ถ้าพูดถึงไมล์จักรยานที่”ไร้คู่แข่ง” ในตลาด ทั้งการใช้งานและฟังก์ชั่น รวมถึงสเป็คของมันเอง ก็ต้องยกให้กับ Edge 1030 ไมล์ทัชสกรีนจอใหญ่ นำทางได้เก่งและแสดงข้อมูลได้เพียบ แต่ในเวลานี้ คู่แข่งใหม่ได้เข้ามาพร้อมทุบสรรพคุณทั้งหมด ด้วยราคาที่เท่ากันแล้ว แต่ไม่ได้มาจากค่ายอื่นไกลเลย เพราะ มันคือ Garmin Edge 1030 Plus ไมล์เรือะงตัวใหม่ที่เพิ่งออกมาไม่นานมานี้ งานนี้ HUB ได้รับเครื่องทดสอบมาใช้งานผ่านมาเรียบร้อยแล้ว จึงจะมาเล่าให้ฟังกันว่า ความต่างที่มีของทั้งสองรุ่นใหญ่่นี้ “คุ้ม” สำหรับการอัพเดทขึ้นมาหรือไม่

Specifications

ก่อนอื่น มาดูสเป็คหลักๆของตัวเครื่องกันก่อน ตัวเครื่องมาในรูปร่างภายนอกเหมือนเดิมทุกอย่างยกเว้นเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีดำ วัสดุยังคงเหมือนเดิม แต่ปุ่มกดต่างๆดูแล้วแน่นหนึบ บึกบึนกว่าเดิมอย่างรู้สึกได้ หน้าจอยังคงเป็นขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียด  282×470 พิกเซล น้ำหนัก 124 กรัม (เพ่ิมมาจาก 1030 1 กรัม) อายุการใช้งานแบทเตอรี่ถูกเพิ่มขึ้นจากเดิม ใช้งานแบบเต็มฟังก์ชั่น 20 ชั่วโมง ปรับมาเป็น 24 ชั่วโมง และใช้งานแบบประหยัดพลังงานได้ยาวนานถึง 48 ชั่วโมง และอัพเกรดฮาร์ดแวร์ภายใน โดยมีระบบประมวลผลที่เร็วกว่าเดิม 2 เท่า (เพื่อรองรับฟีเจอร์ต่างๆที่จะนำเสนอต่อไป) และมีหน่วยความจำในตัวเครื่อง 32GB

นอกจากนั้น ยังนำระบบหน้าจอทัชสกรีนมาจาก Edge 830 ที่ออกมาก่อน ซึ่งให้การตอบสนองที่รวดเร็วและเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิมอย่างรู้สึกได้ และไม่มีปัญหากับเม็ดฝนที่หยดลงมาบนหน้าจอจนรวนแบบรุ่นเก่าๆ รวมถึง ปรับปรุงอาร์ดแวร์เรื่องของเสียงเตือน ทำได้ใส และดังขึ้นกว่าเก่า เพื่อให้ได้ยินได้ง่ายขึ้นในการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่พลุกพล่าน เพราะเสียงเตือนของ Edge จะทำหน้าที่เตือนเราได้ทั้งการใช้งานทั่วไป นำทาง และแสดงข้อมูลต่างๆจากสมาร์ทโฟนบนหน้าจอ

Experience Edge 1030PLUS

การใช้งานโดยทั่วไปของ 1030Plus  ถือว่าแตกต่างจากการใช้งาน 1030 พอสมควร นับตั้งแต่การจับเครื่องขึ้นมาเป็นครั้งแรก เพราะการตอบสนองที่รวดเร็วกว่า การทัชที่ทำได้ลื่นกว่ามาก และหน้าจอที่แม้จะมีความละเอียดเท่ากันตามสเป็คในกระดาษ แต่ด้วยการที่เป็นจอตัวใหม่ ให้ภาพที่ดูแล้วเคลียร์กว่าเดิมแบบรู้สึกได้ การใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ทั้งการเซฟ ประมวลข้อมูล การเชื่อมต่อค้นหาเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการนำทาง ก็ทำได้เร็วกว่าพอสมควร จากชิพประมวลผลตัวใหม่ ซึ่งนี่คือสิ่งที่แตกต่างจาก 1030 แต่ถ้าเทียบกับ 830 ความเร็วและความลื่นไหลต่างๆนั้นไม่แตกต่างกันเลย สิ่งที่ต่างคือ หน้าจอที่ใหญ่กว่ามาก แสดงข้อมูลได้มากกว่า ละเอียดกว่า ดูแผนที่ได้ง่ายกว่า และที่เรารู้สึกว่าชอบที่สุดคือ ในหน้าเมนูต่างๆ อ่านได้ง่ายกว่าและสัมผัสเพื่อเข้าถืงหน้าต่อๆไปได้ง่ายกว่าการจิ้มนิ้วบนหน้าจอขนาดเล็ก

