“รัตนา” กลายเป็นชื่อที่ถูกกล่าวถึงอย่างหนาหูเมื่อแรกเปิดตัวไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และนั่นก็คือความเป็นตัวตนของ Ratana (ราทาน่า) ที่น่าจับตามอง ซึ่งในโอกาสนี้ HUB ได้มีจังหวะเหมาะสมได้รับเกียรติให้ทดสอบรถตัวอย่างของ Ratana SL0 ก่อนที่จะเริ่มส่งรถชุดแรกในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งได้ผลเป็นอย่างไร ลองมาติดตามกันดูได้เลย

 

Ratana เกิดมาจากความฝันที่เริ่มเมื่อราวปี 2016 เมื่อผู้นำเข้าจักรยานระดับไฮเอ็นด์ มองเห็นอนาคตระยะไกลว่าเราก็สามารถเป็นเจ้าของแบรนด์ ที่สร้างและพัฒนาแบรนด์จักรยานของเราอย่างจริงจัง นำเข้าสู่ตลาดสากลได้ แทนที่จะเป็นปลายทางแห่งการบริโภคอย่างเดียว ดังนั้น พวกเขาจึงเริ่มต้นผันตัวเองจากการเป็นผู้เลือกและจัดจำหน่ายสินค้า มาสู่การเป็นนักวิจัยและพัฒนาอย่างเต็มสูบ และทำการศึกษาพัฒนาแนวคิดต่างๆในการออกแบบจักรยาน โดยเรียนรู้จากแบรนด์ระดับไฮเอ็นด์ที่พวกเขาคลุกคลีอย่างใกล้ชิดนั่นเอง จากการมองหาแหล่งผลิต สู่การเข้าไปเป็นเจ้าของโรงงานผลิต และก้าวมาสู่ขั้นตอนการเป็นผู้ผลิตต้นแบบเอง ผนวกกับความหลงไหลเรียนรู้เรื่องวัสดุศาสตร์และกระบวนการผลิตร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจักรยาน ในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจปล่อยเอา Ratana แบรนด์ที่สะท้อนความเป็นไทยออกมา เริ่มต้นจากโมเดลก้าวแรก SL0  ซึ่งถือเป็นเสือหมอบแอโรไดนามิคส์ รูปทรงแปลกตาสมัยใหม่ เส้นสายต่างๆ ถูกนำมาจากแนวคิดของ Steam Line Design ที่สำคัญ มาในราคาสั่งจองล็อตแรกไม่ถึงสามหมื่นบาทเท่านั้น

รายละเอียดของ Ratana SL0 ถือว่าเป็นจุดเด่นที่สำคัญของรถคันนี้ นอกจากกระบวนการผลิตที่มุ่งเน้นมาตรฐานของการดูแลคาร์บอนไฟเบอร์ และการเลือกใช้คาร์บอนไฟเบอร์อย่างคุ้มค่า ทำให้พวกเขาได้รถที่มีความสามารถใช้งานได้จริงโดยที่ไม่ต้องตั้งราคาให้สูงจนเกินไป โดยที่ SL0 มีจำนวนแผ่นคาร์บอนที่ใช้มากกว่า 500 ชิ้น มีการเลือกใช้คาร์บอนวางหลายทิศทาง (Uni-Directional) ในส่วนที่ต้องการให้มีความสติฟฟ์สุง และออกแบบทั้งรูปทรงและเลือกใช้แผ่นคาร์บอนวางเรียงในแนวแรงที่สามารถช่วยลดแรงสะเทือนจากถนนได้ ทั้งที่ตะเกียบหน้า และตะเกียบท่อนั่ง เพื่อให้เสือหมอบคันนี้เป้นเสือหมอบที่สามารถขี่เร็วได้จริงและมีความสบายในการขี่ระยะเวลานานๆได้ด้วย

