หมวกใบไหนที่ถือว่าฮ็อตฮิตในเรื่องของรูปร่างที่สุดในยุคนี้? รับรองเลยครับว่า Kask Protone (โปรโตเน่) ต้องติดอยู่ในลิสต์ของหมวกในดวงใจของนักปั่นไม่น้อยอย่างแน่นอน ด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ การออกแบบที่ล้ำสมัย และที่สำคัญ มันคือหมวกประจำทีมของยอดทีมแห่งยุคอย่าง”ทีมสกาย” แต่ถึงจะมองมุมไหน Kask ก็คือแบรนด์หมวกที่ผลิตหมวกที่ยอดเยี่ยมออกมาโดยตลอด ไล่เรียงกันมาตั้งแต่ Vertigo (เวอร์ติโก) Protone (โปรโตเน) Utopia (ยูโทเปีย) และ Mojito (โมฮิโต) ซึ่งมีราคาอยู่ในระดับกลางค่อนบน ไปจนถึงระดับราคาพรีเมี่ยม นั่นทำให้หลายๆคนคงต้องได้แต่เพียงมองและชำเลืองไปส่องของสำเนาที่ออกมาเกลื่อนตลาดก็ว่าได้

ในวันนี้ วินาทีนี้ หมวก Kask รุ่นล่างสุดยังได้ออกโปรโมชั่นออกมาจนทำราคา 2,xxx บาท ขายได้เรียบร้อย มากับสเป็คและคุณสมบัติที่เกินตัวจนต้องถูกเราจัดว่า “สุดคุ้ม” กันอย่างเต็มปาก กับ Kask Rapido (แรพิโด) หมวกรุ่นเล็กที่ใส่เอาฟีเจอร์เด่นๆ มาเต็มพิกัด เริ่มด้วยการออกแบบโดยรวมที่ถอดเอารุ่นใหญ่มาอย่างมาก โดยเฉพาะรูปทรงโดยรวมที่ละม้ายคล้ายโปรโตเน่ ผสมกับ เวอร์ติโก เพราะพวกเขาใช้รูปทรงหมวกโดยรวมแบบโปรโตเน ที่ได้มาจากการพัฒนาด้านแอโรไดนามิคส์ หมวกจะแบนเรียบไปกับทรงของหัวคนใส่ ส่วนท้ายทอยตัดลู่ลง บริเวณด้านข้างไม่ป่องออกมามาก ถ้าตัดเอาภาพแบบเงาดำมาดูก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า ลักษณะของมัน มีดีเอ็นเอของทั้ง โปรโตเน และ ยูโทเปีย อยู่ด้วยกัน

ส่วนที่ถอดแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง เวอร์ติโก หรือ โมฮิโต คือระบบระบายอากาศที่มีช่องเปิดอยู่ในจุดรับกระแสลมที่ดี ด้านหลังมีช่องทางระบายอากาศออกได้มากจนเกือบโล่งสนิท แม้จะไม่ได้โล่งแบบเวอร์ติโก แต่ถ้าเอามาเรียงต่อกันแล้ว ใครก็ต้องบอกว่า นี่คือดีไซน์ที่ลากเอามาลงเห็นๆเลยล่ะครับ ซึ่งทั้งช่องระบายอากาศ 24 ช่อง และทางเดินอากาศภายในที่ไหลออกทางด้านหลังนั้น ทำให้ แรพิโด เป็นหมวกจักรยานรุ่นราคาย่อมเยาที่เย็นที่สุดรุ่นหนึ่งที่มีในตลาดเวลานี้

แต่จุดเด่นของแรพิโด ที่คุ้มค่าจนถือว่าเกินตัวคือน้ำหนักหมวกที่มีเีพยง 230 กรัม เท่านั้น น้ำหนักระดับนี้ หมายถึงน้ำหนักหมวกรุ่นเรือธงกันเลยทีเดียว แม้แต่หมวกรุ่นท็อปของบางยี่ห้อ ยังมีน้ำหนักมากกว่านี้ด้วยซ้ำ หมวกที่เบากว่านี้ ก็ล้วนแต่เป็นหมวกที่แพงกว่าตัวมันเอง 2 เท่า ไปจนถึง 6 เท่า และแน่นอนว่าน้ำหนักที่มันแพ้ไปแตกต่างอยู่ราวๆ 30 กรัมเท่านั้น นั่นแปลว่า ด้วยราคา ต่อน้ำหนักหมวก นี่คือสุดยอดความคุ้มที่สุดที่มีในตลาดอย่างไม่ต้องสงสัย หมวกจึงใช้งานได้เอนกประสงค์ทั้งทางราบที่ดีจากรูปทรงที่ถอดแบบมาจากรุ่นพี่ ขึ้นเขาได้สบายเพราะน้ำหนักที่เบาและระบายอากาศได้น่าพอใจ

ระบบรัดที่ท้ายทอยตามแบบฉบับของ Kask  ปุ่มหมุนขนาดใหญ่ ระบบล็อคที่แน่นอนแน่นหนา ทรงหมวกรับได้กับทรงหัวทุกรูปแบบ หัวกลมไม่ต้องกลัวจะใส่ไม่เข้า หัวแป้น กว้างก็ใส่ได้โดยไม่มีจุดกด เพราะการกระชับหมวกทำโดยตัวรัดที่ออกแบบมาพอดี ปรับขึ้นลงให้เข้ากับท้ายทอยผู้ใส่ได้ ดังนั้น ภายในหมวกจึงอกแบบให้ทรงโล่ง กลม ได้ง่าย ใครที่ลองหมวกมาแล้วรู้สึกมีจุดกดทับ มีทรงหัวที่ไม่พอดี ต้องมาลอง แรพิโด (หรือ Kask เกือบทั้งไลน์) จะรู้ว่า มันถูกออกแบบมาได้ดีเยี่ยม รองรับหัวทั้งเอเชีย ยุโรป หัวแบน หัวป้าน หัวทุย จริงๆ

 

สิ่งที่อาจจะด้อยไปสักหน่อยก็คือ การเก็บงานภายนอก ด้วยสติคเกอร์ สายรัดที่ดูธรรมดาและแข็งไปสักหน่อย ส่วนตัวหมุนที่ท้ายทอยก็ถอดเอาแป้นรองซิลิโคนนุ่มๆ ออกไป ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเลย เพราะหมวกในระดับราคาแพงกว่านี้ 2 เท่าบางตัวก็ไม่มีมาให้ และมีมาตรฐานงานที่เท่ากัน ดังนั้น เมื่อเอาราคามาเป็นกรอบ ก็จะพบว่า แรพิโด มีข้อด้อยที่ยอมรับได้อย่างสบายใจ สนนราคาสองพันกว่าบาท แต่ได้หมวกเบา การออกแบบถอดทรงออกมาขนาดนี้ ยกนิ้วให้เป็น “สุดคุ้ม” ในเวลานี้จริงๆครับ

Tag :: helmetKask
November 28, 2019 cyclinghub 0 Comment