ฟีเจอร์เด็ดๆของเดิมนั้นยังอยู่อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น “Training Load” ที่สามารถคำนวนความหนักในการออกกำลังกาย ประโยชน์ที่ได้รับ พัฒนาการและเก็บข้อมูลต่อเนื่อง หรือการแสดงข้อมูลพิเศษในการนำทางอาทิเช่น “Climb Pro” ที่ทำหน้าที่บอกความชันของเนินที่กำลังจะขึ้น ความยาว และความสูงเพื่อให้ปั่นบนเนินเขานั้นได้ หรือ การใช้งานกับเสือภูเขาที่สามารถแยกเวลาที่เรากระโดดลอยจากพื้น และนำมาวิเคราะห์ต่อได้ด้วย ซึ่งก็ใช้งานทั้งหมดนี้ได้สะดวกขึ้น เนื่องจาก พลังของ CPU อีกเช่นกัน เมื่อหน่วยประมวลผลเร็วขึ้น ก็สามารถนำมาใช้จัดการข้อมูลต่างๆเหล่านี้ได้รวดเร็วขึ้นนั่นเอง

ซึ่งก็ไม่เพียงแค่ฟีเจอร์หลักๆเดิมที่ยังคงรักษาเอาไว้ เสริมให้แกร่งขึ้นด้วยฮาร์ดแวร์ใหม่นะครับ งานนี้ 1030PLUS เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เอี่ยมเข้ามาด้วย ซึ่งมีอะไรบ้างนั้น ไปลองดูกันเลยครับ รับรองได้ว่า บางฟีเจอร์ เป็นสิ่งที่แฟนๆ Garmin ต้องดีใจ เพราะ ชีวิตง่ายขึ้นเสียที

 

New Features

Intelligent Activity Profile

ข้อเสียข้อใหญ่ของ Edge ทุกรุ่นก่อนหน้านี้คือ “ตั้งค่าใช้งานยาก” เนื่องจากการตั้งค่าครึ่งหนึ่งต้องทำในตัวเครื่องเท่านั้น ไม่สามารถตั้งค่าผ่านสมาร์ทโฟนได้้ทุกอย่าง แต่ในรอบนี้ไม่ใช่แล้วครับ เพราะระบบนี้ ทำให้คุณสามารถ “ย้าย” ข้อมูลทั้งหมดจาก Edge เครื่องเก่าไม่ว่าจะเป็น 1030, 830, 530 หรือโมเดลที่ออกมาในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ที่อัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ล่าสุด เข้ามาสู่ 1030Plus ได้ด้วยการกดเพียงไม่กี่ครั้ง ใช้เวลา 3 นาที ก็จะได้การตั้ง”ทุกอย่าง” ตั้งแต่โปรไฟล์, ค่าส่วนตัว, เซ็นเซอร์ที่จับคู่ไว้  และ อื่นๆอีกเพียบ ต่อไปนี้ หากคุณเป็นสาวก Garmin ก็เตรียมพร้อมรับฟีเจอร์นี้กันได้เลยครับ ซื้อเครื่องมาใหม่ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็พร้อมออกปั่นได้แล้ว

Recommend Workout

นอกจากสามารถสรุป Training Load ให้เราได้แล้ว ต่อไปนี้ Garmin สามารถแนะนำได้ด้วยว่าวันนี้เราควรจะปั่นอะไรเพื่อเสริม หรือปรับปรุงสมรรถภาพของร่างกายเรา โดยทำงานร่วมกันแอปพลิเคชั่น Garmin Connect ที่เก็บข้อมูลของเรามาตลอด ยิ่งถ้าคึุณใช้นาฬิกาข้อมือที่เก็บข้อมูลสุขภาพของ Garmin จะนำเอาค่าชีพจร การนอนหลับ และกิจกรรมอื่นๆที่ไม่ใช่จักรยานนำมาคำนวนด้วย เพื่อแนะนำการปั่นที่เหมาะสมกับเป้าหมายของเราในแต่ละครั้งได้เลย นอกจากนี้  ถ้าคุณสร้าง Training Plan จาก Garmin Connect, Strava หรือบริการอื่นๆ แล้วโหลดเข้าไปในปฏิฑินที่เชื่อมต่อกัน เมื่อเราเปิด  1030Plus  ขึ้นมา เพียงไม่กี่วินาทีที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือ wi-fi เครื่องก็จะแนะนำเราได้

New Livetrack

ระบบ Livetrack แบบใหม่ที่ไม่เพียงแค่ทำให้เราได้เห็นว่าเพื่อนของเราปั่นอยู่ที่ไหนเท่านั้น ในระบบใหม่นี้ สามารถส่งข้อมูลต่างๆได้อย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นความเร็ว รอบขา กำลังวัตต์ รวมถึงค่าต่างๆแบบเกือบจะ Real Time เลยทีเดียว โดยที่สามารถบอกเส้นทางที่กำลังจะปั่นไปได้ด้วยหากใช้ร่วมกับระบบนำทางในเครื่อง ทำให้ผู้ที่ติดตามการปั่นผ่านคอมพิวเตอร์ สามารถดูได้ทันทีว่า คนที่เราติดตามนั้นปั่นเป็นอย่างไร สบายดีหรือไม่ อยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องหรือเปล่า เหมือนกับระบบ Tracking ของผู้จัดงานแข่งขันเลยทีเดียว