จุดหนึ่งที่เราประทับใจกับ SL0 มากตั้งแต่เห็นคือรูปร่างที่แปลกตา สะดุดตา นี่คือรูปทรงของจักรยานที่ถูกใจตลาดได้โดยไม่มีกาลเวลาและแลดูมีเอกลักษณ์ ยิ่งเมื่อเข้าไปมองใกล้ๆ คุณจะได้พบกับอีกสองจุดที่ต้องครุ่นคิดว่านี่คือเสือหมอบที่เฟรมราคาไม่ถึงสามหมื่นจริงๆหรือ กับช่วงท่อนั่งต่อกับหลักอานที่เก็บตัวรัดหลักอานไว้ได้อย่างสมบูรณ์ สวยงามเรียบร้อยมากๆ ที่ท่อคอกับฝาปิดก็ทำได้น่าสนใจ เพราะขนาดที่ใหญ่โต บ่งบอกว่าในอนาคต เฟรมนี้น่าจะสามารถทำระบบเก็บสายได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญ ฝาปิดรองเสต็ม มีให้เลือกใส่ได้ 2 ระดับความสูง เพื่อปรับให้ค่า Stack ของ SL0 รองรับกับผู้ขี่ที่ต้องการความสบาย หรือจะไปทางซิ่งก้มมากได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องหาเฟรมใหม่มาเสริมที่บ้านอีกคัน ซึ่งนี่คือแนวคิดที่ Ratana อยากให้ SL0 เป็นเสือหมอบที่คุณสามารถจบได้ในคันเดียว

 

เนื้อสีของ Ratana เลือกทำสีแบบโลหะเงา ปิดเนื้องานคาร์บอนแบบโมโนค็อกภายใน แม้ว่างานสีจะหนักไปสักหน่อย เพราะเฟรมเปล่านั้นมีน้ำหนักราว 980 กรัม และเฟรมที่ทำสีสำเร็จจะมีน้ำหนักาว 1,180 กรัม เพิ่มน้ำหนักให้กับเฟรมไปพอสมควร แต่สิ่งที่คุณได้มาคือความสวยงามที่แทบจะไม่มีทางหาได้จากแบรนด์ใหญ่ๆระดับโลก หรือถ้าคุณสามารถหาสีแนวนี้ได้จากเฟรมระดับโลก ก็จะมาพร้อมกับราคาที่แพงกว่ากัน 6-7 เท่าเลยทีเดียว และเนื่องจากพวกเขาเริ่มต้นการผลิตจากการศึกษากระบวนการขึ้นรูปอะลูมีนั่ม พวกเขาจึงผลิตชิ้นส่วนอะลูมินั่มต่างๆบนเฟรมด้วยตัวเองเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะเชิ้นส่วนสำคัญหลายๆอย่างที่ช่วยให้เฟรมมีจุดเด่นที่น่าสนใจ เช่นที่บริเวณสับจาน เฟรมสามารถออกแบบให้ซุ้มล้อรองรับยางขนาด 30 มม. ได้ โดยที่สายไฟของระบบเกียร์ไฟฟ้าไม่โดนล้อสี เพราะตัวยึดสับจานถูกออกแบบมาเฉพาะ และผลิตเอง หรือที่กะโหลก จะมีแผ่นโลหะรองไม่ให้โซ่ตกลงไปเบียดกับเนื้อคาร์บอนด้านล่างจนเป็นรอย นี่เป็นความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆที่พวกเรารู้สึกว่าต้องให้คะแนนกับ Ratana ในเรื่องเหล่านี้

แม้แต่เรื่องที่เล็กๆมากๆ อย่างปลายตะเกียบหน้าที่ยึดกับแกนปลดเร็วล้อเสือหมอบ พวกเขาก็ออกแบบเขี้ยวปลายตะเกียบให้ยึดกับน็อตแกนปลดเกี่ยวยึดหัวน็อตไว้ลึกกว่าเดิม เพื่อไม่ให้ล้อหลุดออกมาได้แม้จะไม่ได้ล็อคแกนปลด สิ่งนี้เกิดจากเมื่อพวกเขาสังเกตุความผิดพลาดของนักปั่นมือใหม่ที่มักจะล็อคแกนปลดเร็วอย่างไม่ถูกวิธี มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ความใส่ใจในรายละเอียดนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งมุมมองของการเป็นผู้จัดจำหน่ายและคลุกคลีกับร้านค้าจักรยานมาคตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และกลายเป็นประสบการณ์ที่สั่งสมให้เรียนรุ้การสร้างจักรยานที่เหมาะสมกับผู้บริโภคที่พวกเขาเห็นมามากที่สุด

