างเลยกับฝุงบินทิ้งระเบิดที่โผล่ออกมาจากสันเขาอย่างไม่รู็เนื้อรู้ตัว โปรยระเบิดถล่มเข้าใส่ก่องทัพที่กำลังยกพลขึ้นบกอย่างบ้าคลั่ง พรมที่ถูกปูด้วยควันและเปลวไฟจะสว่างวาบสลับมืดครึ้มไปทั่ว เราอาจจะได้เห็นการฉีดมอร์ฟีนครั้งใหม่ให้กับพลทหารของแบรนด์เล็กและกลางในเร็วๆนี้ เพราะไม่เพียงจะขายของยากแล้ว เศรษญกิจยังบัดซบอย่างหนักอีกต่างหาก งานนี้ จะขายของอะไรสักอย่างต้องขายของที่ขายได้แน่ๆไปก่อน แต่หากแบรนด์ที่ทำไม่มีของที่ขายง่ายเข้ามาล่ะก็ งานนี้ตัวใครตัวมันครับ เมื่อพี่ใหญ่ในวงการกลับลำหักหลังมาแบบนี้แล้ว การจะผลักดันดิสค์เบรคอย่างเต็มสุบในอนาคตคงไม่เกิดขึ้นอีกครั้งอย่างง่ายๆแน่นอน พันธมิตรที่แตกคอกันไปแบบนี้ สุดท้ายความย่อยยับก็คือผลที่ต้องตามมา

 

ทุบหม้อข้าวแล้ว แต่ยังมีเครื่องครัวตราหัวม้าสีหมอกอยู่ คือนิยามของเรื่องราวนี้ และเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น จากนี้ไปคงต้องจับตามองกันอย่างใกล้ชิด หรือจะเป็นเพียงการขยับหลอกระยะสั้นๆ ของแบรนด์ใหญ่ ยื้อเกมส์ศึกนี้เอาไว้รอให้สภาพการคลี่คล่ายแล้วโหมเข้าตีครั้งใหม่หมายพิชิตที่มั่น จัดส่งเอาสินค้าที่พวกเขาอยากขาย ให้ขายออกเป็นเทน้ำเทท่า เปลี่ยนยุค ขยับโลกไปได้อย่างที่ต้องการ ทั้งหมดนี้ อันตัววณิพกที่นอนร่ำสุราเหม่อไปบนเมฆน้อยลอยเอื่อยในท้องทุ่งกว้าง คงเกินกำลังจะบอกต่อไปได้ แต่ก็เชื่อว่า บทต่อไป ต้องสนุก และน่าสนใจอย่างแน่นอน อย่าลืมที่จะแวะเวียนกลัลมา ร่วมสรวลเส เฮฮา ร่ำเคล้ากลิ่นกรุ่นกับเรื่องราวสารพันเพ้อเจ้อแห่งจักรยานนี้ได้อีกที่นี่ ไม่หาย ไม่ตายจากกันไปไหนก็ต้องได้เจอกันอย่างแน่นอน วันนี้ หมดกันไปเป็นไหขนาดนี้ ก็ขอตัวเอนกายลงใต้ใบไม้คึรึ้มหนาม หัววางพาดขอนเขื่องริมชายป่า ร่ำลากันไปอย่างมิตรสหายรู้ใจ

June 8, 2020 cyclinghub 0 Comment