New Maps

บริการแผนที่ที่ใช้งานได้ฟรีทั่วโลก ซึ่งเป็นแผนที่ที่ร่ำลือในความละเอียดของ Garmin ที่เดิมเราต้องซื้อเพิ่มเวลาจะไปปั่นที่ต่างประเทศ แต่รอบนี้ เราสามารถดาวน์โหลดและติดตั้งแผนที่ได้ฟรี การใช้งานบนหน้าจอก็สะดวกขึ้นเพราะรุ่น 1030Plus เราสามารถใช้นิ้วซูมเข้า-ออก เวลาดูแผนที่ได้เหมือนบนสมาร์ทโฟน การตอบสนองของจอใหม่ ช่วยให้ใช้งานตัวเครื่องในการนำทางได้ง่ายกว่าเดิมอีกด้วย

New Navigation

เมื่อพูดถึงระบบนำทาง ก็ต้องมาเล่ากันต่อว่าระบบนำทางแบบ Turn-by-Turn  นี้ได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาอีกขั้น เมื่อเราใช้นำทางแล้วออกนอกเส้นทาง จากเดิมที่เครื่องจะร้องเตือนให้เรารู้ว่าผิดทางมาตลอด คราวนี้ เครื่องจะมีตัวเลือกให้เราหยุดพักการนำทาง และเลือกได้ว่าจะกลับเข้าสู่โหมดนำทางแบบไหน ตั้งแต่ การย้อนกลับไปสู่เส้นทางเดิม, การตัดเส้นทางไปหาเส้นทางหลักที่ต้องการ และ การยกเลิกเส้นทางเพื่อมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายจากจุดที่เราอยู่ได้เลย

Summary

ฟีเจอร์ทั้งหมดของ Edge 1030Plus นี้ถือว่าเพิ่มมามากกว่าเพียงแค่การอัพเกรดแบบไมเนอร์เชนจ์ เพราะงานนี้อัพเดทซอฟท์แวร์ด้วย พร้อมๆกับฮาร์ดแวร์ที่ทำออกมารองรับได้อย่างพอดิบพอดี ถึงแม้ในอนาคต บางฟีเจอร์จะถูกส่งลงไปที่รุ่น 1030 แต่ก็เป็นที่น่าคิดว่า การตอบสนองของเครื่องกับการคำนวนสิ่งต่างๆเหล่านี้จะทำได้ราบลื่นเพียงไหน ดังนั้นหากคุณต้องการฟีเจอร์ใหม่ๆนี้ ทางเลือกที่ทำได้อย่างสบายใจคือ รอให้ 830 ทำการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ หรือ ตัดสินใจขึ้นมาใช้ 1030Plus  แต่สำหรับคนที่ใช้ 1030 ส่วนตัวแล้วคิดว่า อัพเกรดมาจะเป็นทางออกที่ดีกว่า หรือ เปลี่ยนไปใช้หน้าจอเล็กลงในรุ่น 830 นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าฟีเจอร์ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะต้องการเสมอไป ดังนั้นหากคุณไม่ได้สนใจมัน ก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะขึ้นมาใช้รุ่น 1030Plus เลยก็ได้ อย่างไรก็ตาม เราจะทำการสรุปให้ว่า จะเลือกตัดสินใจอย่างไรดีนะครับ

Edge 530 : ไม่ต้องการทัชสกรีน ไม่ค่อยใช้ฟีเจอร์อะไรมาก ใช้แผนที่แต่ไม่เน้นการนำทาง

Edge 830 : ต้องการระบบทัชสกรีน เครื่องเร็วและแรง สัมผัสลื่น ไม่เกี่ยงหน้าจอเล็ก ไม่ค่อยใช้แผนที่ ไม่สนใจฟีเจอร์นำทางหรือไม่เน้นดูข้อมูลการฝึกซ้อมบนหน้าจอ

Edge 1030 : ต้องการแผนที่ จอใหญ่ ดูได้ง่าย แต่ไม่ใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆ และยินยอมได้กับการตอบสนองที่ช้ากว่า

Edge 1030Plus : ต้องการจอใหญ่ แผนที่นำทางและฟีเจอร์ใหม่ๆ อยากได้การตอบสนองแบบ 830 ที่อ่านง่ายสบายกว่า

ราคาชุดบันเดิลครบเซ็ท 25,900 บาท

 

ข้อดี

จอใหญ่ อ่านง่าย ทัชลื่น ระบบรวดเร็ว ฟีเอร์ใหม่เยอะ และแบทฯทนขึ้น

ข้อเสีย

ไม่กะทัดรัด จำนวนพิกเซลน้อยไปหน่อยสีจึงไม่จัดเท่า 830

 

 

September 22, 2020 cyclinghub 0 Comment