และเมื่อเราได้โอกาสทดสอบเฟรมนี้ เราต้องยอมรับเลยว่ารูปทรงของเฟรมคือจุดเด่นที่ไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งซุ้มล้อหลังที่เว้าโค้งแนวเดียวกับที่เห็นได้ในรถไทม์ไทรอัล เสริมความเซ็กซี่ให้เฟรมได้เป็นอย่างดี เฟรมรองรับยางขนาด 30 มม. และตะเกียบหน้าก็มีพื้นที่ว่างระหว่างยางและตะเกียบมาก ให้อากาศไหลผ่านไปได้อย่างราบเรียบที่สุด แต่ก็ไม่เทอะทะจนเกินไป เพราะพวกเขาเลือกที่จะปาดรูปร่างของตะเกียบช่วงหลังให้เรียบลู่เข้าด้านใน เฟรมรองรับระบบไฟฟ้าทั้ง Shimano และ Campagnolo รูร้อยสายไฟขนาด 7 มม. ใช้งานร่วมกับสายไฟทุกยี่ห้อโดยไม่ต้องเจาะเพิ่ม และแน่นอนว่าออกแบบให้เฟรมใส่แบทเตอรี่ของ EPS ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สำหรับสายเคเบิลปกติ พวกเขาออกแบบทางเดินสายให้มีการโค้งงอน้อยที่สุด เมื่อติดตั้งระบบสายจะวิ่งตรงไปยังจุดที่ใช้งาน เพื่อลดแรงเสียดทานของสาย และได้ฟิลลิ่งของการเบรคที่นุ่มนวลที่สุดในเบรคแต่ละรุ่น

 

การทดสอบ Ratana SL0 ถูกเริ่มต้นด้วยระยะทาง 70 กม. บนเส้นทางเรียบสนิท ลมแรงจัด เพื่อให้สมกับความเป็นเสือหมอบแอโร่ฯของมัน ด้วยการปั่นกลุ่มความเร็วสุง มีการกระชาก เร่งความเร็ว และสปรินท์ นี่น่าจะเป็นบททดสอบก้าวแรกของการทำความรู้จักได้ไม่ยากเลย และสิ่งที่ต้องแปลกใจทันทีที่ออกปั่นคือความนุ่มสบายของเฟรมที่มีมากอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่สะท้านสะเทือนเหมือนเฟรมเสือหมอบแบบแอโรไดนามิคส์อื่นๆ แม้ว่าเฟรมจะมีน้ำหนักมาก การตอบสนองอัตราเร่งต้น ในความเร็วต่ำทำได้ไม่ดี แต่ที่ระดับความเร็ว 40 กม./ชม. ขึ้นไป ถือว่ารักษาความเร็วได้ง่ายมาก กลุ่มปั่นที่ความเร็ว 45 กม./ชม. เฟรม SL0 ช่วยเซฟแรงได้เป็นอย่างดี ทำอัตราเร่งกลางๆได้น่าพอใจ แต่ถ้าคุณต้องกระชากเพื่อตามกลุ่มที่กระแทกตัวในลักษณะของการแข่งขันแบบดุดัน อาจรู้สึกว่าเฟรมตอบสนองได้ไม่ทันใจมากนัก ทว่าจุดเด่นที่น่าจะทดแทนได้ดีคือการควบคุมรถที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม รถไม่ไวมากจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้ทื่อมากนัก การเข้าโค้งแคบความเร็วสูงทำได้ดีในระดับที่วางใจได้ และจุดเด่นของเฟรมในเรื่องนี้คือ เมื่อออกจากโค้ง รถรักษาความเร็วเอาไว้ได้ดีมาก ไม่ต้องเร่งเติมเพื่อกลับไปที่ความเร็วเดิมใหม่

การสปรินท์ตีนปลาย น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ประทับใจพวกเรา เพราะในการระเบิดพลังสปรินท์ที่วัตต์สูง แรงบิดสูง เรารู้สึกว่าเฟรมตอบสนองได้ไม่ทันใจนัก และต้องใช้กำลังค่อนข้างมากเพื่อจะกระชากให้ถทะยานไปที่ความเร็วสุงสุด ซึ่งจุดนี้ อาจทำให้นักปั่นสายแข่ง สายระเบิดพลัง ไม่น่าถูกใจนักกับ Ratana SL0

อย่างไรก็ดี การที่ราคาค่าตัวของ SL0 ในล็อตแรกคือไม่ถึงสามหมื่นบาท นั่นเพียงพอที่คุณจะเอาเงินส่วนต่างเมื่อเทียบกับเฟรมแบรนด์ดังๆระดับโลกมาเสริมกับชิ้นส่วนอื่นๆได้อย่างเต็มที่ คุณสามารถได้ล้อชั้นเทพ ชุดขับเคลื่อนระดับโปรทีมประกอบกับรถคันนี้ได้ทั้งคันในระดับราคาไม่ถึงแสน ที่แน่ๆคือ Ratana SL0 ไม่ใช่รถที่จะออกมาแข่งขันกับรถราคาประหยัดจากจีนอย่างแน่นอน

ในโอกาสนี้เรายังได้ข้อมูลมาอีกว่า Ratana SL0 เป็นเพียงก้าวแรกของการเริ่มต้นของพวกเขาเท่านั้น ก้าวต่อไป เราจะได้พบเห็นเฟรมเสือหมอบออลราวด์แบบดิสก์เบรคที่มีน้ำหนักเบาเทียบชั้นเฟรมแบรนด์ใหญ่ในราคาสุดตะลึงเช่นนี้ รวมถึงคอมโพเน็นต์ต่างๆที่ผลิตจากคาร์บอน ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของสายการผลิตพวกเขาออกมารองรับอย่างหลากหลายในเวลาต่อมา และถ้าถามถึงเป้าหมายไกลที่สุดที่พวกเขาวางเอาไว้ เมื่อเวลาหนึ่งมาถึง Ratana จะเป็นแบรนด์จักรยานไทยระดับแข่งขันที่ไปขายในทวีปต่างๆ มีการสนับสนุนทีมโปรแข่งในระดับอาชีพอย่างจริงจัง  อาศัยกลุ่มพันธมิตที่เคยเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายจักรยานที่ร่วมกันอยู่ในอุตสาหกรรมนี้มานาน เป็นแหล่งจัดจำหน่ายกระจายสินค้าไปยังประเทศต่างๆ และเมื่อเวลานั้นมาถึง Ratana ที่เกิดจากความหลงใหลของคนไทย จะได้มีโอกาสไปวิ่งอยู่ในทีมระดับโลก และพาให้โลกรู้จักกับคำว่า “รัตนา” คำไทยแบบไทยๆ ที่ไม่น้อยหน้าใครในเวทีใหญ่

จุดเด่น : รูปร่างที่สวยงาม งานสีและรายละเอียดที่ใส่ใจ

จุดด้อย : ตีนต้นค่อนข้างช้า การทำอัตราเร่งที่ไม่ทันใจนัก และน้ำหนักที่ค่อนข้างมากในยุคปัจจุบัน

เหมาะกับใคร : Ratana SL0 เป็นเสือหมอบแอโรไดนามิคส์ที่ทำความเร็วสูงได้ดีมาก รักษาความเร็วได้ และสบายเพียงพอที่จะปั่นยาวๆระยะทางไกลเพราะแรงสะเทือนน้อย หากคุณต้องการปั่นทริปทางไกลแบบไม่หวานเย็น คุณจะชอบเสือหมอบคันนี้แน่นอน เหนือสิ่งอื่นใด นี่คือเฟรมที่คนต้องมองหากคุณครอบครองไว้กับตัว

 

 

August 8, 2018 cyclinghub 0 Comment